ย้ายห้องเรียนหนีน้ำท่วม จ.นครสวรรค์
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างยังคงส่งผลกระทบวงกว้าง ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน แต่ยังกระทบหนักถึงระบบการศึกษา โดยที่ จ.นครสวรรค์ ครูต้องพานักเรียนย้ายไปเรียนในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ขณะที่ชาวบ้านใน จ.พิจิตร เริ่มเกิดความเครียดสะสมหลังน้ำท่วมนานกว่า 3 เดือน ส่วนที่ จ.พิษณุโลก เร่งระบายน้ำเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในเดือนหน้า
จ.นครสวรรค์ : โรงเรียนจม 1 เมตร ครู-นักเรียนต้องระเห็จเรียนบ้านชาวบ้าน
โรงเรียนวิชาวดี ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ผลพวงจากน้ำแม่น้ำน่านที่เอ่อล้นเข้าท่วมโรงเรียนมาตั้งแต่กลางเดือนกันยายน ทำให้ปัจจุบันระดับน้ำยังคงสูงกว่า 1 เมตร ไม่สามารถใช้อาคารเรียนได้
แม้จะเปิดภาคเรียนไปแล้วเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ครูและนักเรียนชั้น ป.1 – ป.6 จำนวน 65 คน ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการ "ใช้บ้านพักของอดีตประธานชุมชนเป็นโรงเรียนชั่วคราว" แม้โต๊ะเก้าอี้จะไม่เพียงพอและสื่อการสอนไม่ครบครัน แต่คุณครูยืนยันว่าจะพยายามจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เด็ก ๆ เสียโอกาสทางการศึกษา
จ.พิจิตร : ท่วมขังนาน 3 เดือน ชาวบ้านเครียดหนัก-บ้านพังเสียหาย
สถานการณ์ที่ จ.พิจิตร ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะที่บ้านจระเข้ผอม ต.รังนก อ.สามง่าม ระดับน้ำในแม่น้ำยมยังคงเพิ่มสูงขึ้นจากมวลน้ำเหนือที่ไหลสมทบจาก จ.สุโขทัย ส่งผลให้ผู้สูงอายุในพื้นที่ต้องออกมาจับกลุ่มคลายเครียดบนพื้นที่แห้ง
ชาวบ้านสะท้อนความเดือดร้อนว่า "น้ำท่วมปีนี้ยาวนานกว่า 3 เดือนแล้ว ทำให้บ้านเสียหายหนัก หากรัฐบาลเพิ่มเงินเยียวยาให้ก็น่าจะพอเพียงที่จะซ่อมแซมบ้านจนสามารถกลับเข้าไปอยู่ได้อีกครั้ง"
จ.พิษณุโลก : เร่งระบาย "บางระกำโมเดล" คืนพื้นที่เกษตร 1 ธันวาคมนี้
ที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมติดตามการบริหารจัดการน้ำ
ล่าสุด สำนักงานชลประทานที่ 3 กำลังเร่งระบายน้ำออกจากทุ่งบางระกำ ซึ่งมีปริมาณค้างอยู่ราว 200 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยตั้งเป้าให้เหลือ 100 ล้านลูกบาศก์เมตรภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อให้ "เกษตรกรเริ่มทำการเพาะปลูกได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป"



























































