Profile icon

เปิดกลลวงโกงตาชั่งข้าวสาร มิจฯ เล็งเจาะกลุ่มผู้สูงอายุอยู่ลำพัง

DateClock icon10:50|บทวิเคราะห์Views0

ประเด็นเรื่อง โดนหลอกโกงข้าวสาร อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กำลังกลายเป็น “เรื่องใกล้ตัว” มากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ลำพังในต่างจังหวัด เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ แต่รูปแบบการหลอกลวงเช่นนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง หากกำลังแพร่กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

เมื่อ “ความน่าเชื่อถือ” ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวง

มิจฉาชีพในยุคนี้ ไม่ได้มาในรูปแบบที่น่าสงสัยเสมอไป พวกเขาแต่งกายดี มีบุคลิกน่าเชื่อถือ พูดจาฉะฉาน และวางบทบาทตัวเองเป็น “พ่อค้าใจดี” ที่ดูเหมือนมีฐานะพอสมควร

ในกรณีนี้ พวกเขาขับรถเข้ามายังบ้านของคุณป้าวัย 64 ปี ในพื้นที่ตำบลคลองคะเชนทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ซึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพัง

  • เรื่องราวเริ่มต้นจากคำอ้างที่ดู “มีเหตุผล”
  • ได้รับโควต้าข้าวสารจากจังหวัดสุโขทัยมาส่งโรงสีในพิจิตร
  • แต่มีข้าวเหลือเกินโควต้า 2 กระสอบ
  • ไม่อยากขนกลับ จึงอยากขายให้ในราคาถูก

กลลวงที่ “ดูจริง” จนยากจะปฏิเสธ

สิ่งที่ทำให้เหยื่อเชื่อ ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือ “การแสดงให้เห็น” มิจฉาชีพนำข้าวสารเม็ดสวย ใส สะอาด บรรจุในถุงเล็ก ๆ มาให้ดูเป็นตัวอย่าง สร้างความมั่นใจตั้งแต่แรกเห็น

จากนั้นจึงใช้วิธี “ตื้อ” และ “โน้มน้าว” อย่างต่อเนื่อง  พร้อมเสนอราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดอย่างมีนัยสำคัญ จากราคาปกติ 900 บาท เหลือเพียง 700 บาท

สำหรับผู้สูงอายุที่เพิ่งได้รับเงินเบี้ยยังชีพ หรือมีเงินติดตัวจากลูกหลาน ข้อเสนอเช่นนี้ จึงยากจะปฏิเสธ สุดท้าย คุณป้าตัดสินใจซื้อข้าวสารจำนวน 6 ถัง เป็นเงิน 1,450 บาท

ความจริงที่ปรากฏ “หลังจากสายเกินไป”

หลังจากการซื้อขายเสร็จสิ้น มิจฉาชีพรีบขึ้นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ขับออกไปทันทีโดยไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน สัญญาณที่บ่งบอกถึงการวางแผนล่วงหน้า เมื่อเวลาผ่านไป ลูกหลานกลับมาถึงบ้านและช่วยตรวจสอบ สิ่งที่พบ คือความผิดปกติที่ชัดเจน

  • เมล็ดข้าว “ขุ่น” ไม่ใสเหมือนตัวอย่าง
  • น้ำหนัก “ไม่ครบ” ตามที่ตกลง

เมื่อนำไปชั่งจริง พบว่าน้ำหนักข้าวหายไปถึง 18 กิโลกรัม

เหยื่อที่ถูกเลือก “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”

เหตุการณ์นี้สะท้อนรูปแบบที่ชัดเจนของมิจฉาชีพ
พวกเขา “เลือกเหยื่อ” อย่างมีเป้าหมาย

  • ผู้สูงอายุ
  • อยู่บ้านคนเดียว
  • บ้านอยู่ห่างไกล หรือโดดเดี่ยว
  • ไม่มีใครให้ปรึกษาในขณะตัดสินใจ

ช่องว่างที่กลายเป็น “จุดอ่อน” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เหตุการณ์ลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดเฉพาะในภาคอีสาน หรือภาคเหนือ แต่เกิดขึ้นแล้วในภาคกลาง ภาคตะวันออก และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความระมัดระวัง” แต่คือเรื่องของ “การดูแลกัน” ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านลำพัง อาจไม่ได้อ่อนแอ แต่พวกเขา “ขาดข้อมูล” และ “ขาดคนให้ปรึกษา” ในช่วงเวลาสำคัญ

บางครั้ง การโทรถามไถ่ หรือการแนะนำให้ “อย่าซื้อของจากคนแปลกหน้า” อาจช่วยป้องกันความเสียหายได้มากกว่าที่คิด

ขอบคุณข้อมูลจาก รายการร้องทุกข์ ป้ายนี้ 

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน