Profile icon

เตือนภัย! แค่หางานแอดมิน สู่ฝันร้าย “บัญชีม้า 39 คดี”

DateClock icon09:00|ข่าวสาร

เตือนภัยคนหางาน! กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสาวสมัครแอดมินออนไลน์ แต่ถูกหลอกไปกัมพูชา ยึดเอกสาร-บังคับสแกนหน้า กลับไทยมาโดนคดีบัญชีม้า 39 คดี

Thai PBS Verify ถอดบทเรียนจากคดีที่เกิดขึ้นจริง หลัง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ในข้อหาหนักเกี่ยวกับความผิดฐานสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน และการยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจคนหางานอย่างยิ่ง เพราะจากการสืบสวนพบว่า บัญชีธนาคารของผู้ต้องหารายนี้ ถูกเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์และหลอกลวงออนไลน์ นำไปใช้เป็นบัญชีม้าแถวหน้า รับโอนเงินจากเหยื่อในคดีลักษณะเดียวกันกระจายทั่วประเทศมากถึง 39 คดี รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 7 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมผู้ต้องหาในคดีบัญชีม้า ใน จ.สมุทรสาคร

เผยกลโกงหลอกไปเป็นแอดมินที่สระแก้ว แต่จบที่กัมพูชา

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า ตนเองก็ตกเป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์เช่นกัน โดยย้อนไปเมื่อปี 2567 ได้หลงเชื่อโพสต์รับสมัครงานในตำแหน่ง “แอดมิน รายได้ดี” ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กหางาน โดยตอนแรกระบุว่าให้ไปทำงานที่จังหวัดสระแก้ว แต่เมื่อเดินทางไปถึงหน้างานจริง กลับถูกขบวนการนี้พาเดินข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศกัมพูชา

ทันทีที่ไปถึงฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ฝันร้ายก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอถูกยึดโทรศัพท์มือถือ บัตรประชาชน และสมุดบัญชีธนาคารทั้งหมด ก่อนจะถูกบังคับให้สแกนใบหน้าซ้ำ ๆ หลายครั้งเพื่อเปิดบัญชีและทำธุรกรรม โดยแก๊งคนร้ายขู่ว่าหากขัดขืนจะถูกทำร้ายร่างกาย

ภาพประกอบ AI

ทำงาน 5 วัน ไม่ได้เงิน แถมตื่นมาเป็นอาชญากร

น.ส.กานดา อ้างว่าถูกกักขังและบังคับให้ทำงานโพสต์ลิงก์หลอกหาคนมาร่วมงาน รวมถึงจัดหาบัญชีม้าส่งต่อให้เครือข่าย ทำอยู่ได้เพียง 5 วันก็ถูกส่งตัวกลับประเทศไทยโดยไม่ได้ค่าจ้างแม้แต่บาทเดียว และเมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าบัญชีธนาคารของตนถูกอายัด จนกระทั่งมาถูกตำรวจกองปราบฯ จับกุมในที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ภาพประกอบ AI

CIB เตือนระวังรูปแบบหลอกเป็นบัญชีม้ารูปแบบใหม่

พ.ต.อ. เนติ วงษ์กุหลาบ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (CIB) ได้อธิบายถึงเบื้องหลังและยุทธวิธีของมิจฉาชีพที่ปัจจุบันมีรูปแบบใหม่ล่าสุดที่มิจฉาชีพนำมาใช้หลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีลักษณะและกลไกการทำงานดังนี้
  • วิธีการทาบทามเหยื่อ: มิจฉาชีพจะประกาศขอเช่าบัญชีธนาคารผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยมักจะอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เช่น ต้องการใช้บัญชีเพื่อรับโอนเงินจากบริษัทคู่ค้า หรือใช้สำหรับธุรกิจขายสินค้าอื่น ๆ
  • ขั้นตอนการหลอกลวง: มิจฉาชีพจะทำทีเป็นโอนเงินเข้ามาที่บัญชีของเหยื่อก่อน แล้วให้เหยื่อโอนเงินจำนวนนั้นต่อไปให้มิจฉาชีพอีกทอดหนึ่ง โดยเสนอล่อใจเหยื่อด้วยการให้ส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเหยื่อจะได้รับเงินเปอร์เซ็นต์นี้จริง ๆ แต่เบื้องหลังคือการหลอกเอาบัญชีของเหยื่อไปใช้เป็นทางผ่านในการทำเรื่องผิดกฎหมาย

พ.ต.อ. เนติ วงษ์กุหลาบ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (CIB)

ผลกระทบทางกฎหมายสำหรับเจ้าของบัญชี: การปล่อยให้ผู้อื่นเช่าหรือยืมบัญชีไปใช้งานนั้นมีอันตรายและโทษทางกฎหมายที่ร้ายแรงมาก
  • เจ้าของบัญชีอาจต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา
  • หากมิจฉาชีพนำบัญชีดังกล่าวไปใช้ในการหลอกลวงผู้อื่น เจ้าของบัญชีจะถูกดำเนินคดีในข้อหา “ตัวการร่วม” ในการฉ้อโกงประชาชน เป็นข้อหาแรก
  • มีความเสี่ยงสูงที่จะต้องโทษติดคุก

Thai PBS Verify เตือนภัยสังคม

ปัจจุบันแก๊งคอลเซนเตอร์มักใช้จิตวิทยาเอาความต้องการหารายได้ของประชาชนมาล่อลวง โปรดระวังงานแอดมินออนไลน์ที่รายได้ดีเกินจริง หรือสั่งให้เดินทางไปทำงานแถวชายแดน เพราะคุณอาจถูกกักขัง ยึดเอกสาร และถูกบังคับสแกนใบหน้า จนกลายเป็นผู้ต้องหา “เปิดบัญชีม้า” ที่มีโทษจำคุกสูงและมีคดีติดตัวนับสิบคดีโดยไม่รู้ตัว

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน