“สื่อกัมพูชา” อ้าง “ทหารไทย” กักตัว “ชาวกัมพูชา” คาด่าน แท้จริงกัมพูชากักคนไทยไว้ปอยเปต

ข่าวบิดเบือนDateClock icon23:45|การเมืองViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบ สื่อกัมพูชาโพสต์อ้าง ไทยกักตัวชาวกัมพูชากว่า 1,000 คน เพื่อแลกให้คนไทยข้ามกลับเข้าประเทศก่อน แท้จริงกัมพูชาปิดด่านกักคนไทยนับพันไม่ให้ข้ามประเทศ ด้าน 2 หน่วยงานรัฐไทยร่อนหนังสือให้กัมพูชาเปิดด่านแล้ว แต่ถูกปฏิเสธ

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: Facebook

เพจเฟซบุ๊ก DAP News โพสต์อ้างไทยไม่ปล่อยตัวคนกัมพูชา 1,000 คน  หากต้องการกลับเข้ามาได้ จะต้องสลับตัวกับชาวไทยทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในปอยเปตให้กลับไปไทยก่อน

เพจเฟซบุ๊ก DAP News โพสต์อ้างไทยไม่ปล่อยตัวคนกัมพูชา 1,000 คน หากต้องการกลับเข้ามาได้ จะต้องสลับตัวกับชาวไทยทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในปอยเปตให้กลับไปไทยก่อน

Thai PBS Verify พบเพจเฟซบุ๊ก DAP News โพสต์ข้อความระบุว่า 

“នៅ​ម៉ោង១៤:១០នាទី​ ថ្ងៃ​១១ខែ ធ្នូ២០២៥នេះ ប្រជាជន​ខ្មែរ​ជាប់​កាំង​នៅ​ច្រក​ព្រំដែន​ក្រុង​ប៉ោយប៉ែត​ ជាង​ ១​ពាន់​នាក់​ ដោយ​ទាហាន​សៀម​ ឃាត់​មិន​អោយ​ចេញ​មក​កម្ពុជា​វិញ​បេី​ចង់មកបាន​ត្រូវ​​ដោះ​ដូរ​ជនជាតិ​ ថៃ​ទាំង​អស់រស់នៅ​ប៉ោយប៉ែត​ ត្រឡប់​ទៅ​ថៃ​វិញ​ ៕

ពាក់ព័ន្ធករណីខាងលើនេះ ដើមអម្ពិល មិនអាចសុំការបំភ្លឺពីលោក គាត ហ៊ុល អភិបាលក្រុងប៉ោយប៉ែត បាននៅឡើយទេ

ព័ត៌មានសង្គមទាន់ហេតុការណ៍២៤ម៉ោង https://t.me/daphotnews 

សារព័ត៌មាន ដើមអម្ពិល – ព័ត៌មានទាន់ហេតុការណ៍ដោយ សយ សុភាព https://t.me/dapnews 

តាមដានព័ត៌មានហេតុការណ៍ជាមួយខ្ញុំ https://t.me/soysopheapofficial

แปลข้อความเป็นภาษาไทยว่า 

“เวลา 14:10 น. วันที่ 11 ธันวาคม 2025 ชาวกัมพูชามากกว่า 1,000 คน ติดค้างอยู่ที่ด่านพรมแดนเมืองปอยเปต โดยถูกทหารไทย กันไม่ให้ออกกลับเข้ากัมพูชา หากต้องการกลับเข้ามาได้ จะต้องสลับตัวกับชาวไทยทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในปอยเปตให้กลับไปไทยก่อน

เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ขณะนี้สำนักข่าว DAP ยังไม่สามารถขอคำชี้แจงจาก นายคีต ฮูล ผู้ว่าราชการเมืองปอยเปต ได้” 

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวกัมพูชาจำนวนมาก มีการแสดงความรู้สึกกว่า 696 ครั้ง และถูกแชร์ไปกว่า  475 ครั้ง ขณะที่คอมเมนต์ส่วนใหญ่เห็นด้วยที่กัมพูชาไม่เปิดด่าน 

เพจเฟซบุ๊ก DAP News โพสต์อ้างไทยไม่ปล่อยตัวคนกัมพูชา 1,000 คน  หากต้องการกลับเข้ามาได้ จะต้องสลับตัวกับชาวไทยทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในปอยเปตให้กลับไปไทยก่อน

สถานการณ์ด่านคลองลึก-ปอยเปต เป็นอย่างไร ? 

