Loading...

แชร์

Copied!

เปิดโปงขบวนการ “แก๊งคอลเซนเตอร์หลอกเปิดบัญชีม้า” ลวงเหยื่อไปชายแดน เสี่ยงค้ามนุษย์-ฟอกเงิน

26 เม.ย. 69 | 07:00 น.
เปิดโปงขบวนการ “แก๊งคอลเซนเตอร์หลอกเปิดบัญชีม้า” ลวงเหยื่อไปชายแดน เสี่ยงค้ามนุษย์-ฟอกเงิน
ภัยจากแก๊งคอลเซนเตอร์ทุกวันนี้ไม่ได้จบแค่การหลอกโอนเงิน แต่พัฒนาไปสู่การหลอก “เปิดบัญชีม้า” ผ่านรูปแบบหางานออนไลน์ โดยเฉพาะงาน Work from Home ที่อ้างรายได้ดี ล่าสุดมีครอบครัวหนึ่งถูกหลอกไปถึงชายแดน ก่อนถูกบังคับเข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์

จากหางานออนไลน์ สู่การเอาชีวิตรอดจากชายแดน

“คุณเอ” (นามสมมุติ)  จังหวัดปทุมธานี กำลังหางานเสริม และไปเจอโพสต์รับรีวิวสินค้าในกลุ่มหางาน “หางาน รังสิตปทุมธานี” โดยอ้างว่าเป็นงาน Work from Home รายได้ดี ได้ค่าคอมมิชชันสูง ทำให้สนใจและติดต่อไป

จากนั้นมิจฉาชีพให้แอดไลน์ ก่อนชักชวนไป “อบรมงาน” ที่ จ.สระแก้ว โดยอ้างว่าเป็นที่ตั้งของออฟฟิศและโกดังสินค้า มีการวิดีโอคอลให้ดูสถานที่และบรรยากาศเหมือนมีตัวตนจริง ทำให้คุณเอเชื่อสนิทใจด้วยความหวังอยากมีรายได้เสริมในช่วงวันหยุด คุณเอจึงชวนแม่และภรรยาเดินทางไปด้วย

เมื่อความจริงไม่เป็นอย่างที่คิด

เมื่อไปถึงในช่วงกลางคืน กลุ่มผู้เสียหายถูกพาไปพักโรงแรม 1 คืน ก่อนเช้าวันถัดมาจะมีรถมารับเพื่อไปอบรม แต่ระหว่างทางกลับเกิดเหตุไม่คาดคิด รถจอดกะทันหัน และมีชายฉกรรจ์หลายคนวิ่งออกมาจากป่า พร้อมอาวุธ ข่มขู่ให้ทุกคนวิ่งเข้าไปในป่า ด้วยความกลัว ผู้เสียหายจึงจำใจทำตาม และถูกพาเดินลึกเข้าไปในพื้นที่ธรรมชาติ ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีรถมารับไปยังอาคารที่เรียกว่า “ตึกโต๊ะสนุก”

เมื่อถึงที่นั่น โทรศัพท์ บัตรประชาชน และของใช้ส่วนตัวทั้งหมดถูกยึด และถูกควบคุมตัวอยู่ในอาคาร โดยพบว่ามีคนไทยอีกจำนวนมากที่ถูกหลอกมาในลักษณะเดียวกัน จากนั้นผู้เสียหายถูกบังคับให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร โดยแทบไม่สามารถปฏิเสธได้ หากมีการแสดงความไม่พอใจหรือร้องไห้ จะถูกข่มขู่ทันที

ต่อมาถูกย้ายไปยังอาคารอื่น เพื่อรอใช้งานบัญชี ซึ่งบัญชีที่เปิดจะถูกนำไปใช้เป็น “บัญชีม้า” สำหรับรับโอนเงินจากเหยื่อรายอื่น

ภาพตึกสแกมเมอร์ ปอยเปต

เหตุการณ์เริ่มเปลี่ยนเมื่อมีการเคลื่อนไหวทางบัญชีของคุณแม่ ซึ่งผูกกับอีเมลที่ลูกสาวสามารถเข้าถึงได้ ทำให้มีการแจ้งเตือนธุรกรรม และนำไปสู่การประสานงานกับหน่วยงานช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่สามารถอายัดบัญชีได้อย่างรวดเร็วภายใน 1-2 วัน ส่งผลให้บัญชีไม่สามารถใช้งานได้ และทำให้ขบวนการมองว่าผู้เสียหาย “หมดประโยชน์”

อิสระภาพเมื่อหมดประโยชน์

หลังจากนั้น ผู้เสียหายถูกปล่อยตัวในพื้นที่ป่าชายแดนช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงจากทุ่นระเบิด ต้องเดินหาทางเอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง บางช่วงต้องหลบซ่อนในป่า ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน และใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเจอทหารที่ช่วยนำทางกลับมาได้อย่างปลอดภัย

ไทม์ไลน์การค้ามนุษย์

แก๊งบัญชีม้าคือขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ

คุณจารุวัฒน์ จิณห์มรรคา รองประธานกรรมการมูลนิธิอิมมานูเอล มองกระบวนการนี้ว่า การกระทำลักษณะนี้เข้าข่าย “ขบวนการค้ามนุษย์” อย่างชัดเจน ตั้งแต่การหลอกลวง นำพา และส่งต่อเหยื่อเพื่อแลกกับค่าตอบแทน ก่อนนำไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงินผ่านบัญชีม้า หรือบังคับใช้แรงงานในฐานสแกมเมอร์ 

คุณจารุวัฒน์ จิณห์มรรคา รองประธานกรรมการมูลนิธิอิมมานูเอล

คุณจารุวัฒน์ จิณห์มรรคา รองประธานกรรมการมูลนิธิอิมมานูเอล

“ขั้นตอนการช่วยเหลือ เริ่มจากน้องสาวของครอบครัวนี้นำอีเมลไปผูกไว้กับบัญชีของคุณแม่ ทำให้เมื่อมิจฉาชีพเปิดบัญชีออนไลน์และมีการโอนเงินออก ระบบแจ้งเตือนจึงไปปรากฏที่โทรศัพท์ของน้องสาว

เมื่อน้องสาวเห็นความผิดปกติ จึงนำชื่อไปค้นหาและโพสต์ในเฟซบุ๊ก กระทั่งพบข้อมูลชื่อกลุ่ม “คนไทยในปอยเปต” จึงเริ่มเอะใจและรีบค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมทางอินเทอร์เน็ต ก่อนประสานไปยังตำรวจและมูลนิธิเพื่อขอความช่วยเหลือ

จากนั้นได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการอายัดบัญชี ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

โดยปกติแล้ว คนที่ถูกพาไปอยู่ในพื้นที่อย่างปอยเปต หากยังสามารถทำงานได้หรือบัญชียังใช้งานได้ มักจะไม่ได้รับการปล่อยตัว แต่ในช่วงหลัง ด้วยสถานการณ์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ทำให้รูปแบบการปล่อยตัวเปลี่ยนไป ขบวนการค้ามนุษย์มักจะนำผู้เสียหายไปปล่อยทิ้งไว้ตามแนวชายแดนในพื้นที่เสี่ยง เช่น บริเวณที่มีทุ่นระเบิด และเป็นจุดที่ทหารไม่ค่อยลาดตระเวน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจพบ” คุณจารุวัฒน์ กล่าว

เปิดกลไกอาชญากรรมข้ามชาติ บังคับสแกนหน้าเปิดบัญชีม้า

พ.ต.อ. อรรถพร สุริยะเลิศ  รรท.ผบก.ปคม.

พ.ต.อ. อรรถพร สุริยะเลิศ รรท.ผบก.ปคม.

พ.ต.อ. อรรถพร สุริยะเลิศ  รรท.ผบก.ปคม. ยืนยันว่า เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่มีโครงสร้างชัดเจน ตั้งแต่คนโพสต์หางาน คนประสานงาน คนพาเหยื่อ และสถานที่ควบคุมตัวในต่างประเทศ โดยบางพื้นที่มีลักษณะเหมือนแหล่งซื้อขายแรงงานหรือ “ตลาดคน”

เหยื่อส่วนใหญ่จะถูกบังคับให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร และใช้งานบัญชีเหล่านั้นในการรับ-โอนเงินจากการฉ้อโกง เมื่อบัญชีถูกอายัด หรือที่เรียกกันว่า “ม้าตาย” ก็จะถูกปล่อยตัวหรือส่งต่อ

ในด้านกฎหมาย แม้ผู้เสียหายจะถูกบังคับ แต่ยังอาจมีความเสี่ยงต้องรับผิดในคดีฟอกเงินหรือสนับสนุนการฉ้อโกง อย่างไรก็ตาม สามารถต่อสู้ในชั้นศาลได้ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีหลายคดีที่ศาลยกฟ้อง

พื้นที่เสี่ยงที่พบการหลอกลวง

ขบวนการลักษณะนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะจุดเดียว แต่พบในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน เช่น

  • สระแก้ว
  • จันทบุรี
  • ตราด
  • แม่สอด
  • เชียงราย (ท่าขี้เหล็ก)
  • ช่องจอม จ.สุรินทร์

พื้นที่เสี่ยงที่พบการหลอกลวง

สัญญาณเตือนภัย “งานปลอม”

ควรระวังเป็นพิเศษ หากพบลักษณะดังนี้

  • งาน Work from Home รายได้สูงผิดปกติ
  • ต้องเดินทางไปอบรมหรือทดลองงานตามชายแดน
  • ใช้การติดต่อผ่านไลน์เป็นหลัก
  • ไม่มีข้อมูลบริษัทชัดเจน
  • เร่งให้ตัดสินใจ และเสนอผลตอบแทนเกินจริง

หากสงสัยหรือพบเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคม. โทร. 1191 ตลอด 24 ชั่วโมง

สัญญาณเตือนภัยงานปลอม

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่ากลลวงของแก๊งคอลเซนเตอร์พัฒนาไปไกลกว่าการหลอกเงิน แต่เชื่อมโยงไปถึงขบวนการค้ามนุษย์และฟอกเงินอย่างเป็นระบบ การมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และไม่หลงเชื่อ “งานง่าย รายได้ดี” โดยเฉพาะที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ชายแดน คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการเหล่านี้

ขอบคุณที่มาจาก : รายการสถานีประชาชน