5 เช็กลิสต์ก่อนโอนเงินบริจาค บทเรียนสำคัญจากคดี “มูลนิธิองค์กรทำดี”

สรุปไทม์ไลน์คดีสะเทือนสังคม ตำรวจ บช.ก. บุกจับ บุ๋ม ปนัดดา และ ก๊อต อธิป ข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินบริจาค เจาะลึกเส้นทางการเงินและแนวทางอายัดทรัพย์ ปปง.
เบื้องลึกหมายจับช็อกวงการ “บุ๋ม ปนัดดา – ก๊อต อธิป” ปมทุจริตเงินบริจาค
จากกรณีข่าวใหญ่เช้าวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ที่สะเทือนความศรัทธาของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) และ บก.ปอศ. เปิดปฏิบัติการบุกค้น 4 จุดสำคัญ นำหมายจับศาลอาญาเข้าควบคุมตัว นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี และ นายอธิป อนันทวรรณ ในข้อหาหนัก “ฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน”

เส้นทางการเงินที่มีพิรุธ สู่การขีดเส้นตายของมหาดไทย
คดีนี้เริ่มต้นจากการตรวจสอบบัญชีของ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ที่ไม่มีการส่งรายงานงบดุลประจำปีตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงสั่งการให้สังคายนาตรวจสอบมูลนิธิของคนดังอย่างเด็ดขาด โดยพบว่ามีเส้นทางการเงินผิดปกติ เงินบริจาคหลักล้านบาทถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัว ซึ่งไม่ตรงตามวัตถุประสงค์การกุศล
การเข้ามอบตัวและการสืบสวนขยายผล
ก๊อต อธิป ได้เดินทางเข้ามอบตัวที่กองบังคับการปราบปรามในช่วงเช้า โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใด ๆ ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ตัดกุญแจเพื่อเข้าตรวจค้นโกดังมูลนิธิที่คลอง 8 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งนี้ ปปง. เตรียมดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สิน เพื่อนำมาเฉลี่ยคืนให้แก่ประชาชนผู้เสียหายต่อไป
มูลนิธิในไทยต้องจดทะเบียน
ตามที่กระทรวงมหาดไทยระบุ มูลนิธิองค์กรทำดีจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2565 แต่ยังไม่เคยส่งบัญชีรายรับรายจ่ายและงบดุลให้นายทะเบียนตรวจสอบ กระทรวงมหาดไทยจึงขีดเส้นตายวันที่ 10 พฤศจิกายน หากไม่ส่ง จะยื่นร้องต่อศาลเพื่อขอเพิกถอนมูลนิธิ โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยเปรียบเทียบว่า หากไม่รายงานเป็นเวลานาน จะกลายเป็น “ดินพอกหางหมู” และเมื่อเกิดเรื่องจึงค่อยพบปัญหา
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน กรมการปกครองมีหนังสือถึง สน.นางเลิ้ง เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษมูลนิธิและผู้เกี่ยวข้อง หลังพบโพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยไม่ได้ขออนุญาต ซึ่งกรมการปกครองระบุว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร ทั้งนี้ ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาและต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ปลัดกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้อง “สังคายนา” มูลนิธิของคนดัง พร้อมย้ำว่ามูลนิธิส่วนใหญ่ทำประโยชน์เพื่อสังคมสงเคราะห์ ปัญหาคือแม้วัตถุประสงค์จะดี แต่หากผู้บริหารทำไม่ดีก็ต้องแยกออกจากกัน ส่วนประเด็นเรื่องเงินถูกโอนไปที่ใด หรือมีผู้ใดนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการสืบสวนหาข้อเท็จจริง

ทำไมเรื่องนี้ใกล้ตัว
ปลัดกระทรวงมหาดไทยยกประเด็นเตือนภัยว่า ในบางกรณีเงินบริจาคถูกโอนเข้าบัญชีส่วนบุคคลโดยที่ผู้บริจาคไม่ทราบ จึงอยากให้ประชาชนฉุกคิดว่า เมื่อโอนเงินไปแล้ว ทราบหรือไม่ว่าเงินนั้นเข้าบัญชีของมูลนิธิหรือบัญชีบุคคล และมูลนิธิดังกล่าวได้ส่งรายงานงบการเงินถูกต้องแล้วหรือไม่
5 ข้อก่อนบริจาคเงินให้มูลนิธิ
- เลขทะเบียนและหน่วยงานที่จดทะเบียน: มูลนิธิที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมีเลขทะเบียนอย่างชัดเจน
- งบรายรับ-รายจ่ายล่าสุด: มูลนิธิต้องจัดทำบัญชี งบดุล และส่งรายงานผลการดำเนินงานให้นายทะเบียนทราบทุกปีตามที่กฎหมายกำหนด
- ชื่อบัญชีรับเงินต้องเป็นชื่อมูลนิธิ: เมื่อจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เงินบริจาคทั้งหมดควรเข้าบัญชีในนามมูลนิธิเท่านั้น
- การเรี่ยไรขออนุญาตถูกต้องหรือไม่: ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 การเปิดรับบริจาคเงินจากประชาชนทั่วไปต้องได้รับการอนุญาตจากฝ่ายปกครองก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
- สิทธิลดหย่อนภาษี/e-Donation กับกรมสรรพากร: เงินบริจาคจะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ก็ต่อเมื่อมูลนิธินั้นอยู่ในรายชื่อ “องค์การหรือสถานสาธารณกุศล” ตามที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด
รับเงินอย่างไรไม่ให้ตกเป็นผู้ต้องสงสัย
- ตรวจสอบที่มาและวัตถุประสงค์ของเงินอย่างชัดเจน
- จัดเก็บหลักฐาน เช่น สัญญา ใบเสร็จรับเงิน ข้อความตกลง หรือใบกำกับภาษีไว้เป็นหลักฐาน
- ห้ามรับโอนหรือโอนเงินต่อให้บุคคลอื่นโดยไม่ทราบที่มาแน่ชัด เนื่องจากเสี่ยงต่อการเป็นบัญชีม้า
- หากพบธุรกรรมผิดปกติหรือมีเงินโอนเข้าโดยไม่ทราบที่มา ให้ระงับการใช้หรือโอนเงินทันที แล้วรีบปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ถ้าเคยโอนไปแล้วและสงสัย
ควรเก็บบันทึกหลักฐานการโอนเงิน (สลิป) และภาพถ่ายหน้าจอประกาศรับบริจาคไว้ จากนั้นแจ้งความผ่านศูนย์ AOC 1441 และหากเป็นกรณีเกี่ยวกับมูลนิธิโดยตรง สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่กรมการปกครอง หรือศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567
คำถามที่พบบ่อย
– การออกหมายจับหมายถึงศาลตัดสินว่ามีความผิดแล้วใช่หรือไม่ ? ยังไม่ใช่ เป็นเพียงขั้นตอนที่ศาลเห็นว่ามีหลักฐานสมควรให้จับกุมเพื่อดำเนินคดี
– การฝากขังคืออะไร ? คือการที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอควบคุมตัวผู้ต้องหาระหว่างการสืบสวนสอบสวน ยังไม่ใช่คำตัดสินหรือคำพิพากษาของศาล
– การฝากขังจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ? ตามรายงานข่าว คาดว่าพนักงานสอบสวนจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลในวันที่ 7 พฤศจิกายน ก่อนเวลาเที่ยง
– ขณะนี้คดีดำเนินถึงขั้นตอนใดแล้ว ? อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่ได้ยื่นฟ้องต่อศาล
– วันที่ 10 พฤศจิกายน มีความสำคัญอย่างไร ? เป็นวันครบกำหนดขีดเส้นตายที่กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้มูลนิธิส่งรายงานงบการเงินและบัญชีรายรับรายจ่าย
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ผู้เขียน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ปปง. ยึดทรัพย์คดีเงินบริจาค คืนใคร ? ขั้นตอนที่ผู้บริจาคต้องรู้
How to | 5 พ.ย. 69

หลอกทำภารกิจโปรโมตโรงเเรมผ่านTelegram คืออะไร ?
How to | 4 พ.ย. 69

เงินบริจาคใช้ผิดวัตถุประสงค์ ผิดกฎหมายข้อไหน ?
How to | 3 พ.ย. 69

ทนายอาสาตามเงินคืนฟรี มีจริงไหม ?
How to | 3 พ.ย. 69

5 ธงเเดง สัญญาณหลอกลวงจากแพลตฟอร์มเทรดทองปลอม
How to | 27 ต.ค. 69
เนื้อหาได้รับความนิยม

"ขอดู-ถ่าย-ยึดบัตรประชาชน" ทำได้แค่ไหน? Thai PBS Verify มีคำตอบ
How to | 12 ต.ค. 68





