หวั่น “สงครามอิสราเอล” กระทบตลาดทุน ทำราคาสินค้าขยับ

เศรษฐกิจ
17 เม.ย. 67
17:19
467
Logo Thai PBS
หวั่น “สงครามอิสราเอล” กระทบตลาดทุน ทำราคาสินค้าขยับ
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
สศค.ประเมิน สงครามอิสราเอล-อิหร่าน ขัดแย้งในวงจำกัด ชี้กระทบไทยน้อย ห่วงตลาดเงิน-ตลาดทุนผันผวนส่งผลราคาสินค้าขยับ เชื่อนโยบายการคลังหนุนเศรษฐกิจขยายตัว

วันนี้ (17 เม.ย.2567 ) นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า สศค. ได้ติดตามและประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านอย่างใกล้ชิดตั้งแต่สถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2567

โดย สศค. ประเมินว่าความขัดแย้งดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่อยู่ในวงจำกัดและการหาทางออกของความขัดแย้งของประเทศต่าง ๆ ทำให้สถานการณ์มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะเกิดขึ้นในด้านต่าง ๆ

ผอ.สศค.กล่าวอีกว่า ผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจไทย คือ ตลาดเงินและตลาดทุนโลกและไทยที่มีความผันผวน จะเห็นได้ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งทำให้ตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกมีความผันผวนที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนได้จากดัชนีตลาดหลักทรัพย์หลักของโลกที่ปรับตัวลดลงในช่วงวันหยุดสงกรานต์ของไทย และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นสะท้อนการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนไปสู่สินทรัพย์หลักที่นักลงทุนประเมินว่ามีความเสี่ยงต่ำ

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ของไทยปรับตัวลดลงในวันนี้ (17 เม.ย.2567) มาจากปัจจัยความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ไทยเปิดทำการหลังวันหยุดสงกรานต์ ประกอบกับยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น การกำหนดวันจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ ทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของไทยปรับตัวลดลง เป็นต้น

ขณะที่ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น พบว่า ราคาน้ำมันดิบและราคาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นหลังเหตุการณ์ความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ภายหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวลดลงอยู่ในช่วง 85 - 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เท่ากับช่วงก่อนเหตุการณ์ความขัดแย้ง

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง:

กางไทม์ไลน์ “อิหร่าน” ถล่ม “อิสราเอล” สงครามรอบใหม่สะเทือนทั้งโลก

สศค.ประเมินว่าประเทศอิหร่านมีสัดส่วนส่งออกน้ำมันดิบเพียงร้อยละ 1.5 ของการส่งออกน้ำมันดิบในตลาดโลก จึงประเมินว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งไม่ลุกลามจะไม่เป็นปัจจัยทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

ส่วนการค้าระหว่างประเทศของไทยได้รับผลกระทบน้อย โดยไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปยังประเทศอิสราเอลและอิหร่านเพียงร้อยละ 0.27 และร้อยละ 0.05 ของมูลค่าการส่งออกในปี 2566 หรือ284.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ

ขณะที่การนำเข้าของไทยจากประเทศอิสราเอลและอิหร่านมีสัดส่วนที่ต่ำเพียงร้อยละ 0.15 และร้อยละ 0.003 ของมูลค่าการนำเข้าในปี 2566 หรือ 289.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ

สำหรับการท่องเที่ยวของไทย ถือว่าโชคดีที่ได้รับผลกระทบจำกัด โดยไทยมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวจากประเทศอิสราเอลและอิหร่านเพียงร้อยละ 1.0 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งหมดในปี 2566 ประมาณ28.2 ล้านคน โดยมีการใช้จ่ายคิดเป็นร้อยละ 1.9 ของรายได้จากภาคการท่องเที่ยวต่างประเทศในปี 2566 (1.2 ล้านล้านบาท) ดังนั้น จึงคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยไม่มากนัก

ขณะที่การลงทุนของไทยกับประเทศอิสราเอลและอิหร่านยังมีมูลค่าที่น้อยมาก ซึ่งข้อมูลการลงทุนระหว่างประเทศ พบว่ายอดคงค้างเงินลงทุนโดยตรงจากอิหร่านในไทย ในปี 2566 มีมูลค่าอยู่น้อยมากที่ 16.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเพียงสัดส่วนร้อยละ 0.01 ของมูลค่ายอดคงค้างเงินลงทุนรวมจากต่างประเทศในไทยทั้งหมด หรือ308.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ ในด้านการลงทุนระหว่างไทยและประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง ยอดคงค้างเงินลงทุนโดยตรงจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางในไทย พบว่า ในปี 2566 มีมูลค่าอยู่เพียง 714.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเพียงสัดส่วนร้อยละ 0.23 ของมูลค่ายอดคงค้างเงินลงทุนรวมจากต่างประเทศในไทยทั้งหมด

ผลกระทบด้านการลงทุนโดยตรงจากตะวันออกกลางมายังไทยอาจจะได้รับผลกระทบไม่มากเนื่องจากสัดส่วนมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสุทธิจากภูมิภาคดังกล่าวมีสัดส่วนที่ต่ำ

อย่างไรก็ตาม สศค. ได้ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านอย่างใกล้ชิดและเชื่อมั่นว่าการดำเนินนโยบายการคลังในระยะต่อจากนี้ไป จะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

 

อ่านข่าวอื่นๆ:

ดีดอีก 200 บาท ราคาทองคำ เหตุสงครามตะวันออกกลางตึงเครียด

ตอบรับ! นักธุรกิจจีนแห่ลงทุนแบตเตอรี่ในไทยกว่า 3 หมื่นล้าน

ผู้ส่งออกไทยต้องรู้ สเปนออกกฎใหม่ "เครื่องดื่มต้องมีฝายึด"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง