โฆษก สธ. เผย "หาดใหญ่" เสียชีวิต 142 คน
ความคืบหน้าสถานการณ์หลังน้ำลดในพื้นที่ภาคใต้ ตัวเลขความสูญเสียเริ่มชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาเปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันความโปร่งใสของข้อมูล ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริง
อัปเดตยอดผู้เสียชีวิต : สงขลาหนักสุด "หาดใหญ่" อำเภอเดียวพุ่ง 142 คน
นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงสรุปข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2568) พบยอดผู้เสียชีวิตรวม 8 จังหวัดภาคใต้ อยู่ที่ 267 คน โดย จ.สงขลา มีตัวเลขสูงสุดถึง 229 คน
สิ่งที่น่าตกใจ คือ เมื่อเจาะลึกลงไปในรายอำเภอพบว่าเฉพาะ อ.หาดใหญ่ มีผู้เสียชีวิต 142 คน (เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 2 คน) ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช 10 คน, ปัตตานี 9 คน, ยะลา 5 คน, พัทลุงและนราธิวาส จังหวัดละ 4 คน, ตรังและสตูล จังหวัดละ 3 คน
นอกจากความสูญเสียทางชีวิต ทีม MCATT ยังได้ลงพื้นที่เยียวยาจิตใจประชาชนกว่า 7,000 คน พบผู้มีความเครียดสูง 269 คน และเสี่ยงฆ่าตัวตายถึง 65 คน
ตั้งศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์ที่ ม.อ.หาดใหญ่ แยก 3 กลุ่มจัดการร่าง
เพื่อการบริหารจัดการร่างผู้เสียชีวิตอย่างเป็นระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ ที่ ม.อ.หาดใหญ่ โดยแบ่งกระบวนการพิสูจน์ออกเป็น 3 กลุ่ม
- กลุ่มระบุตัวตนได้ทันที : มีใบรายงานการตายชัดเจน
- กลุ่มทราบชื่อแต่ต้องตรวจสอบ : ต้องผ่าน 4 ขั้นตอน คือ ตรวจรูปพรรณ, ผ่าชันสูตร, พิมพ์ลายนิ้วมือ และอนุมัติคืนร่าง
- กลุ่มไม่ทราบตัวบุคคล : ต้องใช้นิติวิทยาศาสตร์ขั้นสูง เช่น ตรวจ DNA หรือทันตกรรม เทียบเคียงกับญาติ
รมว.สธ. การันตี "ไม่หมกเม็ด" โต้ข่าวลือตายเป็นพัน
ท่ามกลางกระแสข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องตู้เก็บร่างจำนวนมาก และคาดเดาว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจพุ่งถึงหลักพัน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงเพื่อคลายข้อสงสัยว่า ตู้คอนเทนเนอร์มีไว้เพื่อแยกประเภทร่างระหว่าง "รอชันสูตร" และ "ชันสูตรแล้ว" ทำให้ดูเหมือนมีจำนวนมาก
รัฐมนตรีฯ ยืนยันหนักแน่นว่า "ยืนยันไม่ใช่ตัวเลขหลอก ไม่ได้ปกปิด มีหลักฐานชัดเจน คือ ใบมรณบัตร" และยอดรวมไม่ได้ถึงหลักพันอย่างที่กังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด และฟื้นฟูโรงพยาบาล พร้อมส่งทีมเฝ้าระวังโรคระบาดหลังน้ำลด เช่น โรคฉี่หนู อย่างใกล้ชิด




























