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 68  เวลา 15.00 น. สำนักงานประสานงานชายแดนไทย–กัมพูชา เปิดเผยว่า ขณะนี้ไทยกำลังประสานให้คนไทยกลับเข้าประเทศผ่านด่านคลองลึก จ.สระแก้ว แต่ทางการกัมพูชายังไม่อนุมัติและไม่ชี้แจงสาเหตุ 

ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงไทยได้ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกผลักดันชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค. 68 เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความมั่นคง จากข้อมูลเดิมที่เคยพบการแฝงตัวสอดแนมทางทหาร อย่างไรก็ตาม หลังฝั่งกัมพูชาไม่ยอมให้คนไทยกลับ ไทยจึงชะลอการผลักดันแรงงานกัมพูชาชั่วคราว ทำให้ชาวกัมพูชาที่มารอข้ามแดนตั้งแต่เช้าไม่สามารถเดินทางกลับได้ บางส่วนตัดสินใจออกจากด่านกลับที่พักเดิมเนื่องจากอากาศร้อนจัด (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 1 ได้มีการแชร์ภาพเอกสารที่ทางการประเทศไทย ส่งหนังสือขอให้กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา อนุญาตให้คนไทยที่พำนักในปอยเปตเดินทางเข้าประเทศไทย โดยในเนื้อหากล่าวว่า ทางกัมพูชาปฎิเสธหนังสือดังกล่าวและไม่ยอมให้มีการเปิดด่านให้คนไทยเดินทางออกจากปอยเปต (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)

เอกสารของไทยที่ส่งหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา เพื่อขอส่งตัวคนไทยในปอยเเปตกลับประเทศไทย

เอกสารของไทยที่ส่งหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา เพื่อขอส่งตัวคนไทยในปอยเเปตกลับประเทศไทย

แนวทางการช่วยเหลืออื่นเป็นอย่างไร ?

ด้าน กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยกับ Thai PBS Verify ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตไทยอยู่ระหว่างหารือกับทางการกัมพูชา โดยยืนยันว่า หากประชาชนจำเป็นต้องเดินทางผ่านช่องทางอื่น ตม. พร้อมออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินให้ทันที

สำหรับเอกสารขอเปิดด่าน ฝั่งไทยได้ส่งเรื่องถึงกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ กัมพูชายังไม่เปิดประตูด่านคลองลึก–ปอยเปต

ส่วนผู้ถือพาสปอร์ตสีเลือดหมู (หนังสือเดินทางปกติ ที่ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน) ยังสามารถใช้เดินทางได้ตามปกติ และในส่วนของผู้ที่ต้องการทำเอกสารเดินทางฉุกเฉิน (ETD) ต้องติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลก่อนจึงจะเดินทางได้

ทั้งนี้ หากผู้เดินทางอยู่เกินกำหนด ไม่ว่าใช้เอกสารประเภทใด จะถือว่าผิดกฎหมาย และมีโทษปรับวันละ 10 ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ประกาศแจ้งเตือนขอให้คนไทยในกัมพูชาที่ไม่มีเหตุจำเป็นในการพำนักในกัมพูชา พิจารณาเดินทางออกจากกัมพูชา และขอให้คนไทยที่ไม่มีเหตุจำเป็น งดเว้นการเดินทางไปยังกัมพูชาจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ประกาศแจ้งเตือนขอให้คนไทยในกัมพูชาที่ไม่มีเหตุจำเป็นในการพำนักในกัมพูชา

