พิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม
กรมอุทยานฯ ร่วมกับกรมศิลปากร ประกอบพิธีบวงสรวงและสำรวจ "ไม้จันทน์หอม" ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อใช้ในการจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเบื้องต้นพบต้นจันทน์หอมที่ยืนต้นตายตามตำราโบราณจำนวน 20 ต้น ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดเดิมที่เคยใช้ในรัชกาลที่ 9
ประกอบพิธีพราหมณ์พลีกรรมถวายรุกขเทวดา ก่อนล้มไม้ใหญ่
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้มีการประกอบพิธีบวงสรวงตัด "ไม้จันทน์หอม" ในเวลา 12.19 น. ณ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ซึ่งเป็นป่าดิบแล้งที่มีไม้จันทน์ขึ้นหนาแน่นที่สุด โดยมี พล.อ.อ. จารึก สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นประธานในพิธี จุดเทียนเงิน เทียนทอง และธูปหาง ปักที่เครื่องบวงสรวง พร้อมด้วยหัวหน้าฝ่ายโหรพราหมณ์อ่านโองการ
ขั้นตอนสำคัญ คือ การนำขวานจามที่ต้นจันทน์หอม 3 ต้น ต้นละ 3 ครั้ง และโปรยดอกไม้รอบบริเวณ
"แสดงถึงการพลีกรรมถวายรุกขเทวดาตามความเชื่อ ก่อนจะล้มไม้ใหญ่ หรือไม้สำคัญ โดยมีคณะทำงานนายช่าง ร่วมพิธีบวงสรวง"
พบ 20 ต้น "ยืนต้นตาย" คุณลักษณะต้องตามตำราโบราณ
จากการสำรวจร่วม 1 สัปดาห์ คณะทำงานค้นพบไม้จันทน์หอมจำนวน 20 ต้น ที่มีลักษณะยืนต้นตายหรือตายพราย ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญตามโบราณราชประเพณีที่กรมศิลปากรต้องการนำมาแปรรูป
- คุณภาพไม้ : ในจำนวน 20 ต้น พบว่ามี 10 ต้น ที่ค่อนข้างสมบูรณ์นำมาแปรรูปได้ หรือ มีลำต้นเปลาตรง คือ ตรงและเรียวสูง ส่วนอีก 8 ต้นสามารถใช้ได้บางส่วน
- การนำไปใช้ : ไม้ทั้งหมดจะถูกนำไปประเมินคุณภาพโดยนายช่างจากสำนักช่างสิบหมู่ เพื่อจัดสร้างพระโกศจันทน์ พระหีบจันทน์ ท่อนฟืนไม้จันทน์ และช่อไม้จันทน์ ให้เหมาะสมกับงานแต่ละส่วน
ส่งต่อ "ช่างสิบหมู่" รังสรรค์ความวิจิตร พร้อมกฎเหล็ก "ตัด 1 ปลูก 10"
ไม้จันทน์หอมถือเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์และสูงศักดิ์ เป็นไม้มงคลเนื้อแข็งที่มีกลิ่นหอม เนื้อไม้สีน้ำตาลอ่อนและละเอียด หลังจากนี้ไม้ที่ผ่านการแปรรูปจะถูกส่งมอบให้สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ดำเนินการจัดสร้างให้มีความวิจิตร งดงาม สมพระเกียรติสูงสุด
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทางกรมอุทยานฯ ได้มีข้อกำหนดที่เคร่งครัดในการตัดไม้สำคัญครั้งนี้ไว้ว่า "เมื่อตัด 1 ต้น จะปลูก 10 ต้น ทดแทน"




























































