ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

นายกฯ ใหม่พบนายกฯ ประยุทธ์ชื่นมื่น

การเมือง
15:55
1,160
นายกฯ ใหม่พบนายกฯ ประยุทธ์ชื่นมื่น
อ่านให้ฟัง
06:02อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
24 ส.ค.2566 หลังจากรับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี 1 วัน นายเศรษฐา ทวีสิน เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รักษาการ เพื่อขอคำแนะนำ และอาจรวมถึงการเตรียมรับมอบการส่งงานให้รัฐบาลใหม่

มีภาพบรรยากาศการพบกันที่ชื่นมื่น เต็มไปด้วยรอยยิ้ม มีการมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี และมีภาพนั่งเจรจาโอภาปราศรัย เผยแพร่ตามช่องทางสื่อสารต่าง ๆ ตามมา

เป็นการพบปะกันซึ่งหน้า ไม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลเหมือนเมื่อครั้งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล เคยแต่งตั้งขึ้น เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เคยได้อธิบายเรื่องนี้ไว้แล้วว่า ปกติก็มีการส่งงานต่อของข้าราชการประจำแต่ละกระทรวง ที่ต้องจัดทำอยู่แล้ว

การตั้งกรรมการทับซ้อนขึ้นมา ยิ่งจะไปสร้างแรงกดดันให้กับข้าราชการประจำ โดยเฉพาะหากถูกเรียกไปสอบถาม หรือให้ส่งมอบข้อมูลต่าง ๆ ในระหว่างที่ยังไม่ทันได้เข้าทำหน้าที่รัฐบาล

ในอีกด้านหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่า ใน ครม.ชุดใหม่ที่ยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์นั้น ประมาณครึ่งหนึ่งล้วนเป็นคนหน้าเดิม ในคณะรัฐมนตรีชุดเก่าของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล

พรรครวมไทยสร้างชาติ นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตเลขาธิการนายกฯ ที่ทำงานร่วมกันมากับ พล.อ.ประยุทธ์ พรรคพลังประชารัฐ ที่แกนนำสำคัญอย่าง นายสันติ พร้อมพัฒน์ และร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า ก็ยังมีชื่อปรากฏอยู่ เช่นเดียวกับนายวราวุธ ศิลปอาชา จากพรรคชาติไทยพัฒนา

แม้กระทั่งพรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีส่วนหนึ่งก็เคยร่วมงานในฐานะรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ หรือนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่ม 3 มิตร หากไม่หลุดโผในรอบสุดท้ายเสียก่อน

มองในเชิงบวก เป็นการให้เกียรติผู้นำและรัฐบาล เป็นแบบผู้น้อยเข้าหาผู้ใหญ่ และไม่ใช่ในลักษณะจ้องจับผิดหรือหาเรื่อง

จะเห็นท่าทีเป็นมิตรชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้แสดงความยินดีกับนายเศรษฐา ต่างไปจากเมื่อครั้งนายพิธาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งไม่มีท่าทีในลักษณะนี้จาก พล.อ.ประยุทธ์

ดูจากกรอบเวลาสมัยตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หลังการเลือกตั้งเดือนมีนาคม ปี 2562 ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน 10 วัน ได้นายกฯ จากผลโหวตที่ประชุมรัฐสภา ต่อมา 9 มิ.ย.2566 พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ คนที่ 29 มีพิธีรับพระบรมราชโองการ 11 มิ.ย. และต่อมา 10 ก.ค.2566 คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

ขณะที่การเลือกตั้ง 14 พ.ค.2566 ใช้เวลา 3 เดือน 7 วัน กว่าที่ประชุมรัฐสภาจะโหวตเลือกได้นายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2566 ก่อนได้รับโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งนายกฯ วันที่ 23 ส.ค.2566

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ คาดหมายว่า การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี กว่าจะได้รายชื่อน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คงต้องใช้เวลาตรวจสอบประวัติอีก 1 สัปดาห์ จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการทูลเกล้าฯถวายสัตย์ฯ อีก 1 สัปดาห์ รวมประมาณ 3 สัปดาห์ น่าจะได้คณะรัฐมนตรี

แต่ย้ำว่า เป็นการคาดคะเน ส่วน ครม.ชุดใหม่ จะเริ่มทำหน้าที่ได้คาดว่าในช่วงกลางเดือน ก.ย.2566 แต่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินได้ ต้องรอหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา คาดว่าจะเป็นปลายเดือน ก.ย.2566

เท่ากับในระหว่างนี้ หรือหลังจากได้รายชื่อคณะรัฐมนตรี ขณะรอการลงพระปรมาภิไธย จะเป็นเรื่องเตรียมเขียนนโยบายรวมของรัฐบาลเพื่อรอแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา เป็นสำคัญ ควบคู่ไปกับการจับจองห้องทำงานของรัฐมนตรีและทีมงาน

รอการส่งมอบงานบริหารประเทศชาติอย่างสมบูรณ์ ในเวลาอีกไม่นาน

วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติ "เศรษฐา" นายกรัฐมนตรีคนที่ 30

"เศรษฐา" คุย "บิ๊กตู่" ปลื้มพาทัวร์ตึกไทยคู่ฟ้า ฝากใจเย็น อดทน

เพื่อไทย แจงไม่มีแอปฯ "เงินดิจิทัล 1 หมื่น" เริ่มใช้ครึ่งปีแรก 2567

กสม.จับตาเคส "ทักษิณ" ถูกตั้งคำถาม "ความเหลื่อมล้ำ-เลือกปฏิบัติ"