คน “กทม.” ครองแชมป์ถูกมิจฉาชีพหลอก เสียหายกว่า 63 ล้าน

สถิติภัยไซเบอร์จากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ระหว่างวันที่ 9 - 15 สิงหาคม 2569 พบ กทม. ครองแชมป์ความเสียหายสูงสุด 63 ล้านบาท ขณะที่เพศหญิง วัยทำงาน 21-30 ปี ตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์มากที่สุด
Thai PBS Verify ตรวจสอบข้อมูลสถิติอาชญากรรมทางเทคโนโลยีล่าสุด จาก ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ระหว่างวันที่ 9 – 15 สิงหาคม 2569 มีคดีรับแจ้งความผ่านระบบ Thaipoliceonline รวมทั้งสิ้น 6,060 คดี รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 260 ล้านบาท โดยภาพรวมจำนวนคดีจะลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 364 คดี และมูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 3 ล้านบาท
เปิดอันดับจังหวัดเสียหายสูงสุด: กรุงเทพฯ ครองแชมป์นำโด่ง
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ พบว่าจังหวัดที่มีการแจ้งความและมูลค่าความเสียหายสูงสุดในรอบสัปดาห์ ได้แก่
- กรุงเทพมหานคร: แจ้งความ 138 คดี มูลค่าความเสียหายสูงถึง 63.3 ล้านบาท (ครองอันดับ 1 ทั้งจำนวนคดีและความเสียหาย)
- นนทบุรี: แจ้งความ 36 คดี มูลค่าความเสียหาย 2.6 แสนบาท
- เชียงใหม่: แจ้งความ 27 คดี มูลค่าความเสียหาย 1.1 ล้านบาท

เจาะกลุ่มเสี่ยง: หญิงวัย 21-30 ปี ตกเป็นเป้าหมายหลักต่อเนื่อง
สถิติตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาระบุชัดเจนว่า “เพศหญิง” ตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์มากกว่าเพศชาย โดยกลุ่มอายุ 21-30 ปี (วัยเริ่มต้นทำงาน) ยังคงครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุดต่อเนื่อง โดย 3 อันดับแรกของคดีที่กลุ่มวัยนี้ถูกหลอกมากที่สุด ได้แก่
- อันดับ 1: คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ (มีปริมาณรวมสูงสุดถึง 4,682 คดี คิดเป็น 77.3% ของคดีทั้งหมด)
- อันดับ 2: คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น
- อันดับ 3: คดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์อื่น

ขณะที่ “คดีหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน” แม้ปริมาณคดีจะไม่สูงเท่าการหลอกขายสินค้า แต่กลับสร้างความเสียหายต่อเงินในกระเป๋ามากที่สุด โดยในสัปดาห์นี้สแกมเมอร์กวาดเงินไปเกือบ 80 ล้านบาท (คิดเป็น 30.7% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด)
3 ขั้นตอนเช็กชัวร์ก่อนโอน ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพสายลงทุน
เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อกลโกงการลงทุน ACSC และ Thai PBS Verify ขอเน้นย้ำ 3 จุดตรวจสอบสำคัญก่อนตัดสินใจโอนเงิน
เช็กความน่าเชื่อถือผ่านแอปฯ “SEC Check First”
- ตรวจสอบรายชื่อบริษัทผ่านแอปพลิเคชันของ ก.ล.ต.
- ต้องปรากฏชื่อบริษัท มีเลขที่ใบอนุญาตชัดเจน และมีสถานะ “ได้รับอนุญาต” หรือ “ยังประกอบธุรกิจได้ตามปกติ”
- มีที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และรายชื่อผู้บริหาร/ผู้แนะนำการลงทุนตรงตามระบบ
เช็กชื่อบัญชีรับโอนเงิน
- ชื่อบัญชีต้องเป็นชื่อบริษัทนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากอ้างให้โอนเข้าบัญชี “บุคคลธรรมดา” (นาย/นาง/นางสาว) ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ 100%
- หากมีการเปลี่ยนบัญชีรับเงิน หรือเปลี่ยนบัญชีที่โอนผลกำไรคืนให้บ่อยครั้ง ให้หยุดโอนทันที
ระวังแอปพลิเคชันปลอม
- มิจฉาชีพสามารถปลอมแปลงแอปพลิเคชันให้มีโลโก้และชื่อเหมือนของจริง แล้วนำขึ้น App Store หรือ Google Play ได้ ดังนั้นการดาวน์โหลดจาก Store ไม่ได้การันตีว่าเป็นของจริง 100% ควรดาวน์โหลดผ่านลิงก์ตรงจากเว็บไซต์ทางการของบริษัทเท่านั้น












