เรื่องต้องรู้ วิธีดูแล "รถยนต์" ช่วงหน้าร้อน สิ่งของที่ห้ามเก็บไว้ในรถ

ไลฟ์สไตล์
10:23
จำนวนผู้ชม 3,831
Thai PBS
เรื่องต้องรู้ วิธีดูแล "รถยนต์" ช่วงหน้าร้อน สิ่งของที่ห้ามเก็บไว้ในรถ
ผู้ช่วย AI
อากาศร้อน ไม่ไหววว... ขอฝนโปรยลงมา หน่อยได้ไหมม ...

เพิ่งเข้าหน้าร้อน แต่หลายคนอาจอยากเจอฝนแล้ว อุณหภูมิความร้อนและแดดจ้า ที่ทุกคนต้องเผชิญทุกวันในช่วงนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อ "คน" เพียงเท่านั้น แต่ "รถยนต์" คู่กายก็อาจทนไม่ไหวเหมือนกัน ยิ่งความร้อนที่มาจากแสงแดด ส่งผลเสียกับรถที่รักได้ทั้งภายใน และภายนอก และหากจอดรถกลางแดดเป็นเวลานาน ความร้อนจะสะสมภายในรถและก่อให้เกิดปัญหามากมาย คนรักรถจึงต้องหาวิธีดูแลเป็นพิเศษในช่วงนี้

อ่าน : ร้อนฉ่า! กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนมี.ค.-เม.ย.ร้อนจัดเกิน 40 องศาฯ

จะเกิดอะไรขึ้น หากจอดรถกลางแดด

อุปกรณ์ยางจะเสื่อมสภาพเร็ว

  • ชิ้นส่วนที่ทำจากยาง ทั้งที่ปัดน้ำฝน ขอบกระจกหน้ารถ อาจเสื่อมสภาพเร็วขึ้นหากทิ้งรถไว้กลางแดดเป็นเวลานาน เนื่องจากความร้อนจะทำให้ยางแข็งตัวและทำให้ยางเสื่อมสภาพ

สีจะซีดจางเร็ว

  • รังสียูวีจากแสงแดด อาจส่งผลต่อสีรถได้ ยิ่งส่วนไหนเจอแดดหนัก ๆ เป็นเวลานาน สีบริเวณนั้นจะเปลี่ยนไป ตรวจสอบว่าสีดูออกเหลืองมากขึ้น ในรถสีอ่อน หรือสีจางลงหรือไม่ ในกรณีรถสีเข้ม

ฟิล์มสีเสื่อมสภาพ

  • ฟิล์มกรองแสง แม้จะช่วยปกป้องผู้ขับขี่จากแสงแดด แต่หากจอดรถกลางแดด เจอความร้อนเป็นเวลานาน ๆ ฟิล์มอาจเสื่อมสภาพได้ สังเกตได้ด้วยการตรวจสอบว่าสีของฟิล์มมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หากฟิล์มมีอาการเปลี่ยนสี มีฟองอากาศ มีรอยยับย่น แสดงว่าฟิล์มเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว

ชิ้นส่วนภายในห้องโดยสาร

  • ความร้อนที่สะสมอาจทำให้ชิ้นส่วนภายในห้องโดยสารเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และจะเร็วยิ่งขึ้นสำหรับชิ้นส่วนที่มีหนังเป็นส่วนประกอบ เช่น คอนโซล พวงมาลัย เบาะรถยนต์ โดยชิ้นส่วนเหล่านี้จะเริ่มแห้งและแตกร้าว ส่วนชิ้นส่วนที่มีผ้าเป็นส่วนประกอบ จะซีดจางเร็วกว่าที่ควรจะเป็น

แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าที่ควรจะเป็น

  • มักเกิดขึ้นกับแบตเตอรี่ที่เติมน้ำกลั่น หากจอดรถในบริเวณที่ร้อนและระบายความร้อนไม่ดีแบตเตอรี่จะต้องทำงานหนักและเสื่อมสภาพเร็ว สังเกตได้หากแบตเตอรี่เริ่มบวมและรถสตาร์ทติดยาก

แอร์ทำงานหนัก

  • เครื่องปรับอากาศภายในรถแม้ จะติดตั้งเพื่อช่วยไล่อุณหภูมิที่ร้อนจัด แต่หากจอดรถทิ้งไว้กลางแดดจ้าเป็นเวลานาน ความร้อนจะสะสมภายในห้องโดยสารทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักกว่าปกติ เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร

วิธีป้องกันรถยนต์จากแสงแดด

มีหลายวิธีในการปกป้องรถจากแสงแดด วิธีหนึ่งคือ พยายามจอดรถ ไว้ในที่ร่ม เช่น ใต้ต้นไม้หรือในโรงรถ แต่หากหาพื้นที่ร่มเงาไม่เจอ ให้ใช้ผ้าคลุมรถเพื่อปกป้องภายนอกตัวรถ และใช้ม่านบังแดดเพื่อให้ภายในรถเย็นและปกป้องแผงหน้าปัดและที่นั่งได้

การปกป้องยาง ด้วยการทาสารปกป้องยางที่มีสารยับยั้งรังสียูวีบนยาง เพื่อป้องกันการแตกร้าวและซีดจาง จากการสัมผัสแสงแดด

เทคนิคไล่ความร้อน ในรถเมื่อจอดไว้กลางแดดจ้า

แสงแดดแรงจัด ส่งผลต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ในรถยนต์ ได้ หากการดูแลด้วยความใส่ใจ ฉะนั้นมีข้อแนะนำ "เทคนิคไล่ความร้อน ในรถเมื่อจอดไว้กลางแดดจ้า" มีวิธีการอย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย

  • ก่อนที่จะขับรถ ที่จอดไว้กลางแแดดจ้า เมื่อขึ้นรถควรลดความร้อน โดยเปิดกระจกรถด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร
  • จากนั้นเปิดปิดประตูรถด้านหน้า และด้านหลังติดต่อกัน 4-5 ครั้ง ให้อากาศภายนอกไหลผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดไว้
  • ความร้อนในห้องโดยสารไหลเวียนออกสู่ภายนอก ช่วยให้อุณหภูมิในห้องโดยสารลดลง 4-5 องศาเซลเซียส

ขณะที่ การขับรถในช่วงกลางวันท่ามกลางแสงแดดแรงจัดจะเกิดปรากฎการณ์ "มิราจ" คือ เกิดการหักเหของแสง ทำให้เห็นภาพลวงตาได้ระยะไกล เช่น เห็นเป็นแอ่งน้ำบนพื้นถนน หากผู้ขับขี่ขับด้วยความเร็วสูงและหยุดรถกะทันหัน จากความสับสนในภาพลวงตานั้น อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ จึงควรขับรถด้วยความระมัดระวังไม่เร็วเกินกำหนดและมีสติตลอดเวลา

อ่าน : ร้อน ร้อน แบบนี้ แนะ 6 วิธีคลายร้อน ช่วงอุณหภูมิสูงแตะ 40 องศาฯ

จอดกลางแดด อย่าทิ้ง 6 สิ่งไว้ในรถ

สภาพอากาศร้อนอบอ้าว ยิ่งใชช่วงนี้ที่แดดแรงมาก ร้อนไม่ไหว หากจำเป็นต้อง จอดรถทิ้งไว้กลางแดดเป็นเวลานาน ทำให้ภายในตัวรถร้อนระอุ และเพื่อความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้รถเกิดความเสียหาย เนื่องจากวัสดุบางชนิดไวต่อความร้อน ดังนี้

  • แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) : ความร้อนอาจทำให้แบตเตอรี่สำรองเสื่อมประสิทธิภาพได้ มีอายุการใช้งานสั้นลง เช่น ชาร์จเข้าโทรศัพท์ได้ช้าลง หรือชาร์จได้จำนวนรอบไม่เท่าเดิม
  • แผ่นยางกันลื่นหน้ารถ : หากโดนแดดเผาจนละลาย จะกลายเป็นคราบเหนียวติดคอนโซลหน้ารถ
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ : โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค หรืออุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ทุกชนิด ความร้อนอาจทำให้วงจรภายในได้รับความเสียหาย เสี่ยงต่อการช็อตและระเบิดได้
  • สเปรย์แอลกอฮอล์ สเปรย์กระป๋อง : ความร้อนทำให้แก๊สในกระป๋องขยายตัว มีแรงดันสูงขึ้นจนเกิดการระเบิดได้
  • ไฟแช็ก : เป็นสารเคมีอันตราย ที่ไม่ควรโดนความร้อน
  • ยา : แสงแดด ทำให้ตัวยาเสื่อมสภาพ คุณสมบัติในการรักษาลดลงหรือเสียไป และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้

องค์ประกอบการเกิดไฟไหม้ในรถยนต์

อาจารย์อ๊อด หรือ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า องค์ประกอบของการเกิดไฟไหม้มี 3 อย่างคือ 1. ความร้อน 2. เชื้อเพลิง 3. อากาศ หากมี 3 สิ่งรวมตัวกันอย่างเหมาะสมก็เกิดปฏิกิริยาไฟไหม้ได้

1. การเกิดอุบัติเหตุจากแสงแดดที่ผ่านกระจกโค้งเว้าในรถยนต์ทำให้เกิดการรวมแสง เมื่อไปเจอกับเชื้อเพลิงอ่อนเช่นกระดาษทิชชูไม้จิ้มฟัน ฟองน้ำ ผ้า PVC เกิดไฟไหม้เกิดความเสียหายภายในรถยนต์ได้

2. ความร้อนจากแสงแดดที่มายังกระป๋องสเปรย์บรรจุแก๊ส เผลอวางในรถยนต์ก็จะเกิดการขยายตัวเกิดการระเบิดทำให้สิ่งของเครื่องใช้ในรถยนต์เกิดความเสียหายได้

3. ความร้อนจากแสงแดดที่ผ่านกระจกโค้งเว้าเกิดการรวมแสงอาจทำให้พาวเวอร์แบงค์โทรศัพท์ที่มีแบตเตอรี่ กล้องที่มีแบตเตอรี่ เกิดการลัดวงจรภายในทำให้เกิดไฟปะทุจากแบตเตอรี่และลุกลามเป็นเพลิงไหม้ในรถยนต์ เกิดความเสียหายได้

4. ภายนอกรถยนต์ในห้องเครื่องความร้อนอาจทำให้สายน้ำมันที่เข้าท่อไอดีเกิดการเสื่อมสภาพและหลุด ทำให้น้ำมันรั่วซึมเมื่อเจอกับความร้อนในห้องเครื่องก็เกิดการจุดปะทุไฟไหม้รถยนต์ได้ รวมถึงรถยนต์ที่ใช้แบตเตอรีหรือรถไฟฟ้าหากแบตเตอรีเกิดการชำรุดเสียหายเนื่องจากอากาศร้อนก็ทำให้เกิดเพลิงไหม้ และเกิดความเสียหายได้

5. ในช่วงอากาศร้อนควรจอดรถในที่ร่มหรือหลีกเลี่ยงการจอดรถกลางแดด เพราะเพิ่มความเสี่ยงในการทำให้เกิดเพลิงไหม้ในรถยนต์ ให้ผู้ใช้รถยนต์หมั่นซ่อมบำรุง ดูแลรักษาสภาพของห้องเครื่อง หรือแบตเตอรี่กรณีรถไฟฟ้า อย่าวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือกระป๋องสเปรย์ที่เสี่ยงทำให้เกิดเพลิงไหม้ในรถยนต์ รวมถึงเชื้อเพลิงอ่อน กระดาษทิชชู เศษไม้ต่างๆ ควรเก็บทำความสะอาดรถยนต์ของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

อากาศร้อน ขับรถอย่า หัวร้อน

ทั้งนี้ฝากไว้กับทุกคนที่ขับรถบนท้องถนน นอกจากจะต้องเคราพกฎจราจรแล้ว สิ่งที่ควรปฎิบัติให้ขับขี่ปลอดภัย สามารถนำไปปฎิบัติตามได้ ดังนี้

  • เริ่มต้นด้วยต้อง "มีสติ" ให้มากที่สุด เจอคนใจร้อน อย่าหัวร้อนตาม ใครขับรถปาดหน้า เปลี่ยนเลนแซงกะทันหัน ขับช้าแช่ขวา หายใจเข้าลึก ๆ มีสติ ยับยั้งความโกรธ นั้นเพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์เลวร้าย บานปลาย นำไปสู้การเผชิญหน้า และไม่ต้องจบด้วยความรุนแรง
  • "ยิ้มเข้าไว้" บางครั้งอาจเผชิญเหตุการณ์ที่ไม่ได้ดังใจ เช่น มีคนปาดหน้า ขับเบียดแทรก ดึงสติมาอีกครั้ง เผชิญสถานการณ์ด้วยความใจเย็น สุภาพและเป็นมิตร บวกรอยยิ้ม จะช่วยให้สถานการณ์ไม่เลวร้าย
  • "ขอโทษ" และ "ให้อภัย" กับเรื่องเล็กน้อย ที่พอจะทำให้เราขจัดอารมณ์ที่ไม่ดีออกไป
  • "มีน้ำใจ" ต่อผู้อื่น ใครรีบให้เขาไปก่อน หรือใครมีน้ำใจต่อเราก็ขอบคุณ เพื่อความปลอดภัยต่อตัวเราเองและเพื่อนร่วมทาง
  • "ตรวจสอบตัวเอง" ว่าการขับขี่ของเราเป็นอย่างไร เราขับรถถูกกฎจราจร เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวล่วงหน้า ไม่ปาดหน้าเปลี่ยนเลนกะทันหัน รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า ตัวเราเองขับขี่อย่างปลอดภัยหรือไม่

สุดท้าย ขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัย ไม่หัวร้อน ตามสภาพอากาศ

ทั้งหมดนี้ เป็นผลจากแสงแดดที่อาจสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ที่ทุกคนรัก ยังมีอีกหลายหลายเรื่องที่คนใช้รถ และรักรถควรใส่ใจเสมอ นั้นคือการหมั่นตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์ อย่างสม่ำเสมอ

อ้างอิงข้อมูล : กรมการขนส่งทางบก, พีทีที, splitcityparking

อ่านข่าวอื่น ๆ

วิจัยชี้ "อาร์กติก" อาจไร้น้ำแข็ง นานถึง 1 เดือนต่อปี กลางศตวรรษนี้

เปิดสถิติ "หญิงไทย" ถูกกระทำรุนแรง-ล่วงละเมิด 7 คนต่อวัน

“ทวงคืนชายหาด” ทั่วประเทศ ต้องเปิดเผย “ข้อมูลระวางที่ดิน”