อ้างรายได้วันละ 5,000 แค่กดหัวใจใน TikTok แท้จริง “ลวงลงทุนสูญเงินแสน”

ตำรวจไซเบอร์ รวบมิจฉาชีพหลอกหารายได้ผ่าน TikTok ใช้กลลวง “กดหัวใจแลกเงิน” หลอกเหยื่อทำภารกิจกดไลก์ คนร้ายลวงด้วยการให้เงินจริงในช่วงแรก ก่อนชักชวนลงทุนผ่านลิงก์ปลอม อ้างเพิ่มรายได้และรับโบนัส สุดท้ายเหยื่อถูกเชิดเงินเกือบแสนบาท Thai PBS Verify เตือนภัยพร้อมเผยกลโกงก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฯ
กลลวงกดหัวใจ TikTok แลกเงิน เหยื่อติดกับสูญเงินแสน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ร่วมกันจับกุม น.ส.เบญจวรรณฯ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด 2 คดี ในข้อหา
- ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลอันเป็นเท็จ
- เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก
ทั้งนี้เนื่องจากผู้เสียหายเข้าแจ้งความระบุว่า พบโฆษณาชักชวนหารายได้ผ่านแอปฯ TikTok อ้างเพียงกดหัวใจในคลิปก็ได้รับค่าตอบแทน โดยช่วงแรกได้เงินจริงตามที่กล่าวอ้าง จึงหลงเชื่อและโอนเงินเพิ่มตามคำชักชวนของมิจฉาชีพ แต่ภายหลังคนร้ายกลับอ้างปัญหาไม่สามารถถอนเงินหรือรับผลตอบแทนได้ ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงหยุดโอนเงิน และเข้าแจ้งความดำเนินคดี
พฤติกรรมของมิจฉาชีพเป็นอย่างไร ?
จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่พบพฤติกรรมที่มิจฉาชีพใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ ดังนี้
- ใช้โฆษณาชวนเชื่อ: อ้างเพียงกดถูกใจคลิปวิดีโอที่กำหนดก็จะได้รับค่าตอบแทน คลิปละประมาณ 10 – 24 บาท และสามารถสร้างรายได้อยู่ที่วันละ 1,000 – 5,000 บาท
- ได้เงินจริงช่วงแรก หวังเหยื่อตายใจ: เมื่อผู้เสียหายทดลองทำภารกิจ โดยให้กดถูกใจและบันทึกหน้าจอส่งเป็นหลักฐาน จะได้รับค่าตอบแทนจริงจำนวน 30 บาท เพื่อทำให้เหยื่อหลงเชื่อว่ามีรายได้จริง
- ล่อโอนเงินด้วยเงินโบนัส: หลังจากเหยื่อเริ่มหลงเชื่อ มิจฉาชีพจะอ้างถึงการทำภารกิจเพิ่ม เพื่อรับโบนัสหรือรายได้พิเศษ แต่ต้องโอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้าย
- อ้างปัญหา เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่ม: เมื่อผู้เสียหายหลงโอนเงินแล้ว มิจฉาชีพจะอ้างข้อผิดพลาด เพื่อให้ผู้เสียหายไม่ได้รับผลตอบแทน และกำหนดเงื่อนไขให้เหยื่อโอนเงินเพิ่มเข้าไปเพื่อถอนเงินคืน ซึ่งกว่าเหยื่อจะรู้ตัว ก็ถูกหลอกเงินไปเป็นจำนวนมาก
สืบพบเส้นทางเงิน เชื่อมโยง “บัญชีม้า”
ผู้ต้องหารับว่า เป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับคดีนี้มาก่อน โดยให้การว่า เคยถูกหลานสะใภ้ชักชวนสมัครงานออนไลน์ตั้งแต่ ต.ค. 66 และได้มีการสแกนใบหน้า รวมถึงส่งข้อมูลส่วนตัว แต่สุดท้ายกลับไม่มีการติดต่อกลับ จนมาทราบภายหลังว่า ข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้เปิด “บัญชีม้า”

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พบว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพยังใช้กลลวงปล่อยกู้เงินออนไลน์ อ้างอนุมัติง่าย เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว ก่อนนำไปใช้เป็นบัญชีม้าโดยที่เหยื่ออาจไม่ทันรู้ตัวอีกด้วย
คำเตือนจากตำรวจไซเบอร์ (CIB)
ตำรวจไซเบอร์เตือนภัยมายังประชาชน ว่างานที่อ้างว่ารายได้ง่าย ได้เงินเร็ว โดยไม่มีเหตุผลรองรับ มักเป็นกลลวงของมิจฉาชีพ ควรตรวจสอบให้รอบคอบ และไม่โอนเงินให้บุคคลที่ไม่รู้จักโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ
นอกจากนี้ การกู้เงินจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือมีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้า มักเป็นกลโกงของมิจฉาชีพ ควรหลีกเลี่ยงและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจตามมาในอนาคต
ที่มาข้อมูล: ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)












