“จอนรูปมาเจนไอเอ” คืออะไร เมื่อมิจจี้ยุคใหม่ใช้ AI และขโมยภาพมาหลอกลวง

Thai PBS Verify แนะนำวิธีตรวจสอบภาพและคลิป AI เบื้องต้น กรณีโดนมิจฉาชีพสวมรอยเอารูปคนอื่นมาดัดแปลงมาหลอกให้รัก ชวนลงทุน หรือแสวงหาผลประโยชน์อื่น ๆ
ไม่นานมานี้ มีกระแสข่าวกรณีมิจฉาชีพแอบสวมรอยเอาภาพพยาบาลไปสร้างและดัดแปลงด้วย AI ทั้งภาพนิ่งและคลิปวิดีโอเป็นรูปหน้าตัวเอง ก่อนนำไปเผยแพร่ในกลุ่มหาคู่ จนผู้เสียหายต้องออกมาร้องเรียนว่าถูกนำภาพไปแอบอ้าง โดยระบุว่ามีผู้พบเห็นภาพดังกล่าวและเข้าใจผิดว่าเป็นตัวจริง ถึงขั้นมีตำรวจและทหารหลายรายติดต่อเข้ามาเพื่อทำความรู้จัก
และบ่อยครั้งช่วงนี้จะเจอศัพท์ที่ไม่ค่อยคุ้นตาอย่าง “จอนรูป” ผ่านตาหน้าฟีด ซึ่งถูกนำมาใช้พูดถึงพฤติกรรมการขโมยภาพผู้อื่นไปสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI หรือที่เรียกว่าเจนเอไอ ซึ่งมาจาก AI image generation หรือ AI-generated image
Thai PBS Verify ชวนทำความรู้จักว่า “จอนรูป” คืออะไร มีกลวิธีอย่างไร และจะตรวจสอบภาพหรือคลิปวิดีโอเบื้องต้นได้อย่างไร เพื่อไม่ให้โดนหลอก
“จอนรูป” คืออะไร ?
ศัพท์ที่วัยรุ่น Gen Z ใช้กันบนโซเชียลมีเดียที่เรียกว่า “จอนรูป” หมายถึง การขโมยภาพของคนอื่นมาใช้ ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อนำไปสร้างตัวตนปลอมบนโลกออนไลน์ ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด หรือใช้หลอกลวงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการสนทนา และหวังผลบางอย่างจากผู้ที่หลงเชื่อ
ซึ่งการจอนรูป หรือการขโมยรูปแล้วนำมาเปลี่ยนหน้าค่าตาก็ถือเป็นการใช้เทคโนโลยี Deepfake โดยในช่วงเมื่อก่อนที่เรามักจะเห็นคือมักนำมาใช้หลอกลวง หรือนำภาพคนดังมาตัดต่อในบริบทตลกขบขันหรือโป๊เปลือย แต่ปัจจุบันเริ่มนำมาเปลี่ยนเป็น Deepfake ใบหน้าตัวเอง เพื่อสร้างตัวตนในโลกออนไลน์
วิธีการที่พบได้มีหลายรูปแบบ เช่น
- นำภาพคนอื่นมาใช้โดยตรง ขโมยรูปจาก Facebook, Instagram หรือแพลตฟอร์มอื่นมาใช้เป็นรูปโปรไฟล์ หรือส่งภาพผ่านแชต โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของภาพ และบางครั้งไม่ใช่แค่ภาพบุคคลอย่างเดียว แต่รวมไปถึงภาพอาหาร บ้าน รถ ไลฟ์สไตล์ กิจวัตรประจำวันที่ขโมยภาพมาจากที่อื่น
- ดัดแปลงภาพใหม่ด้วย AI ใช้ภาพบุคคลจริงเป็นต้นแบบ แล้วสร้างภาพในสถานที่หรือสถานการณ์อื่น ๆ เพื่อให้ตัวตนที่สร้างขึ้นดูมีเรื่องราวและไลฟ์สไตล์ที่สมจริง
