วันนี้ (18 ส.ค.2569) ศูนย์วิจัยกรุงไทย วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/69 ว่าแนวโน้มชะลอตัวลง ตามแรงกดดันจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ผันผวนและยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้ระดับราคาพลังงานโลกยังสูงกว่าปีที่ผ่านมา กระทบต่อภาระค่าครองชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อกำลังซื้อในระยะข้างหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าจากสหรัฐอเมริกา และผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่จะกระทบการผลิตและรายได้เกษตรกร
เศรษฐกิจไทยเจอแรงกดดันรอบด้าน ท่องเที่ยวชะลอ ต่างชาติหด 3.8%
แม้อานิสงค์จากเทรนด์ AI ส่งผลให้แนวโน้มจีดีพีของหลายประเทศในเอเชียสูงกว่าที่เคยคาด แต่การส่งผ่านต่อเศรษฐกิจของไทยยังน้อยกว่าชาติอื่น สะท้อนจากประมาณการเติบโตของการลงทุนรวม (GFI)และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (IPI) ปี 69 ของหลายประเทศในเอเชียถูกปรับดีขึ้น และส่งผ่านไปสู่การขยายตัวของจีดีพีได้อย่างชัดเจน แต่ภาคการผลิตไทยยังมีการเติบโตที่กระจุกในกลุ่ม K ขาบน ที่เป็น New Growth Engines จึงสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศได้จำกัด ขณะที่กลุ่ม K ขาล่างอ่อนแรง ฉุดรั้งการขยายตัวของภาคการผลิต
อย่างไรก็ตาม คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2569 ยังต่ำกว่าปีก่อน และฟื้นตัวยากกว่าเดิม ล่าสุดนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัว -3.2% ในไตรมาส1/69 จากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่ดันต้นทุนการเดินทางให้สูงขึ้น ขณะที่ในบางประเทศคู่แข่งในเอเชียขยายตัวได้ อาทิ เกาหลีใต้ (+19.3%) เวียดนาม (+14.9%) อีกทั้งไทยเผชิญปัญหา Safety Concern ที่ฉุดความเชื่อมั่น นักท่องเที่ยวจีนโดยตรง อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างวีซ่าของไทยมีผลกระทบจำกัด เนื่องจากส่วนใหญ่มีเวลาพำนักไม่เกินเพดานใหม่
เศรษฐกิจไทยเจอแรงกดดันรอบด้าน ท่องเที่ยวชะลอ ต่างชาติหด 3.8%
อย่างไรก็ดี ไทยเป็นที่จับตาจากนักลงทุนมากขึ้น สะท้อนจากการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในปีนี้ โดยนักวิเคราะห์ประเมินทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ระยะข้างหน้า ที่เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มขึ้นถึง 5.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 78 ซึ่งไทยเป็นเป้าหมายการลงทุน ไม่แพ้เพื่อนบ้าน หนุนโดยแรงขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ทั้งนี้ ไทยควรเร่งยกระดับ Local content ตอบโจทย์ RVC สร้างงานคุณภาพในอนาคต ให้ได้รับอานิสงค์คลื่นการลงทุนต่างประเทศที่จะหลั่งไหลเข้าสู่ไทย
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ด้านนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผยผลการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวเบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 ส.ค.2569 พบว่า ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 19.76 ล้านคน ลดลงร้อยละ 2.91 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแล้ว 957,618 ล้านบาท โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (3,330,481 คน) มาเลเซีย (2,496,831คน) อินเดีย (1,456,696 คน) รัสเซีย (1,140,441คน) และเกาหลีใต้ (729,367 คน)
ส่วนภาพรวมสัปดาห์นี้พบว่า การท่องเที่ยวไทยมีการชะลอตัวจากสัปดาห์ก่อน มีปัจจัยสำคัญจากตลาดระยะใกล้ (Short haul) ได้แก่ การเข้าสู่ช่วงปลายของการปิดภาคเรียนฤดูร้อน (Summer Holiday) ของจีน และการชะลอการเดินทางของมาเลเซีย ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดต่อเนื่องในสัปดาห์หน้า เนื่องในวัน Maulidur Rasul อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.71 จากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเดินทางในช่วงวันหยุด Yama no Hi และเทศกาล Obon ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดต่อเนื่องของญี่ปุ่น
เศรษฐกิจไทยเจอแรงกดดันรอบด้าน ท่องเที่ยวชะลอ ต่างชาติหด 3.8%
ขณะที่ตลาดระยะไกล (Long haul) จำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่เข้าสู่ช่วงปลายของ Summer Holiday ในสัปดาห์นี้ มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามา 612,643 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 24,126 คน หรือร้อยละ 3.79 คิดเป็นนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 87,520 คนต่อวัน โดยกลุ่มตลาดระยะใกล้มีจำนวนนักท่องเที่ยว 413,815 คน ลดลงร้อยละ 1.76 จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่กลุ่มตลาดระยะไกลมีจำนวนนักท่องเที่ยว 198,828 คน ลดลงร้อยละ 7.76
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรกของสัปดาห์นี้ ได้แก่ จีน (123,410 คน) มาเลเซีย (60,049 คน) อินเดีย (41,047 คน) ญี่ปุ่น (30,666 คน) และเกาหลีใต้ (25,858 คน) โดยนักท่องเที่ยวอินเดียเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.67 ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.71 และเกาหลีเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.78 จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงร้อยละ 4.02 และมาเลเซีย ลดลงร้อยละ 5.05 จากสัปดาห์ก่อน สำหรับสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะมีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากเข้าสู่ช่วงท้ายของ Summer holiday ของปีนี้
อ่านข่าว:
"ไทยเที่ยวไทยพลัส" เร่งสรุปเงื่อนไขให้ทันใช้ ต.ค. คาดเฟสแรกงบ 1,750 ล้าน
รบ.อัดงบ 1,750 ล้านบาท ผุด "ไทยเที่ยวไทยพลัส" หวังกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี
