อินการเมืองมากไป เสี่ยงเป็นภาวะ PSS โรคเครียดทางการเมือง
ในยุคที่สื่อออนไลน์และข่าวสารการเมืองท่วมท้นทุกแพลตฟอร์ม หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อของ "โรคเครียดทางการเมือง" ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจอย่างรุนแรง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจอาการ สาเหตุ และวิธีการรับมือกับปัญหานี้อย่างมีประสิทธิภาพ
อาการของโรคเครียดทางการเมืองที่ควรสังเกต
การตรวจสอบว่าคุณกำลังเป็นโรคเครียดทางการเมืองหรือไม่นั้นทำได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการยืดแขนและหักมือไปด้านหลัง หากคุณรู้สึกตึงและปวดมากแม้ในตอนเช้าที่ยังไม่ได้เริ่มทำงาน แสดงว่าเส้นประสาทของคุณกำลังตึงเครียดจากการรับข้อมูลข่าวสารที่มีพลังงานลบมากเกินไป
เมื่ออาการดำเนินต่อไปประมาณ 3 วัน ความเครียดจะลุกลามไปถึงกล้ามเนื้อ ทำให้โรคออฟฟิศซินโดรมกำเริบ เกิดอาการปวดท้ายทอยและปวดหัว บางคนอาจปวดหัวจนต้องตื่นขึ้นมากินยากลางดึก
โรคเครียดทางการเมืองส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างไร
เมื่อสะสมความเครียดจากการติดตามข่าวการเมืองเป็นเวลานาน คุณจะเริ่มรู้สึกวิตกกังวลและนอนไม่หลับ ขาดพลังงานทำให้ไม่อยากรับประทานอาหาร และค่อย ๆ พัฒนาเป็นภาวะซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน ไปพาลกับคนใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อเพื่อนหรือคนในครอบครัวต่างก็กำลังอินการเมืองเช่นกัน ความขัดแย้งก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ โรคเครียดทางการเมืองยังทำให้ไขมันสะสมในร่างกายมากขึ้น เพราะเมื่อเราเครียดร่างกายจะไม่สามารถเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดปัญหาไขมันและตับอ่อนอักเสบได้
สาเหตุหลักของโรคเครียดทางการเมืองในปัจจุบัน
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเครียดทางการเมืองคือ การเสพข่าวสารมากเกินไป โดยเฉพาะในตอนเช้าพอตื่นนอน หลายคนรีบจับโทรศัพท์มือถือไถฟีดโซเชียลมีเดียทันที ทำให้ได้รับพลังงานลบจากข่าวสารที่กวนใจ เกินความคาดหวังและทำให้หมดหวัง
บางคนแยกแยะไม่ออกระหว่างการใช้ชีวิตในโลกอินเทอร์เน็ตกับโลกความเป็นจริง จนกลายเป็นว่าประสิทธิภาพการทำงานในชีวิตจริงลดลง ไม่สามารถโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญได้
เทคนิคง่ายๆ แก้โรคเครียดทางการเมืองด้วยมือ
ผศ.ดร.กบ.ศุภลักษณ์ เข็มทอง นักกิจกรรมบำบัดจิตสังคม คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำเทคนิคจากญี่ปุ่นที่สามารถช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ทันที โดยการนวดนิ้วแต่ละนิ้วพร้อมคำพูดบอกตัวเอง:
- นิ้วโป้ง: จับและพูดว่า "หายกังวล" หรือ "คลายกังวล" หรือ "มั่นใจ" เพื่อช่วยให้ระดับความกังวลลดลง
- นิ้วชี้: พูดว่า "หายกลัว" และถามตัวเองว่ากำลังกลัวอะไรอยู่ เพื่อสำรวจความคิดของตัวเอง
- นิ้วกลาง: นวดและพูดว่า "หายโกรธ ให้อภัย" เมื่อรู้สึกหงุดหงิดหรือเริ่มโมโหง่าย
- นิ้วก้อย: เกี่ยวนิ้วก้อยทั้งสองมือไว้ที่หัวใจ นับถอยหลังจาก 30 เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง
วิธีป้องกันโรคเครียดทางการเมืองในชีวิตประจำวัน
การป้องกันโรคเครียดทางการเมืองทำได้โดยปิดโทรศัพท์มือถือก่อนนอน เพื่อหลีกเลี่ยงการไถฟีดและเจอข่าวการเมืองที่จะทำให้นอนไม่หลับ ควรเข้านอนก่อน 23.00 น. เพื่อให้ร่างกายมีเวลาซ่อมแซมความตึงเครียดที่สะสมไว้
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องการเมืองในตอนเช้า และไม่ควรคุยในสถานที่ทำงานหากมีคนหลายฝ่ายที่มีความเห็นต่างกัน หากมีใครถามว่า "คุณสีอะไร" แนะนำให้หันเหความสนใจไปที่การดูแลสุขภาพแทน เช่น "มาดูมือกันดีกว่า" หรือ "มาดูแลสุขภาพกันเถอะ"
รับมือโรคเครียดทางการเมืองในที่ทำงาน
เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่มีคนในที่ทำงานพูดคุยการเมืองและมีความเห็นต่างกัน วิธีการแรกคือการตั้งสติและสังเกตอาการสัญญาณของตัวเองก่อน หากรู้สึกหงุดหงิดง่าย โมโหง่าย หรือหิวด้วยโมโหด้วย ให้รีบนวดนิ้วกลางและพูดว่า "หายโกรธ ให้อภัย"
หากรู้สึกว่าจะเกิดความขัดแย้ง สามารถขอตัวได้โดยบอกว่า "ขอตัวไปดูแลสุขภาพกันเถอะ" เพื่อหลีกเลี่ยงการโต้เถียงที่จะทำให้ทุกฝ่ายได้รับผลกระทบทางอารมณ์
ค้นหาความหมายที่แท้จริงเพื่อหลุดพ้นโรคเครียดทางการเมือง
สิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับโรคเครียดทางการเมืองคือการถามตัวเองว่า "เรากำลังอินเพื่อใคร" และ "เราจะอินไปทำไม" การถามคำถามเหล่านี้บ่อย ๆ จะช่วยให้คุณกลับมาอยู่กับปัจจุบันและตระหนักว่ามีอีกหลายอย่างบนโลกใบนี้ที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์จากคุณ
เมื่อคุณอินการเมืองมากเกินไป ความคิดจะเป็นลบและคิดไปเอง คิดวนซ้ำๆ จนกลายเป็นการย้ำคิดย้ำทำเรื่องลบ ทำให้สมองเสื่อมง่ายและความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาจะหยุดชะงักทันที
สรุป : โรคเครียดทางการเมือง ภัยเงียบที่คุณอาจไม่รู้ตัว
โรคเครียดทางการเมืองเป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจ การสังเกตอาการของตัวเอง ใช้เทคนิคง่ายๆ ในการผ่อนคลาย และที่สำคัญคือการเป็นผู้นำสุขภาวะของตัวเอง คิดบวก คิดไปข้างหน้า และให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองและคนที่เรารัก จะช่วยให้คุณก้าวข้ามความเครียดนี้ไปได้และสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้กับสังคมต่อไป
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม




























