- เปลี่ยนใบหน้าในภาพหรือวิดีโอ นำภาพหรือคลิปของบุคคลหนึ่งมาดัดแปลงใบหน้าให้เป็นอีกคน หรือสร้างวิดีโอที่ทำให้ดูเหมือนบุคคลนั้นกำลังพูดหรือเคลื่อนไหว
- ใช้ภาพและคลิปประกอบการหลอกหาคู่ สร้างความสัมพันธ์กับเหยื่อ ก่อนขอเงิน ชักชวนลงทุน หลอกให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว หรือใช้ภาพและคลิปที่ได้รับจากเหยื่อไปข่มขู่เรียกเงิน
ภาพพยาบาลสาวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ถูกนำภาพไปเจนใส่หน้าของคนอื่น
ตรวจสอบอย่างไร หากสงสัยว่ารูปโปรไฟล์หรือคลิปวิดีโอ “ปลอม”
1. ใช้ Google Lens ค้นหาที่มาของภาพ
เริ่มจากนำภาพโปรไฟล์หรือภาพจากวิดีโอไปค้นหาด้วย Google Lens เพื่อดูว่ามีภาพเดียวกันหรือภาพที่คล้ายกันปรากฏอยู่บนเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียอื่นหรือไม่
วิธีตรวจสอบ
- บันทึกภาพโปรไฟล์หรือจับภาพหน้าจอจากวิดีโอ โดยเลือกภาพที่เห็นใบหน้าและรายละเอียดชัดเจน
- เปิด Google Lens ผ่านแอปฯ Google หรือเว็บไซต์ Google Images
- อัปโหลดภาพที่ต้องการตรวจสอบ หรือใช้ฟังก์ชันค้นหาด้วยภาพ
- ตรวจสอบผลลัพธ์ที่มีภาพเหมือนหรือคล้ายกัน รวมถึงเว็บไซต์ต้นทางและวันที่เผยแพร่ หากมีข้อมูลดังกล่าว
- เปรียบเทียบว่าภาพต้นทางเป็นของบุคคลอื่นหรือไม่ และมีการนำไปดัดแปลงเป็นภาพในสถานการณ์ใหม่หรือเปล่า
นอกจาก Google Lens แล้ว ควรตรวจสอบภาพที่เผยแพร่บนเว็บไซต์รวมภาพ เช่น Pinterest ด้วย เพราะภาพจากแพลตฟอร์มเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ต่อโดยไม่ระบุเจ้าของภาพหรือแหล่งที่มาเดิม
ตัวอย่างการตรวจสอบภาพ
ผลการค้นหาที่มาภาพด้วย Google Lens
2. ตรวจสอบภาพด้วยเครื่องมือตรวจจับ AI
หากค้นหาที่มาของภาพแล้วยังไม่พบข้อมูล สามารถใช้เครื่องมือตรวจสอบเพิ่มเติมได้ เช่น
- Hive Moderation ใช้ประเมินว่าภาพหรือเนื้อหาที่นำไปตรวจมีแนวโน้มสร้างด้วย AI หรือไม่
- SynthID หากสงสัยว่าเนื้อหาสร้างหรือแก้ไขด้วยเครื่องมือ AI ของ Google สามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีลายน้ำดิจิทัลได้
- Verify OpenAI-generated content ใช้สำหรับตรวจสอบเนื้อหา ภาพ ที่ถูกดัดแปลงด้วยโมเดล AI ของ Open AI เช่น Chat GPT
- meta.ai ใช้สำหรับตรวจสอบเนื้อหา ภาพ ที่ถูกสร้างด้วย Meta AI
ข้อจำกัดคือบางภาพหากถูกดัดแปลงด้วย AI แล้ว นำไปตกแต่งภาพ สี ฟิลเตอร์เพิ่มเติม อาจนำตรวจสอบแล้วทำให้ผลลัพธ์ไม่แม่นยำ หรือตรวจแล้วผลไม่ขึ้นชัดเจน

3. ตรวจสอบความสอดคล้องของภาพและคลิป
นอกจากตรวจสอบด้วยเครื่องมือแล้ว ควรพิจารณารายละเอียดภายในภาพและวิดีโอประกอบกัน เช่น
- ใบหน้าและรูปร่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างผิดสังเกตระหว่างภาพหรือไม่
- แสงและเงาบนใบหน้าสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมหรือไม่
- รายละเอียดของมือ นิ้ว เครื่องประดับ ตัวอักษร หรือวัตถุรอบตัวผิดธรรมชาติหรือไม่
- ในวิดีโอ การเคลื่อนไหวของปากตรงกับเสียงพูดหรือไม่
ข้อสังเกตเหล่านี้ช่วยให้ตั้งข้อสงสัยได้ แต่ไม่สามารถใช้ฟันธงได้ด้วยตัวเอง เพราะ AI รุ่นใหม่สามารถสร้างภาพและวิดีโอที่มีรายละเอียดสมจริงมากขึ้น ขณะเดียวกัน ภาพจริงที่ผ่านการบีบอัดหรือตัดต่อก็อาจมีความผิดปกติได้เช่นกัน
4. ตรวจสอบตัวตน ไม่ใช่แค่ตรวจสอบรูป
หากกำลังพูดคุยกับบุคคลที่รู้จักผ่านแอปฯ หาคู่หรือโซเชียลมีเดีย ควรตรวจสอบข้อมูลอื่นร่วมด้วย เช่น ประวัติบัญชี การโพสต์ย้อนหลัง ความสอดคล้องของข้อมูลส่วนตัว และความเชื่อมโยงกับบัญชีอื่น
หากอีกฝ่ายอ้างว่าเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริง อาจขอพูดคุยผ่านวิดีโอคอลแบบโต้ตอบตามสถานการณ์ที่ตกลงกัน แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าวิดีโอคอลไม่ได้ยืนยันตัวตนได้ เพราะเทคโนโลยี Deepfake AI สามารถปลอมภาพและเสียงสามารถนำมาใช้หลอกลวงได้เช่นกัน
หากอีกฝ่ายเร่งสร้างความสนิทสนม ขอเงิน ชักชวนลงทุน ขอรหัสผ่านหรือ OTP หรือกดดันให้ส่งภาพส่วนตัว ควรหยุดการให้ข้อมูลและตรวจสอบผ่านช่องทางอื่นก่อน
หากถูกขโมยภาพไปแอบอ้าง ต้องทำอย่างไร ?
หากพบว่ามีผู้ใช้ภาพของตนเองสร้างบัญชีปลอม หรือนำภาพไปดัดแปลงด้วย AI โดยไม่ได้รับอนุญาต ควรดำเนินการดังนี้
- เก็บหลักฐานก่อนแจ้งลบ
บันทึกภาพหน้าจอของบัญชีปลอม รูปภาพและคลิปที่ถูกนำไปใช้ ชื่อบัญชี URL ของโปรไฟล์และโพสต์ วันเวลาเผยแพร่ ตลอดจนข้อความสนทนาที่เกี่ยวข้อง หากมีผู้เสียหายจากการหลอกลวง ควรเก็บหลักฐานการเรียกรับเงินหรือการโอนเงินไว้ด้วย
- รายงานบัญชีและเนื้อหาต่อแพลตฟอร์ม
ใช้ระบบรายงานของ Facebook, Instagram, TikTok หรือแพลตฟอร์มที่พบเนื้อหา โดยเลือกเหตุผลให้ตรงกับกรณี เช่น แอบอ้างเป็นบุคคลอื่น ละเมิดสิทธิในภาพ หรือเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่ยินยอม หากเป็นไปได้ ให้ขอให้ผู้ดูแลกลุ่มช่วยตรวจสอบและนำเนื้อหาออกด้วย
- แจ้งความกับตำรวจ
ผู้เสียหายสามารถนำหลักฐานเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ หรือแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีผ่านเว็บไซต์ทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ https://thaipoliceonline.go.th/ และขอคำแนะนำจากสายด่วน AOC 1441 หากมีความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์
หากถูกนำภาพไปใช้ในลักษณะลามกอนาจาร ข่มขู่ หรือเรียกเงิน ควรแจ้งรายละเอียดเหล่านี้แก่เจ้าหน้าที่ด้วย เพราะอาจเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายเพิ่มเติม
- ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หากภาพถูกเผยแพร่ต่อเนื่องหรือมีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล อาจขอคำแนะนำจากหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงขอให้แพลตฟอร์มและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยประสานการนำเนื้อหาออก
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ผู้เขียน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง


“ป่วย-ตายทิพย์” ใช้ภาพ AI หลอกให้บริจาค เช็กอย่างไรก่อนโอนเงิน ?
How to | 18 ต.ค. 69

รู้จักกลลวง “เจ้าชายดูไบ” ใช้ Deepfake สร้างรัก ก่อนเรียกเงิน
How to | 30 ส.ค. 69
เนื้อหาได้รับความนิยม

"ขอดู-ถ่าย-ยึดบัตรประชาชน" ทำได้แค่ไหน? Thai PBS Verify มีคำตอบ
How to | 12 ต.ค. 68






