วันนี้ (13 ก.ย.2568) การจราจรบนท้องถนนในกรุงกาฐมาณฑุของเนปาล เริ่มกลับมาคึกคัก ร้านค้าต่างๆ กลับมาเปิดให้บริการ ท่ามกลางประชาชนที่เริ่มออกมาใช้ชีวิตตามปกติ หลังจากกองทัพเนปาล ไม่ขยายคำสั่งห้ามออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิวเพิ่มติม หลังจากเข้ามาควบคุมสถานการณ์หลังเกิดเหตุประท้วงรุนแรง เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาและเริ่มประกาศคำสั่งเคอร์ฟิว ตั้งแต่วันพุธ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจาก ซูซิลา การ์กิ อดีตประธานผู้พิพากษาศาลสูงสุดเนปาล วัย 73 ปี สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการเมื่อวานนี้ (12 ก.ย.) หลังจากประธานาธิบดี ผู้บัญชาการทหาร และกลุ่มผู้ประท้วง หารือกันอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 2 วัน จนได้ข้อสรุป
การ์กิ กลายเป็นผู้นำหญิงคนแรกของเนปาล หลังจากก่อนหน้านี้ เธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว ที่เคยได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานผู้พิพากษาศาลสูงสุดมาแล้ว โดยกลุ่มผู้ประท้วงไว้วางใจให้การ์กิเข้ามาบริหารบ้านเมือง เพราะชื่อเสียงด้านความซื่อสัตย์ เถรตรง และจุดยืนต่อต้านการทุจริต
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากได้ "นายกรัฐมนตรีรักษาการ" ประธานาธิบดีเนปาล ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 5 มี.ค.2569
เหตุประท้วงรุนแรงในเนปาล ซึ่งนำโดยกลุ่มเจน ซี และมีชนวนเหตุมาจากการห้ามใช้สื่อออนไลน์ และกระแสความไม่พอใจการทุจริตในรัฐบาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 51 คน บาดเจ็บอีกกว่า 1,300 คน นับเป็นความวุ่นวายทางการเมืองครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี
อ่านข่าว : รัสเซียยกเลิกเตือนสึนามิ หลังแผ่นดินไหวขนาด 7.4
"อนุทิน" จัดโผ ครม.พร้อมจัดทำนโยบาย 120 วัน
"ธปท." แจงกรณี "ลูกค้าธนาคาร" พบยอดเงินในบัญชี "ติดลบ"










