ถอดรหัส “ข่าวสีเทา” เมื่อความจริงมีเพียงครึ่งเดียว กลยุทธ์ “ขุด-ตัด-แปะ” อาวุธเงียบล้มคู่แข่งเลือกตั้ง

DateClock icon10:00|บทวิเคราะห์

ในสมรภูมิการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ช่วงดีเบตที่ดุเดือด แต่คือ "24 ชั่วโมงสุดท้าย" ก่อนเข้าคูหา หรือที่หลายคนเรียกว่า "คืนหมาหอน" แต่สำหรับโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะวันไหนก็ไม่เคยเป็นช่วงที่เงียบสงบ เพราะทุกช่วงเวลาถือเป็นช่วงที่ ข่าวสีเทา ระบาดหนักที่สุดไม่แพ้กัน Thai PBS Verify ชวนคุณมาสำรวจกลลวงที่ไม่ได้ "โกหก 100%" แต่ตั้งใจให้คุณ "เข้าใจผิด" เพื่อทำลายคู่แข่งในนาทีสุดท้าย

“ข่าวสีเทา” (Grey Area) คืออะไร ?

ข่าวสีเทาแตกต่างจากข่าวปลอม (Fake News) ทั่วไปตรงที่มันมี “เศษเสี้ยวของความจริง” ผสมอยู่ ทำให้เครื่องมือตรวจสอบข่าวอัตโนมัติหรือแม้แต่ดุลพินิจเบื้องต้นทำงานได้ยาก ข้อมูลเหล่านี้มักจะประกอบไปด้วย

ไม่ผิด 100%: มีตัวละครจริง เหตุการณ์จริง หรือคำพูดจริง

ไม่ถูก 100%: ถูกบิดเบือนบริบท หรือตัดต่อ หรือสร้างข้อความคลุมเครือ เพื่อเปลี่ยนความหมาย

เน้นอารมณ์: จงใจให้เกิดอารมณ์ ไม่ว่าจะ โกรธ สะใจ หรือเกลียดชัง ทันทีที่เห็น

ความยากในการตรวจสอบ “ข่าวสีเทา” เป็นอย่างไร ?

คุณกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส ให้คำจำกัดความของ “ข่าวสีเทา” รวมถึงสถานการณ์ของข่าวการเมืองที่อยู่บนโลกออนไลน์เอาไว้ว่า ปริมาณของข่าวปลอมที่มาในช่วงของการเลือกตั้ง ถือเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง ซึ่งในช่วงของการเลือกตั้ง ถือเป็นช่วงของการโหยหาข้อมูลของผู้คน และเป็นช่วงที่มีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับพรรคการเมืองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายของพรรคการเมือง หรือ แคนดิเดตของพรรคการเมืองนั้น ๆ

คุณกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส

แต่หากถามว่าข้อมูลประเภทใดที่แตกต่างจากการตรวจสอบปกติข้อมูลของการเลือกตั้ง สิ่งสำคัญคือข่าวที่พบมักเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง 100% และไม่ผิด 100% เช่นเดียวกัน แต่จะมีกลไกของการใช้ภาษา และการเลือกประเด็น ที่เป็นเรื่องที่จะต้องใช้การตรวจสอบมากกว่าเหตุการณ์ปกติ ซึ่งหากเป็นเหตุการณ์ปกติ จะสามารถตรวจสอบและพบว่าข่าวนั้นเป็นภาพจริงหรือภาพปลอม ข้อมูลจริงหรือข้อมูลปลอม

แต่กับข่าวในช่วงของการเลือกตั้งนั้น มักจะเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับการทำลายชื่อเสียง การหยิบข้อมูลข่าวเก่ามาสร้างฐานความนิยม หรือทำลายคู่แข่งทางการเมือง ซึ่งมักเป็นเรื่องการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองทั่วไป เพียงแต่ข้อมูลข้อเท็จจริงหรือการแสดงความคิดเห็นเหล่านั้น อาจจะแฝงด้วยเจตนาที่ไม่ดี หรือเจตนาที่ต้องการทำลายฝั่งตรงข้าม

การเสพข้อมูลของผู้คนในช่วงเลือกตั้งจำเป็นที่จะต้องตั้งสติให้มากขึ้น อ่านให้ละเอียดมากขึ้น หรืออาจจะต้องวกกลับไปตรวจข่าวเก่า หรือตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องที่ละเอียดมากขึ้น

กลยุทธ์ “ขุด-ตัด-แปะ” สร้างข่าวสีเทา

คุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) ระบุถึงอันตรายของการสร้างข้อมูลลวงที่ออกมาในช่วงการเลือกตั้งว่า ข้อมูลลวงมีหลายแบบ แต่ข้อมูลที่อันตรายคือข้อมูลที่ตั้งใจบิดเบือน รวมถึงทำให้คนเข้าใจผิดโดยเฉพาะ Voter จนกลายเป็นคนที่เรียกว่า Misinformed หรือผู้ที่ได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจ โดยข้อมูลลักษณะนี้มักจะมาในรูปแบบของข้อมูลเท็จไปเลย คือสร้างเรื่องขึ้นมาโดยตรง โดยเรื่องเท็จลักษณะนี้ยังคงสามารถตรวจสอบได้ง่าย แต่เรื่องที่ตรวจสอบได้ยากมักจะมาในรูปแบบของเรื่องเล่า หรือ Narrative ที่ปนมากับข้อเท็จจริง ได้แก่

• บางส่วนมีข้อที่ไม่จริง
• มีความคิดเห็น
• มีอารมณ์ความรู้สึก
• มีวาทกรรม

ทั้งหมดเหล่านี้เป็นเรื่องที่ยากในการที่จะบอกว่าจุดไหนจริง หรือจุดไหนไม่จริง เพราะมันผสมปนเปกันอยู่ภายใน จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องฝึกทักษะให้ผู้ลงคะแนนแยกแยะเหมือนกัน ว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือความคิดเห็น อะไรคือความรู้สึก

ยกตัวอย่างวาทกรรมพรรคนี้ขายชาติ พรรคนี้ทุนเทา พรรคนี้ชังชาติ หรือพรรคนี้ล้มสถาบัน ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมามักจะมาในลักษณะเรื่องเล่า ซึ่งถ้าหากไปตรวจสอบดูจริง ๆ จะพบว่า แต่ละเรื่องก็อาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงตามนั้น แต่มีการปะปนกันของข้อเท็จจริง และข้อไม่จริง ซึ่งจะไม่สามารถบอกได้ว่า ไม่จริงทั้งหมดหรือถูกทั้งหมด

อีกทั้งเป็นเรื่องที่ยากที่จะฟันธงว่า ใช่หรือไม่ใช่ และเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคหรือผู้รับสาร ต้องใช้ดุลพินิจแยกแยะด้วยตนเองให้ได้ แต่สำคัญที่สุดคือ หากเป็นเรื่องที่บิดเบือนไปเลย แม้มันจะตรงกับจริตของเราก็ตาม ก็ขอให้อย่าแชร์ ขอให้เชียร์พรรคที่ชอบด้วยข้อเท็จจริงล้วน ๆ จะดีกว่า

คุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งภาคีโคแฟค (ประเทศไทย)

อย่างไรก็ตามหากเราหลงไปสนับสนุนข้อมูลที่เป็นข้อเท็จ จริงบ้างไม่จริงบ้าง หรือบิดเบือนบ้าง ก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่าความไม่เป็นธรรม ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Missinform คือการได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน จนนำไปสู่การตัดสินใจผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะทุกคนควรจะอยู่บนพื้นฐานของ Fact Free Fair คือมีเสรีภาพในการโหวต ตามข้อเท็จจริง และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

Checklist: 3 ขั้นตอนหยุด “ข่าวสีเทา” ก่อนเข้าคูหา

หากคุณเจอข่าวที่ทำให้รู้สึก “โกรธจัด” หรือ “สะใจสุด ๆ” ในช่วง 24 ชม. สุดท้าย ให้ทำตามนี้

• หยุด (Pause): อย่าเพิ่งแชร์ แม้ข่าวนั้นจะ “ตรงจริต” คุณแค่ไหนก็ตาม

• เช็ก (Check): วกกลับไปหาข่าวเก่า หรือเช็กจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือว่ามีข้อมูลนี้หรือไม่

• ถาม (Ask): ข้อมูลนี้ออกมาเพื่ออะไร ? ทำไมต้องออกมาใน 24 ชม. สุดท้าย ที่แคนดิเดตไม่สามารถชี้แจงได้ตามกฎหมายงดหาเสียง ?

ท้ายที่สุดการเลือกตั้งที่มีคุณภาพต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ Fact-Free-Fair การส่งต่อข้อมูลสีเทาเพียงหนึ่งครั้ง อาจเปลี่ยนผลการตัดสินใจของใครหลายคนบนข้อมูลที่บิดเบือนได้ ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนตัดสินใจเลือกตั้งได้อย่างถูกต้องไปพร้อมกับข้อมูลสีเทาเหล่านี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะตรวจสอบข่าวที่พบ เพื่อให้การเลือกตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาจากนโยบาย ไม่ใช่อคติที่มีผลมาจากข่าวสีเทา

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

เกิดกระแสความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ หลังเพจพยากรณ์อากาศอิสระเตือนภัย "มหาอุทกภัย" ในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ ภายใน 120 ชั่วโมง จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนโซเชียล อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และนักวิชาการ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักจริง แต่ปริมาณน้ำยังห่างไกลจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพ "ศรัทธาพยากรณ์อากาศ" ที่เกิดขึ้นเมื่อความถูกใจของสังคมวิ่งนำความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ

23 ก.ย. 69

Open article
ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!