ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

3 พรรคการเมือง ชูทางรอดประเทศไทย ประชาชนอยู่ได้ อุตสาหกรรมอยู่รอด

การเมือง
20:13
507
3 พรรคการเมือง ชูทางรอดประเทศไทย ประชาชนอยู่ได้ อุตสาหกรรมอยู่รอด

"สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส" เปิดเวที ตอบโจทย์ 8 บรรณาธิการ  กับปฏิบัติการกู้ “ไทยทานิก” เศรษฐกิจไทย เจาะลึกนโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมือง การหารายได้ บริหารงบประมาณ และสร้างความเชื่อมั่น ประเทศไทยให้กับนักลงทุน กับ 3 พรรคการเมือง ประกอบด้วย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาธิปัตย์  น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาชน และ ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ

ในขณะที่โลกเต็มไปด้วยคู่แข่งจากการสร้างรายได้ดิจิทัล เทคโนโลยี และ อุตสาหกรรมมูลค่าสูง โจทย์รัฐบาลใหม่ต้องตอบให้ได้ว่า เงินก้อนใหม่จะมาจากไหน ใครเป็นคนจ่าย และรัฐต้องเปลี่ยนอะไร จะสร้างอุตสาหกรรมใหม่จริงหรือไม่ จะดึงเงินต่างชาติเข้ามาด้วยกติกาแบบไหน จะเปลี่ยนแรงงานไทยจากต้นทุนราคาถูกเป็นผู้สร้างมูลค่าได้อย่างไร ใน 4 ปี เงินใหม่จะเข้าประเทศเพิ่มเท่าไร และมาจากช่องทางใดจาก นโยบายที่ได้หาเสียง

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาชน ตอบคำถาม การจะหารายได้เข้าประเทศเพิ่มได้อย่างไร  ต้องบอกว่า รายได้ที่จะเข้าสู่ประเทศ ไม่จำเป็นต้องเป็นรายได้ทางเดียวจากการส่งออก แต่เราสามารถทำให้เศรษฐกิจภายในเติบโตได้ด้วยเช่นกัน เพราะที่ผ่านมาไทยพึ่งพาการเติบโตจากภายนอกเป็นหลัก ทั้งจากการส่งออก การลงทุนจากต่างชาติ ไม่ใช่แค่เม็ดเงิน แต่ต้องมาพร้อมกับคุณภาพและเทคโนโลยีด้วย เพราะทุกครั้งที่เราดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาไทยต้องได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้ามาพร้อม ๆ กันด้วย เพราะไม่เช่นนั้นเราจะเป็นประเทศที่ถนัดแต่การผลิตแต่ไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง จะต้องเปลี่ยนผ่านการเจริญเติบโตไปด้วย

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาชน

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาชน

เครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ผ่านมา เริ่มดับไม่ใช่แค่เรื่องการส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่อุตสาหกรรมที่เป็นอุตสาหกรรมหลักเริ่มตายลงไปไม่ว่าจะเป็น ยานยนต์ ปิโตรเคมี หรืออิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นสิ่งที่ประเทศไทยต้องทำคือ การฟื้นความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา ไม่เฉพาะทุนต่างชาติ แต่รวมถึงทุนไทย ที่ไปลงทุนในต่างประเทศให้กลับมาลงทุนในไทย โดยพรรคมีนโยบายเปิดเสรีขายไฟฟ้า เพราะเชื่อว่าเป็นการเริ่มต้นที่จะดึงดูดทุนจากต่างชาติเข้ามา จากนั้นการลงทุนอื่น ๆ ก็จะตามมา ซึ่งจะช่วยให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศดีขึ้น เราจะสร้างความเข้มแข็งจากภายในไม่ใช่พึ่งพาเศรษฐกิจจากภายนอกเพียงอย่างเดียว

เราคิดว่าเรื่องตัวเลขในระยะสั้นไม่เอามาเป็นเป้าหมาย แต่ว่าอยากตั้งเป้าเศรษฐกิจในระยะยาวมากกว่า ศักยภาพการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย น่าจะต้องเกิน 3 % ฟังดูน้อยแต่เป็น 3 % ที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบันที่อยู่ 2 % นิด ๆ 3 % ในระยะยาวเป็นเรื่องที่ไม่ยากและไม่ง่าย

รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวอีกว่า อาจจำเป็นต้องหันกลับมาปรับปรุงเครื่องยนต์ในประเทศให้ดีขึ้น เพราะอย่างไรก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไทยยังคงพึ่งการส่งออก แม้ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจภายในจะมีความสำคัญ แต่ต้องกลับมามองข้างในไปพร้อม ๆ กันเพื่อที่จะเสริมแกร่งให้กับอุตสาหกรรมภายในประเทศ ดังนั้น ระยะต่อไปสิ่งที่อยากจะนำเสนอการที่จะโตจากการปฏิรูป ที่ผ่านมาเราปล่อยให้ประเทศโตตามยถากรรม มากเกินไป หลายรัฐบาลทำเฉพาะเรื่องระยะสั้น แต่ว่าไม่ได้มองหรือวางรากฐานโตไปในอนาคตได้เลย

ดังนั้น 4-5 ปีข้างหน้านอกจากจะมีการปฏิรูปในภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมและบริการต้องทำเช่นเดียวกัน อย่างที่ได้แนะนำไปเราวางตัวเองอยากที่จะเข้ามาพัฒนาเทคโนโลยีให้เป็นของตัวเอง ดังนั้นการมีเทคโนโลยีจึงมีความสำคัญที่จะให้เม็ดเงินที่เข้ามาลงทุนถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเรา ซึ่งต้องมาพร้อม ๆ กับเงื่อนไข

ส่วนเรื่องการบริหารงบประมาณประเทศ ลดขาดดุลฯ หนี้สาธารณะนั้น รองหัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวว่า การจัดลำดับนโยบายความสำคัญของนโยบาย ไม่จำเป็นต้องแสดงออกด้วยจำนวนเงิน  เพราะหลาย ๆ เรื่องอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณก็เป็นไปได้  พรรคอยากจะให้ความสำคัญ คือ เรื่องของการลงทุนมนุษย์ ซึ่งสำคัญมากที่สุด เวลาเราพูดคำว่างบลงทุนไม่เคยถูกนับรวมการลงทุนในมนุษย์เข้าไปการศึกษา สวัสดิการของเด็กต่างๆ ไม่เคยถูกนับรวมว่าเป็นงบลงทุน จะเห็นว่างบแผ่นดินมีแต่การก่อสร้างอาคาร ตัดถนน แหล่งน้ำ

นอกจากนี้พรรคยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับนโยบายด้านการศึกษาอัปสกิล (Upskill) หรือ รีสกิล (Reskill) ความมั่นคงของประเทศ คือ ความมั่นคงของประชาชน การใช้สวัสดิการขั้นพื้นฐานที่สุดเราขอแค่ขั้นพื้นฐานที่สุดที่ให้ ดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี และแน่นอนว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ  พรรคก็ให้ความสำคัญ แต่ในหลาย ๆ เรื่องเราใช้เงินอื่นที่ไม่ใช่งบประมาณแผ่นดิน เช่น การเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้า ดังนั้นการจัดลำดับความสำคัญ ไม่ใช่เราใส่เงินลงไป มากกว่ากัน

เพื่อไทยชูไทย "ศูนย์รวม supply chain" โลก

ด้าน ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ ทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า การมองยุทธศาสตร์ไปข้างหน้า ต้องมองอุตสาหกรรมปลายน้ำว่าจะไปทิศทางใด การมองยุทธศาสตร์คือทำอย่างไรให้ไทยเป็นจุดศูนย์รวมของ supply chain ตรงนั้นสำคัญกว่า เพราะถ้าขั้วอำนาจของโลกเปลี่ยน เป็นความเสี่ยงของประเทศไม่ใช่กระจายความเสี่ยง แต่การกระจายความเสี่ยงที่ดีจะต้องทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทานหรืออุตสาหกรรมที่สำคัญของโลก คือ จุดมุ่งหมายสำคัญที่ไทยต้องจัดการ

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ

ประเทศไทยต้องสร้างความพร้อมจากภายในโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Digital Data โครงสร้างเพิ่ม 3 ด้านทรัพยากรมนุษย์ ที่จะทำให้มีศักยภาพเพียงพอเมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามาจะทำให้เราสามารถปรับตัวได้

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า โครงสร้างสำคัญสุดท้าย คือโครงสร้างด้านคมนาคมการกระจายตัวของสนามบินการสร้างรถไฟทางคู่ รวมถึงการพัฒนาท่าเรือต่าง ๆ ซึ่งจะมีความสำคัญมองอย่างไร ในเชิงยุทธศาสตร์เราไม่ควรมองสินค้าปลายน้ำ แต่ทำตัวให้ไทยเป็นกลางน้ำ เพื่อตอบโจทย์ความแปรปรวน ผู้มีรัฐศาสตร์โลกการเป็น supply chain จึงเป็นเรื่องสำคัญ

พรรคเพื่อไทย มองศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน 3 % กว่า ๆ  แต่เรามองว่าจะขึ้นไป แต่จะขึ้นอย่างไร คำตอบ คือการพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาทุนมนุษย์ การพัฒนากฎหมาย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การอัปสกิล รีสกิลของแรงงานพรรคมองว่าภายใน 4 ปี GDP ไทยจะโต 5 %

กำลังซื้อของคนในประเทศ ความเป็นอยู่ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรหรือผู้ประกอบการ จะต้องเข้มแข็ง ดังนั้นพรรคมีนโยบายลงทุนเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ สิ่งที่มองตรงกันการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา สิ่งที่เราควรจะเป็นในยุทธศาสตร์เราต้องเป็น supply chain of the world ห่วงโซ่การผลิตของโลกแทนที่จะผลิตรถยนต์ แต่ควรผลิตอุตสาหกรรมชิ้นส่วน นั้นสำคัญกว่าและชวนทุนให้เข้ามาผลิตในประเทศซึ่งเป็นหัวใจของการผลิต


กลไกที่สำคัญในยุคที่เราเป็นรัฐบาล คือ การใช้กลไกภาษี ในการดึงดูดชิ้นส่วนยุทธศาสตร์ให้มาผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเช่น ชิ้นส่วนรถ EV ดังนั้นโจทย์ Local Content supply chain of the world ที่เราจะอยู่ตรงนั้นและแข่งขันและมีอำนาจต่อรองกับมหาอำนาจ

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการพัฒนาทุนมนุษย์ว่า โจทย์ไม่ใช่จำนวน ถ้าเราทำเรื่องจำนวน เราไม่สามารถผลิตทรัพยากรมนุษย์ได้ตรงกับตลาด ดังนั้นจะไม่มีความหมายถ้าเราพัฒนาทุนมนุษย์ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด เรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

เรื่องการพัฒนาคน ทั้งอัปสกิล รีสกิล ต้องให้ภาคเอกชนเป็นคนพัฒนา และภาครัฐอุดหนุนในเรื่องของงบประมาณ เห็นด้วยที่ว่าภาครัฐเชื่อมกับภาคเอกชนในการผลิตหลักสูตร ผลิตทรัพยากรมนุษย์ขึ้นมา พรรคเพื่อไทยมีโครงการเรียนจบได้งาน การดูแลแรงงาน ซึ่งทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐเอกชนและสะท้อนกลับมาสิ่งที่เราผลิตออกมา

ประชาธิปัตย์ ชี้ อัปสกิล รีสกิล ทุนมนุษย์สำคัญ

ด้าน ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ มองว่า เศรษฐกิจไทยหรือ GDP เราตั้งเป้าไว้ 5 % ภายใน 4 ปี แต่ว่าคำตอบจะได้ 5 % ไม่ใช่แค่ดึงเงินจากต่างประเทศเข้ามาแต่หมายถึงการปรับโครงสร้างภายในการใช้สินทรัพย์ของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราจะเป็นอะไรในสายตาโลก วันนี้เรามีการวิจัยหลากหลาย ทั้งจากสภาพัฒน์ ธนาคารโลก อาจไม่ได้มีการจำกัดความ  แต่สิ่งหนึ่งที่คล้าย ๆ กัน เราจะเป็นส่วนหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยการลงทุน หรือการผลิตอื่น ๆ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จุดยืนของประเทศไทยมีความแข็งแรงในการเป็นกลางอย่างมีกลยุทธ์การเป็นศูนย์กลางของอาเซียน

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาธิปัตย์

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาธิปัตย์

การที่เราจะมองว่าเราควรจะแสดงความมั่นคงอะไรในอนาคต สุดท้ายการเป็น supply chain ของโลก คือเป็นเรื่องสำคัญ ในอุตสาหกรรมอะไรที่เป็นตอนต้นการวิจัยและพัฒนาจะมีมูลค่าสูง แต่ถ้าอะไรที่เป็นห่วงโซ่ตรงกลางที่ใช้การผลิตตรงกลางจะมีมูลค่าต่ำ หรือการทำ branding ต้องมานั่งเลือกว่า เราจะอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่อุปทานนี้ และเราต้องเก่งให้ชัดบนเวทีโลก ถึงเวลาแล้วที่นักการเมืองต้องมาคุยเรื่องของอนาคตในวันข้างหน้า

ดร.การดี กล่าวว่า ปัจจุบัน GDP ของประเทศลดต่ำลงเรื่อย ๆ และทุกครั้งที่มีวิกฤตประเทศไทยโตกลับไปสู่ที่เดิมช้าที่สุดในอาเซียน วันนี้ถ้าเราพูด ถึงตัวเลข 7 % หรือตัวเลขสองหลัก คำถามคือ เราจะทำอย่างไรให้เราโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมใหม่และตรงนี้เป็นจุดที่สำคัญที่จะตอบได้ว่าถ้าเรายังทำเหมือนเดิมในเครื่องจักรเศรษฐกิจเก่า คนของเราก็แก่ เราไม่มีทางรวยและเราจะจนมากขึ้นเรื่อย ๆ และเราจะพาเราไปสู่ความจนมากขึ้น วันนี้ถึงเวลาแล้วเจ็บแต่ต้องทำ คือ การปรับปรุงระบบโครงสร้างไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเศรษฐกิจ เพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่อย่างน้อย ซึ่งไม่ใช่แค่ 3 อุตสาหกรรมที่เป็นความหวังของประเทศไทย

ถ้าเรายังใช้ทักษะเดิม ๆ งานเดิม ๆ นี่ คือประเด็นสำคัญ ไม่มีรัฐบาลชุดไหนที่จะมาแจกเงินไปเรื่อย ๆ แล้วเราจะรวยขึ้น แต่รัฐบาลที่จะมาช่วยเพิ่มมาซื้อพาตัวเองออกจากกลุ่มนี้และเราต้องขยันมากขึ้นเพื่อให้รายได้ของเราคุณภาพชีวิตของเรา จะมีคุณภาพดี

ดร.การดี กล่าวถึงการพัฒนาทุนมนุษย์ว่า เห็นด้วยกับรองหัวหน้าพรรคประชาชน รัฐบาลไม่ควรทำเอง ควรให้เอกชนนำ เพราะเอกชนจะรู้ว่าต้องการแรงงานแบบใด และอยากได้ทักษะแบบไหน แต่สิ่งสำคัญ คือ เรามุ่งเป้าเด็กจบใหม่ และกลุ่มที่กำลังใกล้เกษียณเพราะเราอยู่ในสังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นเราจะทำอย่างไรให้กลุ่มผู้สูงอายุ อัปสกิล รีสกิลและสร้างรายได้และอยู่ได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่พึ่งพาลูกหลานมากเกินไป ในการอัปสกิล หรือ รีสกิลทุกช่วงวัยไม่เฉพาะคนที่จบใหม่เท่านั้น

ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ เน้นการมองอนาคตด้วยการสร้างพื้นฐานรายได้สูงเชิงคุณภาพผลิตภัณฑ์เกษตรกระบวนการผลิตตั้งเป้าเศรษฐกิจใหม่ ขณะที่พรรคเพื่อไทยระบุไม่ควรมองสินค้าปลายน้ำแต่ต้องเป็นปลายน้ำที่ตอบโจทย์เป็นส่วนกลาง supply chain สร้างความพร้อมจากภายในพัฒนาทุนมนุษย์ ด้านพรรคประชาชนเน้นการหารายได้ควบคู่การเติบโตเศรษฐกิจภายในการลงทุนต่างประเทศควบคู่กับการลงทุนและการพัฒนาภายในประเทศ

อ่านข่าว:

“ทองคำปี 69”  ร้อนแรงไม่แผ่ว เปิด 3 ปัจจัยดันราคาทะลุ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์

สงครามภูมิรัฐศาสตร์ถึงจุดเดือด หนุน “ราคาทอง” พุ่งทะลุ 5,000 ดอลลาร์

ยุคสงครามขัดแย้งทั่วโลก บริหารการเงิน "ทองคำ" ทางเลือกปลอดภัย

เปิดแผนดันส่งออกปี 69 พาณิชย์ ตั้งเป้าทำเงิน 1.42 แสนล้าน รับบาทแข็งกระทบ