Profile icon

โพสต์อ้าง “ห้ามขายกะเพรา “จามจุรี” ฝ่าฝืนคุก 2 ปี ปรับ 4 แสน พบชื่อกะเพราะไม่มีจริง

ข่าวบิดเบือนDateClock icon16:09|สังคม
โซเชียลฯ แห่แชร์ภาพอ้างขายกะเพราพันธุ์ "จามจุรี" ถูกจำคุก 2 ปี ปรับ 4 แสน Thai PBS Verify ตรวจสอบพบชื่อพันธุ์ไม่มีอยู่จริง กรมวิชาการเกษตรยันประชาชนปลูก-เก็บใบขายได้ตามปกติ

Thai PBS Verify พบแหล่งข้อมูลข่าวบิดเบือนจาก: X

โพสต์อ้างห้ามขายกะเพราพันธุ์จามจุรี

Thai PBS Verify พบผู้ใช้บัญชี X ชื่อ 明白了 โพสต์ภาพกราฟิกที่ระบุว่า อ่านแล้วถึงกับห๊ะ! พอดีที่บ้านมี พันธุ์ จามจุรี3 แบบนี้ก็ขายไม่ได้สินะ โดยภาพดังกล่าวมีข้อความระบุว่า มีกะเพรา 4 สายพันธุ์ชื่อ “จามจุรี 1–4” หากใครแอบขาย จะถูกจำคุก 2 ปี และปรับ 400,000 บาท

โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 69 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เข้าชมไปกว่า 251,000 ครั้ง รวมถึงรีโพสต์ข้อมูลดังกล่าวไปกว่า 1,900 ครั้งอีกด้วย

ผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนหนึ่งเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง

มีกะเพรา “จามจุรี1-4” จริงหรือไม่ ?

จากการค้นหารายชื่อพันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับหนังสือสำคัญ (คพ. 2) จำนวน 1105 พันธุ์ บนเว็บไซต์ของกองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร เราไม่พบกะเพราที่ขึ้นทะเบียนใหม่ด้วยชื่อ “จามจุรี” แต่อย่างใด แต่เมื่อเราทดลองนำชื่อของกะเพราสายพันธุ์ “แก้วจุรี” ไปตรวจสอบพบว่า มีการผลแสดงขึ้นมาอย่างชัดเจน บ่งบอกว่ากะเพราสายพันธุ์จามจุรีที่ระบุในโพสต์นั้นไม่มีอยู่จริง

ผลการค้นหารายชื่อพันธุ์พืชใหม่ บนเว็บไซต์ของกองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร

กะเพราสายพันธุ์ใหม่ชื่ออะไร ?

จากการค้นหาด้วยคำสำคัญ เราพบว่า บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ 4 พันธุ์ ได้แก่ แก้วจุรี 01, แก้วจุรี 02, แก้วจุรี 03 และ แก้วจุรี 04 ไม่ใช่ชื่อ “จามจุรี” ตามที่ปรากฏในภาพที่แพร่ในโซเชียลมีเดียเผยแพร่ โดยพันธุ์เหล่านี้พัฒนาจากกะเพราพื้นเมือง (รหัส CPR1) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยใช้เทคนิคการปรับปรุงพันธุ์และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 เป็นเวลา 12 ปี (เริ่มปี 2567 สิ้นสุดปี 2579)

ประชาชนปลูกและขายกะเพราได้หรือไม่ ?

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมวิชาการเกษตร ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า ประชาชนยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไปไว้กินเอง เก็บใบขาย ขายต้นเพื่อบริโภค หรือนำไปประกอบอาหารจำหน่ายได้ตามปกติ ซึ่งการคุ้มครองครอบคลุมเฉพาะ 4 พันธุ์ “แก้วจุรี” เท่านั้น ไม่กระทบกะเพราสายพันธุ์อื่น

“แม้แต่พันธุ์แก้วจุรีเองก็สามารถปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือนได้ สิ่งที่ห้ามคือการนำ เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า หรือกิ่งพันธุ์ ของแก้วจุรี 01–04 ไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิ”

ซีพีแรมยืนยันใช้เป็นวัตถุดิบป้อนโรงงาน

ซีพีแรมระบุว่าพันธุ์เหล่านี้พัฒนาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตอาหารของบริษัทเอง ไม่ได้วางจำหน่ายเมล็ดพันธุ์แก่ประชาชนทั่วไป

ขยายพันธุ์ขายมีโทษจำคุกจริงหรือไม่ ?

ทั้งนี้ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ระบุว่า ผู้ใดกระทำการละเมิดสิทธิในพันธุ์พืชใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิ (เช่น ผลิต ขาย หรือจำหน่ายส่วนขยายพันธุ์) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542

อย่างไรก็ตาม โทษดังกล่าวใช้กับกรณี ละเมิดสิทธิในส่วนขยายพันธุ์ ของพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการขายใบกะเพราทั่วไปหรือการปลูกเพื่อบริโภค

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

จากการตรวจสอบของ Thai PBS Verify พบว่า โพสต์ที่อ้างว่ามีกะเพรา 4 สายพันธุ์ชื่อ “จามจุรี 1–4” หากใครแอบปลูกขายจะถูกจำคุก 2 ปี และปรับ 400,000 บาทนั้น เข้าข่าย “ข้อมูลบิดเบือน (Misleading Information)” โดยมีการระบุชื่อสายพันธุ์ผิดพลาด และตีความข้อกฎหมายเกินจริงจนสร้างความตื่นตระหนก ดังนี้

