Profile icon

ไวรัล 3 ล้านวิว คลิปสิงโตลากหญิง แท้จริงเป็น AI

DateClock icon10:27|รอบโลก
Thai PBS Verify ตรวจพบคลิป X อ้างเหตุสิงโตทำร้ายหญิงสาวจากมุมมองบนรถทัวร์ มียอดชมกว่า 3 ล้านครั้ง แท้จริงเป็นคลิปสร้างจาก AI ขณะที่หน่วยงานด้านสัตว์ป่าชี้ พฤติกรรมดังกล่าวแม้เป็นไปได้ในทางทฤษฎี แต่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยในธรรมชาติ

Thai PBS Verify พบแหล่งข้อมูลภาพปลอมจาก : X

 

ภาพบัญชี x   แชร์วิดีโอสิงโตกัดหัวคนพร้อมลากผู้หญิงไปกับพื้น โดยเป็นมุมมองที่มองบนรถทัวร์  

ภาพบัญชี x   แชร์วิดีโอสิงโตกัดหัวคนพร้อมลากผู้หญิงไปกับพื้น โดยเป็นมุมมองที่มองบนรถทัวร์  

 

Thai PBS Verify พบบัญชี x   แชร์วิดีโอสิงโตกัดหัวคนพร้อมลากผู้หญิงไปกับพื้น โดยเป็นมุมมองที่มองบนรถทัวร์  โดยพบว่า มีคอมเมนต์บางส่วนตั้งข้อสงสับว่าทำไมไม่มีใครช่วยผู้หญิงในคลิป 

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมียอดผู้ชม 3,000,000 ครั้ง และมีการแสดงความรู้สึก 73,000 ครั้ง รวมทั้งมีการแสดง ความคิดเห็น 289 ครั้งนอกจากนี้ยังมีการรีโพสต์ไปกว่า  395 ครั้ง  ซึ่งคลิปนี้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 69 

ขณะเดียวกัน  Thai PBS Verify ตรวจสอบบัญชี X  พบว่า บัญชีชื่อ Brutal Clips  ถูกสร้างเมื่อเดือนมี.ค. 68 และสร้างที่ประเทศอินเดีย ส่วนใหญ่เป็น วิดีโอคลิปอุบัติเหตุ ความรุนแรง เหตุการณ์ระทึกขวัญ หรือภาพเหตุการณ์สะเทือนขวัญจากทั่วโลก

เหตุการณ์นี้เป็นจริงหรือไม่?

Thai PBS Verify นำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบวิดีโอ AI  เช่น Hive moderation และ fauxlens พบว่ามีโอกาสสูงที่ถูกสร้างด้วย AI

 

ภาพผลการตรวจสอบ Hive moderation

ภาพผลการตรวจสอบ Hive moderation

ภาพผลการตรวจสอบ fauxlens

ภาพผลการตรวจสอบ fauxlens

นักวิชาการชี้พฤติกรรมสิงโตในคลิป “อาจเกิดขึ้นได้ แต่พบได้น้อยในธรรมชาติ” 

ต่อมา Thai PBS Verify ติดต่อไปยัง ส่วนจัดการสัตว์ป่าต่างประเทศ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  ให้ข้อมูลว่า  สิงโตเป็นสัตว์ผู้ล่าและโดยปกติพฤติกรรมเมื่อล่าสิงโตมักจะกัดในบริเวณที่ทำให้เหยื่อตายเร็ว เช่นบริเวณคอซึ่งมีเส้นเลือดใหญ่ ถ้าดูพฤติกรรมที่เห็นในคลิปถ้าเป็นคลิปจริงก็อาจเป็นไปได้แต่อาจเป็นไปได้น้อยที่จะเกิดพฤติกรรมแบบนี้ในธรรมชาติของสิงโตค

( พฤติกรรมโดยธรรมชาติ หมายถึง เป็นพฤติกรรมโดยสายพันธุ์ แม้จะเลี้ยงในที่เลี้ยงก็ยังคงมีพฤติกรรมนั้นได้ ไม่เฉพาะสิงโตในป่าอย่างเดียว)

 

ทำไมถึงโพสต์คลิปวิดีโอนี้ ? 