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่า ข้อความในโพสต์ที่อ้างว่า ชาวกัมพูชาถูกทหารไทยกั้นไม่ให้กลับเข้ากัมพูชา และต้องสลับตัวชาวไทยทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในปอยเปตให้กลับไปไทยก่อน จากการตรวจสอบพบว่า ทางการไทยได้ส่งหนังสือไปยังกระทรวงมหาดไทยฝั่งกัมพูชา แต่ไม่ได้รับการตอบกลับประเด็นดังกล่าว และสาเหตุที่ทางการไทยต้องชะลอการข้ามแดนของชาวกัมพูชา เนื่องจากทางการกัมพูชา ยังคงปิดด่านชายแดน ทำให้ชาวกัมพูชาที่มารอข้ามแดนไม่สามารถเดินทางกลับเข้าประเทศได้ จนบางส่วนตัดสินใจออกจากด่านกลับที่พักเดิม ไม่ใช่การปิดด่านของทางการไทยแต่อย่างใด

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบผ่านแหล่งข้อมูล:  สำนักงานประสานงานชายแดนไทย–กัมพูชา รายงานว่า ขณะนี้ไทยกำลังประสานให้คนไทยกลับเข้าประเทศผ่านด่านคลองลึก จ.สระแก้ว แต่ทางการกัมพูชายังไม่อนุมัติ
  2. ตรวจสอบผ่านแหล่งสัมภาษณ์ :  Thai PBS Verify สัมภาษณ์ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แจ้งว่า ทางประเทศไทยส่งหนังสือให้กับกัมพูชาแล้ว  แต่ทางกัมพูชายังไม่เปิดด่านคลองลึก–ปอยเปต

ผลกระทบเมื่อได้รับข้อมูลเท็จ

  1. ตื่นตระหนกและเข้าใจผิดในสังคม: ประชาชนทั้งสองประเทศอาจเข้าใจผิดว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปิดด่านหรือกักตัวประชาชนโดยไม่มีเหตุผล ทำให้เกิดความวิตกกังวลโดยไม่จำเป็น
  2. สร้างความตึงเครียดระหว่างประชาชนไทย–กัมพูชา: ข่าวบิดเบือนที่ระบุว่าไทย “กัก” คนกัมพูชา หรือใช้ “การแลกเปลี่ยนตัวประกัน” สามารถสร้างความเกลียดชัง ความไม่ไว้วางใจ และความขัดแย้งทางสังคมระหว่างสองประเทศได้
  3. ขัดขวางการช่วยเหลือหรือการอพยพที่จำเป็น: เมื่อข้อมูลเท็จแพร่กระจาย อาจทำให้ผู้ที่ต้องการเดินทางข้ามแดนสับสน ไม่รู้ว่าต้องปฏิบัติอย่างไร หรือนำไปสู่ความแออัดที่ด่านโดยไม่จำเป็น
  4. ผู้ไม่หวังดีใช้ช่องทางสร้างกระแสปลุกปั่น: ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับชายแดนมักถูกใช้เพื่อบิดเบือนหรือสร้างความเกลียดชัง ซึ่งอาจขยายผลไปสู่ความรุนแรงทางวาจา หรือการปะทะในพื้นที่จริง

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. ตรวจสอบแหล่งข้อมูลก่อนแชร์ ดูว่ามาจากสื่อทางการ หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรข่าวที่น่าเชื่อถือหรือไม่ จากนั้นเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง หากเป็นเหตุการณ์ชายแดนหรือความมั่นคง ควรดูประกาศจาก กองทัพ หรือสถานทูตเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
  2. ระวังข้อความที่ใช้ถ้อยคำปลุกปั่น: เช่น กล่าวหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรุนแรงเกินจริง เพราะมักเป็นสัญญาณของข่าวปลอ
  3. อย่าแชร์ต่อก่อนตรวจสอบ: การแชร์ข้อมูลผิดอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด วิตกกังวล หรือสร้างความตึงเครียดระหว่างประเทศ
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน