เปิดจักรวาล “กางเกงขาสั้น” กางเกงที่อยู่มาทุกบริบทชีวิต


Lifestyle

สันทัด โพธิสา

Thai PBS
แชร์

เปิดจักรวาล “กางเกงขาสั้น” กางเกงที่อยู่มาทุกบริบทชีวิต

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4286

เปิดจักรวาล “กางเกงขาสั้น” กางเกงที่อยู่มาทุกบริบทชีวิต
บริการเสริมจาก Thai PBS AI
ช่วยสรุปให้

ไม่มากก็น้อย ในตู้เสื้อผ้าของหลายคนต้องมี “กางเกงขาสั้น” อย่างแน่นอน นี่คืออีกหนึ่งในไอเทมเครื่องแต่งกายของมนุษยชาติมายาวนาน กางเกงขาสั้นไปปรากฏอยู่ในหลาย ๆ บริบทชีวิตของผู้คน และรันอยู่ในแทบทุกวงการ  Thai PBS ชวนมาทำความรู้จักและเข้าใจ “กางเกงขาสั้น” ให้มากขึ้น โดยเฉพาะกับประเด็นสวมใส่อย่างไรให้ “เหมาะสม” มีเรื่องน่ารู้มาบอกกัน

ประวัติที่มา “กางเกงขาสั้น” สัญลักษณ์ของเด็กที่ยังไม่เติบโต

ย้อนกลับไปช่วงศตวรรษที่ 19 ต่อเนื่องถึง 20 ในทวีปยุโรป กางเกงขาสั้น ปรากฎในรูปแบบของ Knickerbockers หรือ Breeches ซึ่งเป็นกางเกงขายาวหลวม ๆ ที่มีความยาวลงมาถึงบริเวณใต้เข่า โดยมักสวมใส่ในหมู่เด็กผู้ชายที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ 

Knickerbockers

Knickerbockers

กางเกงขาสั้นในเวลานั้น จึงเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของ “เด็กผู้ชาย” กระทั่งเมื่อเด็ก ๆ เริ่มเติบโตขึ้น จะมีธรรมเนียมที่ชื่อว่า Breeching คือ การเที่เด็กชายจะเปลี่ยนมาใส่กางเกงขายาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงความเป็นผู้ใหญ่และการก้าวเข้าสู่สังคม

จากกางเกงของเด็กชาย สู่โลกของทหารและการออกกำลังกาย

ในเวลาต่อมา กางเกงขาสั้นถูกเปลี่ยนบริบทไปอีกครั้ง เมื่อมันถูกนำไปใช้ในแวดวงทหาร โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทัพอังกฤษยกกำลังพลไปตั้งฐานทัพในประเทศเขตร้อน เช่น อินเดีย หรือแอฟริกาใต้ จึงได้มีการดัดแปลงเครื่องแบบเพื่อความสะดวกและคล่องตัว เกิดเป็นกางเกงขาสั้น Gurkha Shorts กางเกงที่มีดีไซน์สายรัดเอว รวมทั้งกางเกงเบอร์มิวดา กางเกงที่มีการตัดปลายขากางเกงให้สั้นลงเพื่อระบายความร้อน  

กระทั่งเข้าสู่ทศวรรษที่ 1920 – 1930 กางเกงขาสั้นเข้ามามีบทบาทในแวดวงกีฬา โดยเริ่มมีการสวมใส่ในกีฬากรีฑา และฟุตบอลในยุคแรก ๆ แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้ได้รับความนิยมในโลกกีฬามากขึ้น มาจากการแข่งขันเทนนิส โดยในปี 1932 เฮนรี "บันนี" ออสติน นักเทนนิสชาวอังกฤษ สวมกางเกงขาสั้นสีขาว ลงแข่งขันในเทนนิสแกรนด์สแลม ทำให้สื่อในยุคนั้นต่างให้ความสนใจ จากจุดนั้นเอง การสวมใส่กางเกงขาสั้นในแวดวงกีฬา จึงกลายเป็นเรื่องปกติไปโดยปริยาย

เมื่อ “กางเกงขาสั้น” เดินทางเข้าสู่วิถีชีวิตผู้คนทั่วไป

จากเพียงสวมใส่ในเฉพาะผู้คนบางกลุ่ม บางกิจกรรม ต่อมา กางเกงขาสั้นเริ่มเข้าไปเคาะประตูหน้าบ้านของผู้คนในวงกว้างมากขึ้น โดยช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กางเกงขาสั้นเปลี่ยนสถานะตัวเอง ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายแนวลำลอง หรือเป็นกางเกงที่สวมใส่ในชีวิตประจำวัน 

แม้ในบางท้องถิ่นอาจจะมีกฎระเบียบข้อห้ามของการสวมใส่อยู่บ้าง แต่ไอเทมนี้ก็ได้เข้าไปสร้างความคุ้นเคยในคนหมู่มาก พร้อมกับมีวิวัฒนาการด้านแฟชันของกางเกงขาสั้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ ในยุค 1960 – 1980 ที่วัฒนธรรมป๊อปเฟื่องฟู ผู้คนนิยมสวมกางเกงขาสั้นตัวจิ๋ว หรือที่เรียกกันว่า Hot Pants จากนั้นก็ปรากฏแฟชันอีกหลายแบบออกมามากมาย

Hot Pants

Hot Pants

“กางเกงขาสั้น” มีแนวไหนบ้าง

กางเกงขาสั้นมีหลากหลายทรง ส่วนใหญ่มักแบ่งตามการออกแบบ รูปทรงการตัดเย็บ และวัตถุประสงค์ของการใช้งาน 

กางเกงขาสั้นแบบลำลอง 

  • ทรงชิโน กางเกงขาสั้นผ้าคอตตอน สไตล์สมาร์ทลำลอง มีกระเป๋าข้างและกระเป๋าหลัง ความยาวมักอยู่ระดับเหนือเข่าเล็กน้อย สวมใส่ไปเที่ยวหรือทำงานกึ่งทางการ
  • ทรงเดนิม ผลิตจากผ้ายีนส์ มีทั้งแบบปลายขาพับ ปล่อยชายตัดขอบ หรือแบบขาดวิ่น 
  • ทรงเบอร์มิวดา จุดเด่นคือความยาวที่ยาวลงมาเกือบถึงหัวเข่าหรือแตะหัวเข่า เหมาะสำหรับแต่งตัวสไตล์คลาสสิก

กางเกงขาสั้นแบบสตรีทแวร์และเน้นฟังก์ชัน

  • ทรงคาร์โก้ จุดเด่นคือกระเป๋าข้างขนาดใหญ่บริเวณต้นขา ดูลุยๆ สไตล์เอาท์ดอร์ เน้นการใช้งานใส่ของได้เยอะ
  • ทรงจ็อกเกอร์ หรือ แบบเอวยางยืด ลักษณะเป็นกางเกงผ้าวอร์ม หรือผ้าคอตตอนที่มีเอวยางยืด สวมใส่ลำลอง หรือแต่งสไตล์สตรีทแวร์

กางเกงขาสั้นแนวกีฬา

  • กางเกงวิ่ง ทำจากผ้าสังเคราะห์น้ำหนักเบา แห้งไว ความยาวประมาณ 3–5 นิ้ว และมีซับในในตัว
  • กางเกงบาสเกตบอล เป็นกางเกงขาสั้นทรงโคร่ง ยาวระดับเข่าหรือเลยเข่า ระบายอากาศได้ดี
  • กางเกงบอร์ดชอร์ต กางเกงสำหรับเล่นโต้คลื่นหรือว่ายน้ำ ไม่มีขอบเอวยางยืด แต่ใช้เชือกผูกด้านหน้า
  • กางเกงปั่นจักรยาน กางเกงผ้ายืดรัดรูปกระชับสัดส่วน ช่วยลดแรงต้านและลดการเสียดสีเวลาเคลื่อนไหว 

กางเกงขาสั้นสำหรับสุภาพสตรี

  • กางเกงทรงเอไลน์ ลักษณะเป็นกางเกงขาสั้นทรงที่บานออกช่วงปลายขาคล้ายตัว A ช่วยอำพรางต้นขาและเน้นให้เอวดูเล็ก
  • กางเกงทรงเอวสูง ลักษณะขอบเอวอยู่สูงระดับสะดือหรือเหนือสะดือ ทำให้ช่วงขาดูยาวขึ้น สวมใส่สบายและจัดสัดส่วนรูปร่างได้ง่าย
  • กางเกงทรง Hot Pants กางเกงขาสั้นกุดสไตล์แฟชัน เน้นความโฉบเฉี่ยวและคล่องตัว

กางเกงขาสั้น กับ กางเกงสามส่วน ต่างกันอย่างไร

กางเกงขาสั้น ในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Shorts ส่วนกางเกงสามส่วน ภาษาอังกฤษจะเรียกกันว่า Three-Quarter Pants แม้จะมีคนเหมารวมว่า กางเกงทั้งสองชนิดนี้ มีความคล้ายคลึงกัน คือมีลักษณะที่เป็นกางเกงขาสั้น ทว่ากางเกงทั้งสองลักษณะ ก็มีความแตกต่างกันอยู่ 

ความยาวที่แตกต่าง

  • กางเกงขาสั้น มีความยาวปลายขาตั้งแต่ระดับเหนือเข่าขึ้นไป (ตั้งแต่ต้นขาด้านบน จนถึงเหนือหัวเข่าประมาณ 1–3 นิ้ว
  • กางเกงสามส่วน มีความยาวปลายขาลงมาคลุมหัวเข่า และปิดช่วงน่องส่วนบน โดยความยาวจะอยู่ประมาณ 3/4 ของความยาวขาทั้งหมด 

ลักษณะการใช้งาน

  • กางเกงขาสั้น ให้ความรู้สึกโปร่ง ระบายอากาศได้ดี สวมใส่สบาย เหมาะกับอากาศร้อนจัด และให้ความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว
  • กางเกงสามส่วน ป้องกันแสงแดดหรือการรอยขีดข่วนช่วงเข่าและน่องได้ดีกว่า แต่การระบายอากาศบริเวณช่วงขาจะน้อยกว่ากางเกงขาสั้น

ระดับความเป็นทางการในการสวมใส่

  • กางเกงขาสั้น ให้ลุคลำลอง นิยมใส่ในวาระไม่เป็นทางการ หรือวันหยุด
  • กางเกงสามส่วน สวมใส่เพื่อให้ดูสุภาพขึ้น เนื่องจากปิดช่วงหัวเข่ามิดชิด บางสถานที่หรือบางกิจกรรมที่ห้ามใส่กางเกงขาสั้นกุด อาจอนุญาตให้ใส่กางเกงสามส่วนได้

กางเกงขาสั้น และแรงจูงใจในการเลือกใส่

หากตั้งคำถามว่า เหตุใดผู้คนถึงชอบใส่กางเกงขาสั้น หรือแรงจูงใจอะไรที่ทำให้ผู้คนเลือกที่จะหยิบ “กางเกงขาสั้น” ขึ้นมาสวมใส่ 

  1. สะท้อนความรู้สึกอิสระและการปลดปล่อย
    กางเกงขายาวหรือชุดที่เป็นทางการ มักเชื่อมโยงกับ "กฎเกณฑ์" หรือ "กรอบสังคม" ในทางกลับกัน กางเกงขาสั้นกลับเป็นสัญลักษณ์ของวันหยุด ความผ่อนคลาย และกิจกรรมพักผ่อน การสวมกางเกงขาสั้นจึงมีผลทางจิตวิทยา โดยสมองจะรับรู้ว่า “เรากำลังอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย สบายใจ และเป็นอิสระจากความกดดัน”
  2. สะท้อนเรื่องการยอมรับและพึงพอใจในรูปร่างตนเอง 
    สำหรับสุภาพสตรี การเผยผิวและช่วงขา ต้องอาศัยความมั่นใจ ดังนั้น การเลือกสวมกางเกงขาสั้น จึงสะท้อนถึงการเปิดเผยตัวตน รวมถึงการยอมรับในรูปร่างตัวเอง และความรู้สึกไม่กังวลต่อการถูกตัดสินจากสายตาคนอื่น 
  3. สะท้อนเรื่องความกลมกลืนและการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม
    มนุษย์มีสัญชาตญาณในการปรับตัวให้เข้ากับบริบทสังคม หากอยู่ในสภาพแวดล้อม สังคมเพื่อนฝูง หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนส่วนใหญ่แต่งตัวลำลอง การใส่กางเกงขาสั้นจะช่วยลดความรู้สึกเป็นจุดสนใจหรือความแปลกแยก ทำให้รู้สึกกลมกลืนและเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มได้ง่ายขึ้น
  4. สะท้อนเรื่องการแสดงออกที่เข้าถึงง่าย 
    การสวมกางเกงขาสั้น ช่วยลดความเป็นทางการและเพิ่มภาพลักษณ์ของความเข้าถึงง่าย และดูมีพลัง กระฉับกระเฉง หลายคนจึงรู้สึกว่าตัวเองดูเป็นธรรมชาติและเป็นกันเองมากขึ้นเมื่ออยู่ในชุดลำลองกางเกงขาสั้น

เราควรเลือกสวมกางเกงขาสั้นได้โอกาสแบบไหน

หากว่ากันตามหลักสากล วิธีพิจารณาการเลือกสวมใส่กางเกงขาสั้น สามารถดูได้จาก

1.พิจารณาจากระดับความเป็นทางการและประเภทของงาน 
หากเป็นงานทางการ งานพิธีการ เช่น งานแต่งงานในโบสถ์หรือโรงแรม งานรัฐพิธี งานประชุมธุรกิจ ไม่ควรใส่กางเกงขาสั้น

กรณีงานกึ่งทางการ เช่น งานเลี้ยงสังสรรค์บริษัทริมชายหาด, งานปาร์ตี้กลางวัน, งานวันเกิดในร้านอาหาร สามารถสวมขาสั้นได้ แต่ควรเป็นทรงสุภาพ เช่น กางเกงชิโนขาสั้นแมตช์กับเสื้อเชิ้ต 
กรณีเป็นงานลำลอง (Casual) เช่น งานคอนเสิร์ตกลางแจ้ง, งานปาร์ตี้, กิจกรรมท่องเที่ยวทะเล, กิจกรรมกีฬา สวมขาสั้นได้ตามอิสระ และตามความเหมาะสมของกิจกรรม

2.สถานที่จัดงานและสิ่งแวดล้อม 
กรณีเป็นสถานที่เปิด กลางแจ้ง ริมทะเล หรือจัดงานในสวน เลือกสวมใส่กางเกงขาสั้นได้ เพราะระบายอากาศได้ดี

กรณีเป็นสถานที่ปิด หรือห้องที่ติดแอร์เย็นจัด หรือโรงแรมระดับห้าดาว การใส่กางเกงขาสั้นอาจดูไม่เข้ากับบรรยากาศและทำให้หนาวเกินไป

สถานที่เกี่ยวกับศาสนา เช่น งานทำบุญ หรืองานที่จัดในวัด หรือศาสนสถาน ควรหลีกเลี่ยงการสวมกางเกงขาสั้น

นอกจากตัวแปรเรื่องสถานที่และความเป็นทางการแล้ว ลักษณะ “ความยาว” ของกางเกงขาสั้น มีผลต่อความเหมาะสมในการสวมใส่เช่นกัน

  • ความยาวระดับมาตรฐาน (เหนือเข่า 1–3 นิ้ว) เป็นความยาวที่ปลอดภัย สุภาพ และดูดีที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ เหมาะกับการแต่งกายยามเดินทาง ชุดลำลอง หรือไปเที่ยวทั่วไป
  • ความยาวระดับพอดีเข่า เหมาะกับกางเกงทรงชิโนหรือเบอร์มิวดา ให้ภาพลักษณ์ที่สุภาพขึ้นมาอีกระดับ
  • ความยาวระดับต้นขา (สั้นกว่า 3-4 นิ้วขึ้นไป) เหมาะกับวันไปเที่ยวทะเล กิจกรรมริมชายหาด การเล่นกีฬา หรือสวมใส่แนวแฟชั่น ไม่เหมาะกับสถานที่ทางการ

กางเกงขาสั้น กับวิถีไทย

กางเกงขาสั้น ปรากฏในวิถีชีวิตของคนไทย ส่วนใหญ่คือภาพการสวมใส่ของเหล่านักเรียนประถมและมัธยม ยุคแรกเริ่มเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีการกำหนดให้เครื่องแบบนักเรียนชาย ต้องสวมใส่กางเกงขาสั้น ลักษณะเป็นกางเกงขาสั้นสีดำ 

ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ชุดนักเรียนเปลี่ยนมาใช้กางเกงขาสั้นสีกากีแกมเขียว กระทั่งปรับมาเป็นสีกากีและสีน้ำเงินกรมท่าตามลำดับ ระหว่างปี พ.ศ. 2492 มีการตรากฎกระทรวงเพื่อกำหนดมาตรฐาน “เครื่องแบบนักเรียน” อย่างเป็นทางการ โดยกำหนดให้ชุดนักเรียนชายระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ต้องสวมใส่ เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น คู่กับกางเกงขาสั้น โดยสามารถเลือกใช้สีกากี, สีดำ หรือสีน้ำเงินกรมท่า ตามระเบียบของแต่ละโรงเรียน กระทั่งกลายเป็นรูปแบบมาตรฐานที่มาพร้อมกับวลีฮิตที่คุ้นเคยกันอย่าง “เด็กขาสั้น” หรือ “วัยขาสั้น” 

ในมุมเรื่องการสวมใส่กางเกงขาสั้นในสุภาพสตรีไทย เดิมทีหญิงไทยสวมผ้านุ่งหรือผ้าถุง ต่อมาในยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีการส่งเสริมให้สวมกางเกงสแล็ก (กางเกงขายาวทรงสุภาพ) หรือกระโปรงเพื่อความเป็นสากล 

จุดเริ่มต้นของการสวมใส่กางเกงขาสั้นในสตรีไทย เกิดขึ้นในการเล่นกีฬา เช่น เทนนิส แบดมินตัน แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว มักสวมใส่กางเกงขาสั้นกันในหมู่สตรีชั้นสูงหรือนักเรียนสตรีเป็นส่วนใหญ่ 

ช่วงเวลาที่กางเกงขาสั้นเริ่มนิยมแพร่หลายในสตรีไทย คือช่วงสงครามเวียดนาม ที่วัฒนธรรมตะวันตกแพร่เข้าในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพ และเมืองที่มีฐานทัพอเมริกันมาตั้งอยู่ หญิงไทยรุ่นใหม่ในเวลานั้น เริ่มนำกางเกงขาสั้นมาใส่เป็นแฟชั่นลำลองนอกบ้านมากขึ้น 

จนผ่านมาถึงปี พ.ศ. 2520 – 2530 ประเทศไทยมีความเจริญ และสื่อเปิดรับข่าวสารความบันเทิงจากต่างประเทศมากขึ้น รูปแบบของกางเกงขาสั้นจึงมีความหลากหลาย ผู้คนมักสวมใส่ตามดารา ศิลปิน คนดัง พร้อมกันนีีประเทศไทยยังส่งเสริมพื้นที่ท่องเที่ยวชายทะเลมากขึ้น ส่งผลต่อการแต่งกายและความนิยมในการสวมใส่กางเกงขาสั้นขึ้นไปอีก

ปัจจุบัน “กางเกงขาสั้น” กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายของคนไทย แม้จะมีหลักการและหลักเกณฑ์เรื่องการสวมใส่ แต่ไม่ว่าจะอยู่ในบริบทไหน สุดท้ายอยู่ที่ “ผู้สวมใส่” ว่าจะเลือกสวมกางเกงขาสั้นแบบไหนที่เรียกว่า “เหมาะสม”

กางเกงขาสั้น ไม่เป็นแค่เครื่องแต่งกาย แต่ยังเป็นหน้าบันทึกประวัติศาสตร์ของสังคม นับจากอดีตถึงปัจจุบัน…

อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กางเกงขาสั้นกางเกงขาสั้น
สันทัด โพธิสา

ผู้เขียน: สันทัด โพธิสา

เจ้าหน้าที่เนื้อหาออนไลน์อาวุโส Thai PBS สนใจความเคลื่อนไหวของสังคม ผู้คน และเทรนด์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ และรวมถึงเป็นสมาชิกทาสแมวมายาวนาน

บทความ NOW แนะนำ