โพสต์ดังกล่าวเลือกโพสต์ คลิปสัตว์ทำร้ายคนมักเป็นคอนเทนต์ที่ดึงยอดวิว ยอดไลก์ และยอดแชร์ได้สูง เพราะกระตุ้นทั้งความกลัวและความอยากรู้อยากเห็นของผู้ชม การใช้ AI สร้างเนื้อหาลักษณะนี้ยิ่งทำให้สามารถออกแบบภาพให้ดูน่ากลัวหรือหวาดเสียวได้มากเท่าที่ต้องการโดยแทบไม่มีข้อจำกัด

ขณะเดียวกัน การเผยแพร่คลิปเหตุการณ์จริงอย่างสิงโตทำร้ายคนจนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จัดเป็นเนื้อหารุนแรงและโหดร้าย (Gore/Violence) ซึ่งขัดต่อกฎของแพลตฟอร์ม X (Twitter) และมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกลบบัญชี ส่งผลให้หลายเพจหันมาใช้ AI สร้างภาพหรือวิดีโอจำลอง เพื่อถ่ายทอด “ความรู้สึกสะเทือนขวัญ” ให้ผู้ชม แทนคลิปจริงที่ถูกควบคุมเข้มงวดกว่า

นอกจากนี้ บัญชีจำนวนไม่น้อยยังเปิดระบบสร้างรายได้จากยอดเข้าชม (Ad Revenue Sharing) ทำให้คลิปที่ไวรัลจากความตื่นเต้นหรือความเข้าใจผิดว่าเป็นเหตุการณ์จริง สามารถสร้างรายได้ให้เจ้าของบัญชีได้อย่างรวดเร็ว

เรื่องจริงเป็นอย่างไร? 

Thai PBS Verify นำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับวิดีโอ AI เช่น Hive Moderation และ fauxlens ผลการวิเคราะห์พบว่า คลิปมีแนวโน้มสูงที่จะถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

ต่อมา Thai PBS Verify ได้ติดต่อไปยังส่วนจัดการสัตว์ป่าต่างประเทศ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งให้ข้อมูลว่า สิงโตเป็นสัตว์ผู้ล่า โดยพฤติกรรมตามธรรมชาติในการล่า มักจะโจมตีในจุดที่ทำให้เหยื่อตายอย่างรวดเร็ว เช่น บริเวณลำคอที่มีเส้นเลือดสำคัญ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาพฤติกรรมที่ปรากฏในคลิป แม้ในทางทฤษฎีอาจเกิดขึ้นได้หากเป็นเหตุการณ์จริง แต่มีความเป็นไปได้น้อยที่จะพบลักษณะเช่นนี้ในพฤติกรรมตามธรรมชาติของสิงโต

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบคลิป AI: นำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับวิดีโอ AI เช่น Hive Moderation และ fauxlens ผลการวิเคราะห์พบว่า คลิปมีแนวโน้มสูงที่จะถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
  2. ตรวจสอบด้วยแหล่งข่าว:  Thai PBS Verify ได้ติดต่อไปยังส่วนจัดการสัตว์ป่าต่างประเทศ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งให้ข้อมูลว่า สิงโตเป็นสัตว์ผู้ล่า โดยพฤติกรรมตามธรรมชาติในการล่า มักจะโจมตีในจุดที่ทำให้เหยื่อตายอย่างรวดเร็ว เช่น บริเวณลำคอที่มีเส้นเลือดสำคัญ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาพฤติกรรมที่ปรากฏในคลิป แม้ในทางทฤษฎีอาจเกิดขึ้นได้หากเป็นเหตุการณ์จริง แต่มีความเป็นไปได้น้อยที่จะพบลักษณะเช่นนี้ในพฤติกรรมตามธรรมชาติของสิงโต

ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้ 

  1. สร้างความตื่นตระหนกเกินจริง: คลิปที่ดูสมจริงทำให้ผู้ชมเชื่อว่าเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยในชีวิตจริง ทั้งที่โอกาสเกิดต่ำ ส่งผลให้เกิดความกลัวสัตว์ป่าโดยไม่จำเป็น และอาจกระทบต่อการท่องเที่ยวหรือกิจกรรมกลางแจ้ง
  2. บิดเบือนความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์ป่า: ข้อมูลเท็จทำให้คนเข้าใจพฤติกรรมสัตว์ผิดไป เช่น มองว่าสิงโตมีแนวโน้มโจมตีมนุษย์ตลอดเวลา ทั้งที่ในธรรมชาติสัตว์ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงมนุษย์ ส่งผลต่อทัศนคติและการอนุรักษ์สัตว์ป่าในระยะยาว
  3. ลดความน่าเชื่อถือของข้อมูลจริง: เมื่อคลิปปลอมถูกแชร์ในวงกว้าง อาจทำให้ผู้คนเริ่มตั้งข้อสงสัยกับคลิปหรือข่าวจริงในอนาคต เกิดภาวะ “ไม่เชื่ออะไรเลย” (information distrust)
  4. กระตุ้นการแชร์โดยไม่ตรวจสอบ: เนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์ เช่น ความกลัวหรือความตกใจ มีแนวโน้มถูกแชร์เร็ว ส่งผลให้ข้อมูลเท็จแพร่กระจายเป็นวงกว้างภายในเวลาอันสั้น
  5. เสี่ยงต่อการนำไปใช้สร้างเนื้อหาหลอกลวงอื่น ๆ: คลิปลักษณะนี้อาจถูกนำไปดัดแปลงหรือใช้เป็นเครื่องมือสร้างข่าวปลอมในบริบทอื่น เช่น อ้างว่าเกิดในประเทศหนึ่งเพื่อโจมตีภาพลักษณ์ หรือใช้เรียกยอดวิว/รายได้จากโฆษณา
  6. บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยี AI: แม้ AI จะมีประโยชน์ แต่การใช้สร้างเนื้อหาหลอกลวงบ่อยครั้ง อาจทำให้สังคมมองเทคโนโลยีในแง่ลบ และเกิดความไม่ไว้วางใจต่อสื่อดิจิทัลโดยรวม

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. หยุดก่อนแชร์ (Pause & Think): หากเนื้อหากระตุ้นอารมณ์ เช่น ตกใจ กลัว หรือโกรธ ควรหยุดและตั้งสติ เพราะคอนเทนต์ลักษณะนี้มักถูกออกแบบมาให้คนรีบแชร์
  2. ตรวจสอบแหล่งที่มา: ดูว่าบัญชีที่โพสต์เป็นใคร มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เป็นสื่อหลักหรือบัญชีทั่วไป รวมถึงตรวจสอบว่ามีสำนักข่าวที่เชื่อถือได้รายงานหรือไม่
  3. ใช้เครื่องมือตรวจสอบ: ลองค้นหาภาพหรือคลิปย้อนหลัง (reverse image/video search) หรือใช้เครื่องมือช่วยตรวจจับ AI เช่น InVID, Google Lens, หรือแพลตฟอร์มตรวจสอบ deepfake
  1. สังเกตความผิดปกติของเนื้อหา: คลิป AI มักมีจุดผิดสังเกต เช่น การเคลื่อนไหวไม่สมจริง เงา/แสงผิดธรรมชาติ รายละเอียดบางส่วนเบลอ หรือพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
  2. เปรียบเทียบกับข้อมูลวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญ: ในกรณีสัตว์ป่า ควรอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญ เพราะบางเหตุการณ์แม้ “เป็นไปได้” แต่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงต่ำมาก
  3. ตรวจสอบวันเวลาและบริบท: บางคลิปอาจเป็นของเก่าหรือถูกนำมาใช้ผิดบริบท ควรดูว่าคลิปเกิดขึ้นเมื่อไร และตรงกับคำอ้างหรือไม่
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน