Profile icon

ระวัง! มิจฯ ลวงคนหารายได้เสริม ถูกหลอกสูญเงิน-ตกเป็นบัญชีม้า

DateClock icon13:21|ข่าวสารViews0

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัยสำหรับคนที่หารายได้เสริม หลังมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเอเจนซีรับงาน หลอกให้โอนเงินเพื่อร่วมกิจกรรมแลกรับผลตอบแทน ก่อนเรียกเก็บเงินเพิ่มเรื่อย ๆ จนไม่สามารถถอนเงินคืนได้ Thai PBS Verify ชวนถอดพฤติกรรมของมิจฉาชีพ ตั้งแต่การสร้างความน่าเชื่อถือผ่านโซเชียลมีเดีย การหลอกให้โอนเงิน ไปจนถึงความเสี่ยงที่อาจตกเป็น "บัญชีม้า" โดยไม่รู้ตัว พร้อมวิธีสังเกตสัญญาณเตือนและป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

Thai PBS Verify ตรวจสอบกลโกงออนไลน์รูปแบบใหม่ที่กำลังระบาดในกลุ่มผู้ที่ต้องการหารายได้เสริม ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้นำกำลังเข้าจับกุม นางสาวสุพัตรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า)” โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านพักในพื้นที่ อ.เมืองสตูล จ.สตูล

คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับคนที่กำลังหางานออนไลน์ เพราะมิจฉาชีพได้นำความฝันและความสามารถของเหยื่อมาใช้เป็นเครื่องมือล่อลวง

ภาพขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหา

พฤติกรรมของมิจฉาชีพเป็นอย่างไร ?

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้เสียหายรายหนึ่ง ต้องการหารายได้เสริมและได้ค้นหาช่องทางออนไลน์ จนไปเจอประกาศโฆษณาชวนเชื่อบนเฟซบุ๊ก รับสมัครคน “ทดลองพากย์เสียงโฆษณาสินค้า” ซึ่งตรงกับความรู้ความสามารถของผู้เสียหาย จึงได้ติดต่อสมัครไป

เมื่อเหยื่อหลงกล มิจฉาชีพจะดำเนินแผนการเป็นขั้นเป็นตอนดังนี้

  • สร้างความน่าเชื่อถือ: ดึงเข้าไลน์บัญชีชื่อ “Voice Passion Media” อ้างว่าเป็นตัวแทนบริษัทใหญ่ และส่งต่อให้คุยกับแอดมินอีกหลายคนเพื่อดูสมจริง
  • ให้ทดลองงาน: มอบหมายให้ทดลองพากย์เสียงสินค้าประเภทต่างๆ ของผู้สนับสนุน เพื่อให้เหยื่อตายใจว่าได้ทำงานจริง
  • เปลี่ยนเข้าสู่กลโกง: เมื่อทำไปได้ระยะหนึ่ง แอดมินจะอ้างกิจกรรมพิเศษ “ทดลองสนับสนุนการค้า” (ซื้อ-ขายเครื่องเสียง) เพื่อช่วยคู่ค้าของบริษัท โดยให้เหยื่อสำรองโอนเงินไปก่อน
  • ปิดเกมหลอกเหยื่อ: ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของนางสาวสุพัตรา (ผู้ต้องหา) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 365,085 บาท แต่เมื่อจะขอเงินคืนกลับถูกปฏิเสธและถูกบังคับให้โอนเพิ่ม จนรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความ

อุทาหรณ์ “บัญชีม้า” อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แลกเงินแค่ 650 บาท

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเมื่อ 2 ปีก่อน ตนเองต้องการหารายได้เสริมจากกลุ่มแม่และเด็กในเฟซบุ๊ก จึงได้ติดต่อแอดมินเพจหนึ่งไป โดยทำตามขั้นตอนคือ ส่งข้อมูลส่วนตัว แสกนใบหน้า ถ่ายรูปบัตรประชาชนหน้า-หลัง และบอกรหัส OTP เพื่อแลกกับค่าตอบแทนเพียง 650 บาท แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับเงิน จนกระทั่งผ่านมา 1 ปี บัญชีถูกอายัดและถูกจับกุมในที่สุด

Thai PBS Verify รวม 3 จุดสังเกต “งานออนไลน์” ที่เป็นมิจฉาชีพ

  • งานสบายแต่รายได้สูงเกินจริง: งานที่อ้างว่าใช้เวลาทำน้อย ไม่จำกัดวุฒิ แต่ให้ค่าตอบแทนสูง มักเป็นเหยื่อล่อ
  • ต้องโอนเงินสำรองก่อนเสมอ: ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นค่าค้ำประกัน ค่าธรรมเนียม หรือ “กิจกรรมสนับสนุนยอดขาย” หากมีกฎว่า “ต้องโอนเงินไปก่อนเพื่อจะได้เงินกลับมา” ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ 100%
  • บัญชีรับเงินเป็นชื่อบุคคลธรรมดา: บริษัทที่ถูกกฎหมายจะใช้บัญชีในนามนิติบุคคลหรือบริษัทเท่านั้น หากให้โอนเข้าบัญชีชื่อนาย/นางสาว ให้เอะใจไว้ก่อนว่าเป็นบัญชีม้า

หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะนี้ หรือตกเป็นเหยื่อแล้ว สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ www.thaipoliceonline.go.th เท่านั้น (โปรดระวังเว็บไซต์ปลอมที่มิจฉาชีพทำเลียนแบบ)

ข้อมูลจาก: ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

ผู้เขียน : นางสาวพัชราภรณ์ หลีเกษม นักศึกษาฝึกงาน

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน