Profile icon

สถิติพบ Facebook แหล่งรวมมิจฯ พร้อมเตือนภัย! “แก๊งประมูลทิพย์” ลวงโอนเงินก่อนชิ่งหนี

DateClock icon14:48|ข่าวสารViews0

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายจากการรับแจ้งผ่านระบบ Thaipoliceonline ระหว่างวันที่ 24-30 พฤษภาคม 2569 พบว่า แม้จำนวนคดีและมูลค่าความเสียหายโดยรวมจะลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า แต่คดี “หลอกซื้อขายสินค้าและบริการ” ยังคงครองอันดับ 1 ของรูปแบบการหลอกลวงที่พบมากที่สุด

Thai PBS Verify เกาะติดสถานการณ์อาชญากรรมออนไลน์ ผ่านการวิเคราะห์สถิติล่าสุด พร้อมถอดบทเรียนจากกรณีผู้เสียหายจริง และเปิดพฤติกรรมกลโกงที่กำลังระบาด เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันมิจฉาชีพและป้องกันตนเองได้อย่างทันท่วงที

เจาะตัวเลข: แนวโน้มคดีลด เเต่ภัยไซเบอร์ยังน่าเป็นห่วง

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงวันที่ 24-30 พ.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline ดังนี้

  • จำนวน 5,574 คดี (ลดลงจำนวน 11 คดี)
  • มูลค่าความเสียหาย 137,773,929 บาท (ลดลง 76.60 ล้านบาท)

มิจฉาชีพเข้าถึงเหยื่อผ่านช่องทางใดบ้าง ? 

จากการวิเคราะห์สถิติการรับแจ้งความออนไลน์ พบว่ามิจฉาชีพยังคงใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงและหลอกลวงประชาชน โดยสามารถเรียงลำดับจำนวนคดีแต่ละแพลตฟอร์ม จากมากไปน้อย ได้ดังนี้ 

  • Facebook จำนวน 3,992 คดี (เป็นช่องทางที่พบการหลอกลวงมากที่สุด)
  • ไม่ระบุช่องทาง จำนวน 613 คดี
  • LINE จำนวน 577 คดี
  • โทรศัพท์ จำนวน 171 คดี
  • TikTok จำนวน 157 คดี
  • ช่องทางอื่น ๆ จำนวน 149 คดี
  • Instagram จำนวน 77 คดี
  • แอปพลิเคชันหาคู่ จำนวน 11 คดี
  • Telegram จำนวน 1 คดี
  • SMS จำนวน 1 คดี

นอกจากนี้ สถิติยังสะท้อนภาพรวมของการหลอกลวงออนไลน์ในปัจจุบัน โดยเมื่อจำแนกตามประเภทคดี ยังพบว่า

  • อันดับ 1 การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ:

พบ 4,735 คดีต่อสัปดาห์ หรือ 84.9% ของคดีทั้งหมด เป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าความเสียหายกว่า 136.44 ล้านบาท

ขณะที่การหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน และการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น คดีสองประเภทนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

เปิด Top 3 ประเภทคดี ที่มีผู้เสียหายมากที่สุด

การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่ 

  • อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 
  • อันดับ 2 คดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์ 
  • อันดับ 3 คดีหลอกลวงโดนแอบอ้างบุคคลอื่น

นอกจากนี้ สถิติยังสะท้อนว่า ผู้หญิงยังคงตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมากกว่าผู้ชาย ขณะที่กลุ่มอายุ 21-30 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้เสียหายสูงที่สุด และตกเป็นเป้าหมายของการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง 

ตัวอย่าง: เคสจริงที่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที ก่อนผู้เสียหายจะสูญเงินให้มิจฉาชีพ

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ (ACSC)

เคสที่ 1: ซื้อของราคาไม่กี่พัน สุดท้ายสูญเงินกว่า 5 แสนบาท

หนึ่งในเคสที่น่าสนใจ เป็นกรณีหญิงวัย 71 ปี สูญเงินครึ่งล้าน โดยมิจฉาชีพมีพฤติกรรมหลอกลวง ดังนี้

  • ผู้เสียหายตั้งใจซื้อเครื่องฟอกอากาศออนไลน์ ราคา 1,800 บาท จากนั้นถูกชักชวนให้พูดคุยต่อผ่าน LINE ชื่อ “ศูนย์บริการ Bitkub”
  • มิจฉาชีพอ้างว่ามีโปรโมชันพิเศษในลักษณะคล้ายการลงทุน และสามารถรับผลตอบแทนได้
  • ผู้เสียหายทดลองโอนเงินครั้งแรกและได้รับผลตอบแทนกลับมาจริง จึงเกิดความเชื่อมั่น
  • จากนั้นทยอยโอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 500,000 บาท

เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพกลับอ้างว่าต้องโอนเงินเพิ่มให้ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงจะสามารถถอนเงินทั้งหมดได้

บทเรียนสำคัญจากกรณีนี้ คือ กลโกงจำนวนมากไม่ได้เริ่มจากการลงทุน แต่เริ่มจากการซื้อสินค้าออนไลน์ ก่อนค่อย ๆ หลอกให้เหยื่อโอนเงินเพิ่มผ่านข้อเสนอผลตอบแทนที่ดูน่าเชื่อถือ

เคสที่ 2: “ประมูลทิพย์” ปั่นราคาทำให้เหยื่อเชื่อยอมจ่ายแพง

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เตือนประชาชนให้ระวังเพจเฟซบุ๊กปลอมที่เปิดประมูลสินค้าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู หรือพระเครื่องยอดนิยมในราคาต่ำกว่าท้องตลาด มีรูปแบบการหลอกลวง คือ 

  • มิจฉาชีพจะใช้บัญชีหน้าม้าเข้ามาร่วมประมูล แข่งขันและปั่นราคาให้ดูเหมือนมีผู้สนใจจำนวนมาก 
  • เหยื่อเชื่อว่าสินค้ามีมูลค่าสูงและตัดสินใจเสนอราคาสู้ ก่อนโอนเงินให้ผู้ขาย

สุดท้ายผู้เสียหายอาจได้รับสินค้าปลอม สินค้าไม่ตรงปก และถูกบล็อกช่องทางติดต่อทันทีหลังชำระเงิน

วิธีสังเกตว่าเพจประมูลนั้นอาจเป็น “เพจปลอม” 

ก่อนโอนเงินหรือร่วมประมูลสินค้าออนไลน์ ควรตรวจสอบข้อมูลในเมนู “ความโปร่งใสของเพจ” (Page Transparency) โดยเฉพาะ 3 จุดสำคัญ ได้แก่

  • เพจเปลี่ยนชื่อบ่อยครั้งหรือไม่: โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากเนื้อหาคนละประเภท เช่น จากเพจคำคมมาเป็นเพจขายสินค้า หรือเพจประมูล 
  • ตำแหน่งที่ตั้งของผู้ดูแลเพจ: หากส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศควรเพิ่มความระมัดระวัง
  • วันเวลาการสร้างเพจ: หากเพจเพิ่งถูกสร้างขึ้นไม่นาน หรือมีการปิดคอมเมนต์และจำกัดการแสดงความคิดเห็น ควรเพิ่มความระมัดระวัง 

หากพบความผิดปกติหลายจุดพร้อมกัน ควรหลีกเลี่ยงการโอนเงินหรือทำธุรกรรมทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center Thailand

ก่อนโอนเงินทุกครั้ง ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ?

แม้คดีออนไลน์หลายประเภทจะมีแนวโน้มลดลง แต่การหลอกซื้อขายสินค้าและบริการยังคงพบมากที่สุด ดังนั้น ก่อนโอนเงินหรือทำธุรกรรมออนไลน์ ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ ดังนี้

  • ตรวจสอบข้อมูลร้านค้า ประวัติผู้ขาย และรีวิวจากผู้ซื้อรายอื่นให้รอบคอบ
  • เปรียบเทียบราคาสินค้ากับท้องตลาด หากราคาถูกผิดปกติ ควรเพิ่มความระมัดระวัง
  • ตรวจสอบชื่อบัญชีรับโอนและข้อมูลติดต่อของผู้ขายให้ตรงกัน
  • หลีกเลี่ยงการซื้อขายผ่านช่องทางที่เร่งรัดให้โอนเงิน หรือเสนอผลตอบแทนที่ดีเกินจริง
  • ไม่โอนเงินเพิ่มเมื่อถูกอ้างเหตุผลต่าง ๆ เช่น ค่าปลดล็อกระบบ ค่าประกัน หรือค่าดำเนินการเพิ่มเติม
  • เก็บหลักฐานการสนทนา สลิปโอนเงิน และข้อมูลการซื้อขายทุกครั้ง

หากพบความผิดปกติหรือสงสัยว่ากำลังถูกหลอกลวง ให้รีบติดต่อธนาคารเพื่อระงับธุรกรรม และแจ้งความออนไลน์ผ่านระบบ Thaipoliceonline หรือสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อมูลจาก: ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ (ACSC)

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน