สายฟรีต้องระวัง! มิจฯ ล่อด้วย “ตัวอย่างสินค้าฟรี” ก่อนลวงทำภารกิจ-ดูดเงินนับแสน

Thai PBS Verify เตือนภัยมิจฉาชีพสร้างเพจปลอมแจกสินค้าทดลองฟรี หลอกเหยื่อเข้ากลุ่มทำภารกิจกดไลก์และโอนเงิน อ้างรับค่าตอบแทนสูง ก่อนสูญเงินเกือบแสนบาท พร้อมเปิด 4 ข้อสังเกตกลลวง "ของฟรี" และวิธีตรวจสอบก่อนโอนเงิน เพื่อป้องกันตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์
เปิดพฤติการณ์ “แจกฟรีไม่มีจริง” ลำดับขั้นตอนล่อเหยื่อติดกับ
จากข้อมูลการแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ของผู้เสียหาย พบว่ามิจฉาชีพมีกระบวนการหลอกลวงอย่างเป็นระบบ ดังนี้:
-
ขั้นที่ 1 ยิงโฆษณาแจกของฟรี: มิจฉาชีพสร้างเพจ Facebook ปลอมขึ้นมา (เช่น เคสล่าสุดมีการแอบอ้างชื่อแบรนด์ “Medaily Pro Fiber ไฟเบอร์สูตรคุณหมอ”) เพื่อยิงโฆษณาชวนเชื่อว่าแจกสินค้าทดลองฟรี
-
ขั้นที่ 2 ลากเข้าไลน์: เมื่อเหยื่อสนใจ เพจจะส่งลิงก์ให้แอดไลน์ (LINE) โดยอ้างว่าเพื่อส่ง “โค้ดยืนยันสิทธิ์”
-
ขั้นที่ 3 ดึงเข้ากลุ่มหน้าม้า: หลังยืนยันตัวตน เหยื่อจะถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์รวม ซึ่งในนั้นจะมีหน้าม้าคอยโพสต์รีวิวว่าได้รับของจริง ได้เงินจริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
-
ขั้นที่ 4 จูงใจด้วยภารกิจรับเงิน: มิจฉาชีพจะเริ่มให้เหยื่อกดถูกใจสินค้า หรือรีวิวสั้น ๆ แล้วโอนเงินค่าตอบแทนจำนวนเล็กน้อยให้จริงในครั้งแรก ๆ เพื่อให้เหยื่อตายใจ
-
ขั้นที่ 5 หลอกโอนเงินต่อเนื่อง: เมื่อเหยื่อเริ่มเชื่อใจ มิจฉาชีพจะอ้างว่าต้องโอนเงินสำรองทุนเพื่อเพิ่มยอดงาน และจะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เคสนี้เหยื่อเริ่มโอนจาก 500 บาท และถูกหว่านล้อมให้โอนเพิ่มอีก 4 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 94,424.25 บาท สุดท้ายไม่ได้ทั้งสินค้าและไม่ได้เงินคืน

4 ข้อควรจำ: ดึงสติก่อนตกเป็นเหยื่อกลลวง
แม้มิจฉาชีพจะเปลี่ยนสินค้าที่นำมาอ้างไปเรื่อย ๆ แต่ “โมเดลการหลอกลวง” ยังคงเดิม หากเจอสถานการณ์เหล่านี้ให้เอะใจไว้ก่อนทันที
-
ของฟรีไม่มีในโลก: หากข้อเสนอดูดีเกินจริง ได้สินค้าฟรีพ่วงด้วยการได้เงินง่าย ๆ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
-
ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเพจ: ดูจำนวนผู้ติดตาม ความโปร่งใสของเพจ (Page Transparency) ว่าเคยเปลี่ยนชื่อบ่อยไหม และมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า (Blue Tick) ยืนยันตัวตนหรือไม่
-
อย่าหลงเชื่อกิจกรรม “โอนเงินก่อนเพื่อรับเงิน”: ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นค่าประกันสินค้า ค่าสำรองทุน หรือค่าทำภารกิจ หากมีเงื่อนไขว่าต้อง “โอนเงินไปก่อน” ให้หยุดสแกนทันที
-
เช็กชื่อบัญชีก่อนโอนทุกครั้ง: แบรนด์สินค้าใหญ่ ๆ จะใช้บัญชีปลายทางในนาม “บริษัท” เสมอ หากระบบแสดงชื่อบัญชีปลายทางเป็น “ชื่อบุคคลธรรมดา” (บัญชีม้า) ให้สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพ

วิธีสังเกตเพจปลอม VS เพจจริง แยกแยะอย่างไร?
นอกจาก 4 ข้อข้างต้นแล้ว ผู้บริโภคสามารถสังเกตเชิงลึกได้จากจุดจับโป๊ะเหล่านี้
-
ยอดไลก์และยอดผู้ติดตาม: เพจปลอมมักยิงโฆษณาหนักแต่ถ้าเข้าไปดูในเพจ จะพบว่ามียอดไลก์หลักสิบหรือหลักร้อย หรือเป็นยอดผู้ติดตามต่างชาติที่ซื้อมา
-
การตอบกลับในคอมเมนต์: เพจปลอมมักจะปิดกั้นไม่ให้คนทั่วไปคอมเมนต์ หรือมีแต่คอมเมนต์หน้าม้าหน้าเดิม ๆ ที่อวยสินค้าในลักษณะเดียวกัน
-
URL หรือลิงก์ที่ส่งให้แอด: ลิงก์ไลน์ของมิจฉาชีพมักเป็น LINE บุคคลธรรมดา ไม่ใช่ LINE Official Account (LINE OA) ที่เป็นบัญชีโล่สีเขียวหรือสีน้ำเงิน
ช่องทางการร้องเรียนและแจ้งความดำเนินคดี
หากคุณหรือคนใกล้ชิดหลงกลโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ห้ามโอนเพิ่มเพื่อหวังจะได้เงินคืนเด็ดขาด และให้รีบดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ทันที
-
ติดต่อธนาคารทันที: โทรหาศูนย์รับแจ้งเหตุภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพของธนาคารที่คุณใช้โอนเงิน (สายด่วนมีบริการ 24 ชั่วโมง) เพื่อทำการ ระงับอายัดบัญชีปลายทาง ชั่วคราวภายใน 72 ชั่วโมงแรก
-
แจ้งความออนไลน์: เข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านทาง www.thaipoliceonline.go.th เท่านั้น (โปรดระวังเว็บไซต์แจ้งความปลอมที่มิจฉาชีพยิงโฆษณาบน Google)
-
ปรึกษา/แจ้งเบาะแสสายด่วน:
-
สายด่วน AOC 1441 (ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์) โทรได้ 24 ชั่วโมง เพื่อขอคำแนะนำและประสานงานระงับบัญชีม้า
-
สายด่วน 1212 (ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ ข้อมูลข่าวสารปลอม ของ ETDA)
-