  • ไม่มีกะเพราสายพันธุ์ “จามจุรี 1–4”: จากการตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ไม่พบชื่อสายพันธุ์ “จามจุรี” แต่เป็นสายพันธุ์ “แก้วจุรี 01, แก้วจุรี 02, แก้วจุรี 03 และ แก้วจุรี 04” ซึ่งได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่โดยบริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ตั้งแต่ปี 2567 สิ้นสุดปี 2579 (คุ้มครอง 12 ปี)

  • ประชาชนทั่วไปยังปลูกและขายกะเพราได้ตามปกติ: กรมวิชาการเกษตร และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันชัดเจนว่า ประชาชนยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไปไว้กินเอง เก็บใบขาย หรือขายเป็นอาหารปรุงสำเร็จได้ตามปกติ การคุ้มครองครอบคลุมเฉพาะ 4 พันธุ์ในตระกูล “แก้วจุรี” เท่านั้น

  • โทษจำคุก 2 ปี ปรับ 4 แสนบาท บังคับใช้เฉพาะการละเมิด “ส่วนขยายพันธุ์”: ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 โทษดังกล่าวมีไว้ลงโทษผู้ที่นำ เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า หรือกิ่งพันธุ์ (ส่วนขยายพันธุ์) ของพันธุ์ที่จดทะเบียนคุ้มครองไปทำซ้ำเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้บังคับใช้กับการเก็บใบขายเพื่อบริโภค หรือการปลูกกินในครัวเรือนแต่อย่างใด

  • ซีพีแรมพัฒนาเพื่อป้อนโรงงาน ไม่ได้ขายเมล็ดพันธุ์: ทางบริษัทผู้ทรงสิทธิระบุว่าพัฒนาสายพันธุ์ดังกล่าวเพื่อเป็นวัตถุดิบป้อนโรงงานผลิตอาหารของบริษัทเอง ไม่ได้มีการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์สู่ท้องตลาดทั่วไป จึงเป็นไปได้ยากที่ประชาชนจะนำไปปลูกหรือจำหน่ายโดยไม่รู้ตัว

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  • ตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนพันธุ์พืช: ตรวจสอบรายชื่อพันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับหนังสือสำคัญ (คพ. 2) จากเว็บไซต์กองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร ไม่พบชื่อกะเพรา “จามจุรี” แต่พบรายชื่อกะเพราที่ขึ้นทะเบียนคุ้มครองถูกต้องในชื่อ “แก้วจุรี 01–04”

  • สืบค้นข้อมูลความเป็นมาของสายพันธุ์: ตรวจสอบข้อมูลคำสำคัญ พบว่าสายพันธุ์ “แก้วจุรี” ได้รับการพัฒนาโดย บริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ซึ่งพัฒนาจากกะเพราพื้นเมืองรหัส CPR1 เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตอาหารของบริษัท

  • ตรวจสอบข้อเท็จจริงทางกฎหมายและคำชี้แจงทางการ: ตรวจสอบข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 พบว่ามาตรา 64 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท สำหรับผู้ละเมิดสิทธิใน “ส่วนขยายพันธุ์” เชิงพาณิชย์เท่านั้น และตรวจสอบคำชี้แจงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภคทั่วไป

ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้

  • สร้างความสับสนและหวาดกลัวแก่เกษตรกรและประชาชน: ข้อความระบุโทษรุนแรงทั้งจำคุกและปรับเงินหลักแสน ทำให้เกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า และผู้บริโภคที่ปลูกกะเพราไว้ตามบ้านเข้าใจผิดว่าการปลูกหรือขายกะเพรากลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

  • บิดเบือนเจตนารมณ์ของกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช: ทำให้สังคมมองว่ากฎหมายเปิดช่องให้กลุ่มทุนผูกขาดพืชสมุนไพรพื้นเมือง ทั้งที่ในความเป็นจริง กฎหมายคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ที่ถูกวิจัยและปรับปรุงขึ้นใหม่ ไม่ได้แตะต้องสายพันธุ์พื้นเมืองเดิม

  • กระตุ้นความเกลียดชังและยอดแชร์บนความเข้าใจผิด: มีการเข้าชมกว่า 2.5 แสนครั้ง และรีโพสต์เกือบ 2,000 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่แชร์ต่อพร้อมอารมณ์ขุ่นเคืองจากข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  • ตรวจสอบชื่อสายพันธุ์กับหน่วยงานรัฐ: หากพบข่าวการจดสิทธิบัตรหรือคุ้มครองพันธุ์พืช ควรตรวจสอบรายชื่อที่ถูกต้องได้จากเว็บไซต์ กองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร โดยตรง

  • แยกแยะระหว่าง “ส่วนขยายพันธุ์” กับ “ผลผลิตเพื่อบริโภค”: กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชคุ้มครองการนำ เมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้า ไปขยายพันธุ์ขายในเชิงพาณิชย์ ไม่ได้ห้ามการซื้อ-ขายใบผักเพื่อนำไปประกอบอาหาร

  • ระวังข้อความพาดหัวที่เน้นขู่ด้วยบทลงโทษ: ข่าวบิดเบือนมักตัดทอนเฉพาะมาตราที่มีโทษหนัก เช่น “จำคุก 2 ปี ปรับ 4 แสน” มาพาดหัวเพื่อปั่นกระแสความกลัว ควรค้นหารายละเอียดของฐานความผิดฉบับเต็มก่อนหลงเชื่อ

  • หยุดแชร์และแจ้งข้อมูลจริง: ไม่ส่งต่อข้อความหรือภาพกราฟิกที่คลาดเคลื่อน และช่วยกันชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ หรือร่วมตรวจสอบผ่าน Thai PBS Verify

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

เนื้อหาได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!