ข่าวออนไลน์อ้าง ไทยยิงเตือนทำกัมพูชาหนีจากหลักเขตที่ 14 กองทัพยันไม่มีการใช้อาวุธ

ข่าวบิดเบือนDateClock icon16:21|การเมือง
Thai PBS Verify ตรวจสอบเพจข่าวออนไลน์ระบุ “ทหารไทยไล่ต้อนจนกัมพูชายอมรื้อลวดหนามและกลบคูเลตที่เนิน 450” และยิงเตือนทหารกัมพูชาบริเวณหลักเขตที่ 14 พบว่า ฝ่ายกัมพูชายอมกลบคูเลตและรื้อถอนลวดหนามที่เนิน 450 จริง โดยเกิดจากการประสานงานระหว่างสองฝ่าย ด้านกองทัพยันไม่มีการใช้อาวุธจากฝ่ายไทยบริเวณหลักเขตที่ 14 ตามที่กล่าวอ้าง

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวบิดเบือนจาก: Facebook

ภาพบัญชีเฟซบุ๊กอ้าง ทหารกัมพูชายอมถอยจากเนิน 450 แต่กลับทุบหลักเขตที่ 6 จ.สุรินทร์ และเคลื่อนไหวใกล้หลักเขตที่ 14 พร้อมกล่าวหาว่าเป็นการสับขาหลอกและพยายามรุกล้ำดินแดนไทย

ภาพบัญชีเฟซบุ๊กอ้าง ทหารกัมพูชายอมถอยจากเนิน 450 แต่กลับทุบหลักเขตที่ 6 จ.สุรินทร์ และเคลื่อนไหวใกล้หลักเขตที่ 14 พร้อมกล่าวหาว่าเป็นการสับขาหลอกและพยายามรุกล้ำดินแดนไทย

 

Thai PBS Verify พบบัญชีเฟซบุ๊ก แชร์ภาพทหารพร้อมข้อความระบุว่า 

“กว่าจะขยับตัวจนทีมงานของชาวบ้านต้องเอาภาพมาเผยแพร่ยังจะบอกว่าเด็ดขาดอีกนะ สับขาหลอกหรือเปล่า? เขมรยอมถอยเนิน 450 แต่แอบไปทุบหลักเขตสุรินทร์เละ

ทหารไทยเอาจริงไล่ต้อนจนเขมรยอมรื้อลวดหนามและกลบคูเลตที่เนิน 450 ศรีสะเกษ ดูเหมือนจบสวย แต่ล่าสุดหลักเขตที่ 6 สุรินทร์กลับถูกทุบเหลือแต่ฐาน แถมเพื่อนบ้านยังตีมึนปฏิเสธ ลืมไปว่ายุคนี้เขาใช้ดาวเทียมกับ GPS กันหมดแล้ว ทุบหินทิ้งก็ฮุบแผ่นดินไม่ได้สักนิ้ว

ซ้ำวันที่ 17 กันยายน 2569 ยังมีรายงานทหารเขมรยกโขยงไปป้วนเปี้ยนแถวหลักเขตที่ 14 จนไทยต้องรัวปืนเตือนไปเป็นแม็กถึงจะวิ่งกระเจิง ปากบอกยอมถอยแต่ลับหลังแอบตุกติก ยิ่งทำให้ภาพโดรนที่แฉการซุกปืนใหญ่บนเขาพระวิหารชัดขึ้นว่า นี่อาจเป็นแค่การสับขาหลอกย้ายเกม

งานนี้ภาพถ่ายดาวเทียมมัดตัวแน่นกว่าหลักหินที่ถูกทุบทิ้งเสียอีก เจรจาผลประโยชน์ทางทะเลรอบเกาะกูดครั้งหน้า ไทยต้องจับตาพวกชอบเล่นเกมใต้ดินให้ดี เพราะเรื่องรบเพื่อชาติ ทหารไทยไม่เคยยอมใคร!

ที่มา: ข่าวช่อง 8, ไทยรัฐออนไลน์, Chimlang” 

โดยโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความรู้สึก 2,000 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็น 208 ข้อความ และถูกแชร์ไปกว่า 271 ครั้ง  ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 69 

ทหารไทยยิงขู่จริงหรือไม่ ?

Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ “เนิน 450 ”  พบว่า มีการนำเสนอข่าวของ Thai PBS รายงานข่าว เดินหน้าทำถนนชายแดนต่อถึงเนิน 429 หลัง “กัมพูชา” ยอมกลบคูเลตเนิน 450  เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 69 โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

สถานการณ์บริเวณ “เนิน 450” ช่องกระโดน ชายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ รอยต่อ ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ คลี่คลายลง หลังฝ่ายกัมพูชายอมกลบคูเลตและรื้อถอนลวดหนามกลับคืนสู่สภาพเดิม ภายหลังการประสานงานระหว่างสองฝ่าย ส่งผลให้ชาวบ้านตามแนวชายแดนคลายความกังวล หลังเกรงว่าสถานการณ์อาจยกระดับและนำไปสู่ความรุนแรง

ขณะที่การก่อสร้างถนนเลียบชายแดนของคณะหลวงตาเยื้อน ขันติพโล (พระธรรมวชิรญาณโกศล) เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง โดยขณะนี้การก่อสร้างมาถึงบริเวณเนิน 429 ใกล้บ่อน้ำพระอินทร์แล้ว ทั้งฝ่ายความมั่นคงและทีมงานก่อสร้างมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด พร้อมมีเจ้าหน้าที่ทหารดูแลความปลอดภัย หากเกิดสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน

ส่วนประชาชนในพื้นที่ชายแดนยังคงใช้ชีวิตตามปกติ โดยเฉพาะบริเวณตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งในช่วงเย็นยังมีพ่อค้าแม่ค้านำอาหารมาจำหน่ายริมทางอย่างคึกคัก ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

เดินหน้าทำถนนชายแดนต่อถึงเนิน 429 หลัง “กัมพูชา” ยอมกลบคูเลตเนิน 450

ท้องที่ยันไม่มีรายงานกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่

Thai PBS Verify ติดต่อสอบถามไปยัง  นายคมศักดิ์ แซ่เตียว นายกเทศมนตรีตำบลบัวเชด และ นายองอาจ สุขอุ้ม ปลัดอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ในอำเภอสถานการณ์ปกติ ยังไม่พบว่ามีการรายงานประเด็นเกี่ยวกับการเข้ามาของทหารกัมพูชาบริเวณหลักเขตที่ 14 หรือการปะทะกันของทหารไทยและกัมพูชาแต่อย่างใด  

สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร ?

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 69 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีทหารกัมพูชาขุดคูเลตและวางแนวลวดหนามบริเวณเนิน 450 พื้นที่ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งอาจรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของไทยว่า ล่าสุดชุดประสานงานไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ได้หารือร่วมกัน และสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยความเรียบร้อย โดยฝ่ายกัมพูชายอมปรับสภาพพื้นที่ กลบคูเลตและรื้อถอนแนวลวดหนามกลับคืนสู่สภาพเดิม

พล.ต.วินธัย ระบุว่า ประชาชนในพื้นที่ที่อาจมีความวิตกกังวลหรือเตรียมพร้อมรับมือ หากสถานการณ์ลุกลาม ขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นหลัก เนื่องจากข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์มีหลากหลายแหล่งที่มา และอาจทำให้เกิดความเข้าใจหรือความวิตกกังวลเกินกว่าสถานการณ์จริง

ขณะเดียวกัน ฝ่ายปกครองและทหารในพื้นที่ยังคงแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามสถานการณ์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวลตามข้อมูลหรือความคิดเห็นบางส่วนที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์

สำหรับสาเหตุที่ฝ่ายกัมพูชาขุดคูเลตและวางแนวลวดหนาม พล.ต.วินธัย ระบุว่า ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการจากหน่วยในพื้นที่ถึงรายละเอียดของการดำเนินการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แนวชายแดนไทย-กัมพูชามีระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร และมีหน่วยขนาดเล็กวางกำลังอยู่ตลอดแนว จึงอาจเกิดการดำเนินการลักษณะนี้ขึ้นได้ โดยเฉพาะการปรับปรุงพื้นที่ การขุดคู หรือการติดตั้งสิ่งกีดขวาง

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเคลื่อนไหวหรือพฤติการณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ชายแดนอาจเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อมีการประสานผ่านชุดประสานงานของทั้งสองฝ่าย ก็สามารถพูดคุยและแก้ไขปัญหาได้ โดยได้รับความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา

ส่วนกรณีที่ฝ่ายกัมพูชายอมกลบคูเลตและรื้อถอนสิ่งกีดขวาง จะถือเป็นการยอมรับว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการรุกล้ำอธิปไตยของไทยหรือไม่นั้น พล.ต.วินธัย ระบุว่า ต้องติดตามรายละเอียดจากหน่วยในพื้นที่ เนื่องจากกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ย่อมทราบแนวการวางกำลังของทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างดี

พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ฝ่ายกัมพูชาอาจมองว่าการติดตั้งสิ่งกีดขวางเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วย แต่เมื่อดำเนินการในพื้นที่ใกล้ชิดกับฝ่ายไทย จึงจำเป็นต้องมีการท้วงติงและประสานพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่ใช่ปัญหาที่น่ากังวล และชุดประสานงานของทั้งสองฝ่ายยังสามารถพูดคุยเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ได้

ทหารกัมพูชาขุดคูเลตและวางแนวลวดหนามบริเวณเนิน 450 พื้นที่ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ? 

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่า กรณีทหารกัมพูชาขุดคูเลตและวางแนวลวดหนามบริเวณเนิน 450 จ.ศรีสะเกษ มีการประสานงานระหว่างฝ่ายไทยและกัมพูชา และฝ่ายกัมพูชายอมกลบคูเลตและรื้อถอนแนวลวดหนามกลับคืนสู่สภาพเดิมจริง แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ไม่ได้ระบุว่าเป็นผลจากการที่ทหารไทย “ไล่ต้อน” จนฝ่ายกัมพูชายอมถอย โดยกองทัพบกระบุว่า ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขผ่านชุดประสานงานของทั้งสองฝ่าย

ส่วนข้อความที่ระบุว่า ทหารกัมพูชาไปป้วนเปี้ยนบริเวณหลักเขตที่ 14 จนทหารไทยต้องยิงปืนเตือนนั้น จากการสอบถามนายองอาจ สุขอุ้ม ปลัดอำเภอกาบเชิง จ.สุรินทร์ ยังไม่พบรายงานเกี่ยวกับการปะทะระหว่างไทยและกัมพูชาในพื้นที่ดังกล่าว

ขณะที่กองทัพบกระบุว่า สถานการณ์บริเวณเนิน 450 สามารถพูดคุยและแก้ไขปัญหาผ่านกลไกประสานงานของทั้งสองฝ่ายได้ และยังไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวลตามข้อมูลบางส่วนที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นหลัก

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ: Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ “เนิน 450 ”  พบว่ามีการนำเสนอข่าว สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาบริเวณเนิน 450 คลี่คลายหลังกัมพูชายอมกลบคูเลตและรื้อลวดหนาม ทำให้การสร้างถนนเลียบชายแดนดำเนินการต่อได้ถึงเนิน 429 ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงตรึงกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ส่วนประชาชนตามแนวชายแดนกลับมาใช้ชีวิตและค้าขายได้ตามปกติ 
  2. ตรวจสอบผ่านแหล่งข่าว: Thai PBS Verify ติดต่อสอบถามไปยัง  นายคมศักดิ์ แซ่เตียว นายกเทศมนตรีตำบลบัวเชด และ นายองอาจ สุขอุ้ม ปลัดอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ในอำเภอสถานการณ์ปกติ ยังไม่พบว่ามีการรายงานประเด็นเกี่ยวกับการเข้ามาของทหารกัมพูชาบริเวณหลักเขตที่ 14 หรือการปะทะกันของทหารไทยและกัมพูชาแต่อย่างใด 

ผลกระทบข้อมูลเท็จ

  1. ทำให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ชายแดนคลาดเคลื่อน โดยอาจเข้าใจว่าเกิดการปะทะหรือเผชิญหน้าระหว่างทหารไทยและกัมพูชารุนแรงกว่าข้อเท็จจริง
  2. สร้างความวิตกกังวลให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดน จากการนำเหตุการณ์หลายกรณีมาเชื่อมโยงกัน ทั้งเรื่องเนิน 450 หลักเขตที่ 14 และการยิงปืนเตือน
  3. เพิ่มความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคง โดยเฉพาะการกล่าวอ้างว่าการรื้อลวดหนามและกลบคูเลตเกิดจากการที่ทหารไทย “ไล่ต้อน” ฝ่ายกัมพูชา ทั้งที่ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ระบุว่าเกิดจากการประสานงานระหว่างสองฝ่าย
  4. อาจทำให้เกิดการส่งต่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เมื่อผู้รับสารนำข้อความหรือภาพไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้ตรวจสอบกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  5. กระทบต่อการรับรู้สถานการณ์ชายแดน เนื่องจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจทำให้ประชาชนแยกแยะได้ยากว่าเหตุการณ์ใดเป็นข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ใดเป็นการกล่าวอ้างบนสื่อสังคมออนไลน์

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. ตรวจสอบแหล่งที่มา ก่อนเชื่อหรือแชร์ข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนและความมั่นคง
  2. เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง โดยให้ความสำคัญกับข้อมูลจากหน่วยงานราชการหรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ
  3. แยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น เพราะโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์อาจนำเหตุการณ์หลายเรื่องมาเชื่อมโยงหรือเพิ่มเติมความคิดเห็นเข้าไป
  4. ตรวจสอบวัน เวลา และสถานที่ของภาพหรือคลิป เพื่อป้องกันการนำภาพหรือเหตุการณ์เก่ามาใช้ประกอบข้อมูลที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
  5. ไม่รีบแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน โดยเฉพาะข้อความที่อาจสร้างความวิตกกังวลหรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

เกิดกระแสความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ หลังเพจพยากรณ์อากาศอิสระเตือนภัย "มหาอุทกภัย" ในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ ภายใน 120 ชั่วโมง จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนโซเชียล อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และนักวิชาการ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักจริง แต่ปริมาณน้ำยังห่างไกลจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพ "ศรัทธาพยากรณ์อากาศ" ที่เกิดขึ้นเมื่อความถูกใจของสังคมวิ่งนำความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ

23 ก.ย. 69

Open article
ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!