โพสต์อ้าง “อนุทิน” วอนคนไทยเคารพ-หยุดใช้คำแรงกับกัมพูชา แท้จริงบิดเบือนคำพูดเก่าปี 68

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: Facebook
ภาพเพจเฟซบุ๊ก แชร์ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ของกัมพูชา จับมือกัน พร้อมข้อความในภาพเขียนว่า “นายกฯ วอนคนไทย ขอเคารพเพื่อนบ้าน อย่าใช้คำรุนแรงกับชาวเขมร”
Thai PBS Verify พบเพจเฟซบุ๊ก แชร์ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ของกัมพูชา จับมือกัน พร้อมข้อความในภาพว่า
“นายกฯ วอนคนไทย ขอเคราพเพื่อนบ้าน อย่าใช้คำรุนแรงกับชาวเขมร”
นอกจากนี้ยังระบุว่า
“คิดเห็นอย่างไร? ‘นายกฯอนุทิน’ วอนคนไทยอย่าใช้คำรุนแรงกับชาวกัมพูชา”
ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความคิดรู้สึก 4,200 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็น 5,600 ครั้ง และมีการแชร์ 98 ครั้ง
นายอนุทิน วอนคนไทยอย่าใช้คำรุนแรงกับชาวกัมพูชา จริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ “อนุทิน วอนอย่าใช้คำแรง กัมพูชา” พบว่า ไปตรงกับคลิปข่าว
นายกฯ ชี้ ไทยพร้อมรับมือ หากกัมพูชาละเมิดข้อตกลง Thai PBS News เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 68
โดยมีเนื้อหาระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า อย่าใช้คำว่าขัดขวาง เค้าคุยกันตลอด ตอนนี้ผมได้คุยกับท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด เมื่อเช้านี้ยังดำเนินการอยู่ เรื่องการถอนกำลัง ให้เรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด มีการพูดคุยต่อไป มันไม่สมูทหรอกครับ แต่ว่าเป้าหมายต้องชัด ในนาทีที่ 0.40- 1.07
ภาพคลิป นายกฯ ชี้ ไทยพร้อมรับมือ หากกัมพูชาละเมิดข้อตกลง Thai PBS News เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 68
คลิปยูทูบ
ขณะเดียวกัน เมื่อตรวจสอบภาพในโพสตังกล่าวด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่า ไปตรงกับภาพเหตุการณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้นำคณะ เข้าพบเยี่ยมคารวะ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต (Samdech Moha Borvor Thipadei Hun Manet) นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ณ Peace Palace ทำเนียบรัฐบาล กรุงพนมเปญ ในโอกาสที่นายอนุทิน นำคณะเข้าร่วมการประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 8 ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 67 ในเพจเฟซบุ๊ก กระทรวงมหาดไทย
ภาพเปรียบเทียบจากโพสต์ (ซ้าย) และจากเพจเฟซบุ๊กกระทรวงมหาดไทย (ขวา)
อย่างไรก็ตามเพจไทยคู่ฟ้า ออกมาปฎิเสธภาพดังกล่าวไม่ใช่เรื่อจริง พร้อมระบุว่า เป็นข่าวเก่าตั้งแต่ปี 2568
ภาพเพจไทยคู่ฟ้า ออกมาปฎิเสธ ข่าว นายกฯวอนคนไทยเคารพเพื่อนบ้านให้หยุดพูดจารุนแรงใส่เขมร
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
จากการตรวจสอบของ Thai PBS Verify พบว่าข้อความที่ระบุว่า “นายกฯ วอนคนไทยขอเคารพเพื่อนบ้าน อย่าใช้คำรุนแรงกับชาวเขมร” เป็นการ บิดเบือนข้อมูล โดยมีข้อเท็จจริงดังนี้
- คำกล่าวจริงของนายกรัฐมนตรี: เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 68 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุถึงความพร้อมในการรับมือหากมีการละเมิดข้อตกลง และย้ำเรื่องการประสานงานถอนกำลังและการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ยังดำเนินการอยู่ แม้จะไม่ราบรื่นแต่เป้าหมายต้องชัดเจน ไม่มีการวอนขอให้คนไทยหยุดใช้คำรุนแรงตามที่กล่าวอ้าง
- ภาพประกอบ: เป็นภาพเหตุการณ์เก่าตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. 67 ขณะนายอนุทิน (ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในขณะนั้น) เข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ ฮุน มาเนต ในการประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 8 ณ กรุงพนมเปญ
- การปฏิเสธอย่างเป็นทางการ: เพจ ไทยคู่ฟ้า ได้ออกมาประกาศชัดเจนว่าภาพและข้อความดังกล่าว “ไม่ใช่เรื่องจริง” และเป็นข่าวเก่าที่ถูกนำมาบิดเบือน
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ: ใช้การค้นหาคำสำคัญ “อนุทิน วอนอย่าใช้คำแรง กัมพูชา” พบว่า ไปตรงกับคลิป นายกฯ ชี้ ไทยพร้อมรับมือ หากกัมพูชาละเมิดข้อตกลง Thai PBS News เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 68 ซึ่งเป็นการกล่าว่าถึงการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการเก็บกู้ระเบิด ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้คำพูดรุนแรงแต่อย่างใด
- ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens : เมื่อตรวจสอบภาพในโพสตังกล่าวด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่าไปตรงกับภาพเหตุการณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้นำคณะ เข้าพบเยี่ยมคารวะ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต (Samdech Moha Borvor Thipadei Hun Manet) นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ณ Peace Palace ทำเนียบรัฐบาล กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 67
ผลกระทบของข้อมูลเท็จ
- บิดเบือนความเข้าใจของสาธารณะ: ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงท่าทีทางการเมืองอ่อนข้อหรือเข้าข้าง ฮุน มาเนต ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นเพียงการขอ “อย่าใช้คำว่าขัดขวาง” ในบริบทการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ส่งผลให้การรับรู้ต่อจุดยืนของรัฐบาลคลาดเคลื่อน
- กระทบความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและหน่วยงานรัฐ: เมื่อข้อมูลถูกแชร์ซ้ำ ๆ โดยไม่ตรวจสอบ อาจทำให้ประชาชนตั้งคำถามต่อความโปร่งใส การทำงาน และท่าทีด้านความมั่นคงของรัฐ
- สร้างความตึงเครียดระหว่างประเทศ: การใช้คำหรือภาพที่ชวนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ประเทศไทย และ กัมพูชา อาจกระตุ้นกระแสชาตินิยม ทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดโดยไม่จำเป็น
- กระตุ้นความขัดแย้งในสังคมออนไลน์: ข้อมูลที่บิดเบือนมักถูกใช้เป็น “เชื้อไฟ” ให้เกิดการถกเถียงรุนแรง แบ่งฝ่าย และสร้างความเกลียดชังระหว่างผู้เห็นต่าง
- ลดความน่าเชื่อถือของสื่อและข้อมูลข่าวสาร: เมื่อมีการใช้ภาพเก่า (เช่น ภาพการประชุมร่วมไทย–กัมพูชา) มาสวมรอยประกอบข้อความใหม่ จะทำให้ผู้บริโภคข่าวสับสน แยกแยะข้อมูลจริง–เท็จได้ยากขึ้นในระยะยาว
- เบี่ยงเบนความสนใจจากประเด็นสำคัญ: แทนที่สังคมจะโฟกัสที่ “การเก็บกู้ทุ่นระเบิด” ซึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัย กลับถูกดึงไปสนใจประเด็นการเมืองหรือความขัดแย้งที่ถูกสร้างขึ้น
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- หยุดก่อนแชร์ทันที: อย่ารีบกดแชร์ แม้เนื้อหาจะดูน่าเชื่อหรือถูกใจ เพราะข้อมูลที่บิดเบือนสามารถแพร่กระจายได้เร็วมาก
- ตรวจสอบแหล่งที่มา: ดูว่าโพสต์มาจากเพจหรือเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือหรือไม่ มีการอ้างอิงจากสื่อหลักหรือหน่วยงานทางการหรือเปล่า เช่น เพจของรัฐหรือสำนักข่าวมาตรฐาน
- เช็กภาพและบริบท: ภาพอาจเป็น “ภาพเก่า” หรือถูกนำมาใช้ผิดบริบท (เช่น ภาพการประชุมไทย–กัมพูชา) ควรลองค้นหาภาพย้อนกลับ หรือดูข่าวต้นทางว่าภาพเกิดขึ้นเมื่อใด
- อ่านให้ครบ ไม่ดูแค่พาดหัว: หลายครั้งพาดหัวใช้คำแรง เช่น “อย่าใช้คำรุนแรง” แต่เนื้อหาจริงคือคำว่า “อย่าขัดขวาง” ในบริบทเฉพาะเรื่อง ทำให้ความหมายเพี้ยน
- เปรียบเทียบหลายแหล่งข่าว: ตรวจสอบกับหลายสำนัก เพื่อดูว่าข้อมูลตรงกันหรือไม่
- ระวังเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์: โพสต์ที่ทำให้โกรธหรือแบ่งฝั่ง มักถูกออกแบบมาให้แชร์ต่อโดยไม่คิด ควรตั้งสติและตรวจสอบก่อนเสมอ








