ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"วันนอร์" นัด 14-15 ต.ค.ถกแก้ รธน. - "ภราดร" เชื่อทันกรอบ

การเมือง
17:12
187
"วันนอร์" นัด 14-15 ต.ค.ถกแก้ รธน. - "ภราดร" เชื่อทันกรอบ
อ่านให้ฟัง
07:42อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
"วันนอร์" ถกวิป 3 ฝ่ายแบ่งเวลาอภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญ 14-15 ต.ค.นี้ รวม 19.30 ชั่วโมง เผยมีคำวินิจฉัยกลาง ศาลรัฐธรรมนูญแล้วเตรียมส่ง สส.-สว. ศึกษา ขณะที่ "ภราดร" ยันชั้น กมธ. ใช้เวลาไม่นาน มั่นใจทันทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งหน้า

วันนี้ (8 ต.ค.2568) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกันระหว่างประธานรัฐสภา กับ วิป 3 ฝ่าย คือ ตัวแทนคณะรัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ว่ากำหนดกรอบเวลา การประชุมร่วมกันของรัฐสภาวาระพิเศษในวันที่ 14-15 ต.ค.นี้ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ที่เสนอโดยพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย

โดยพิจารณาพร้อมกันแต่แยกลงมติในวาระแรก ซึ่งจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาศึกษาจำนวน 42 คน พิจารณาวาระ 2-3 แบ่งไปตามสัดส่วน สส.และ สว. ใช้เวลาอภิปรายรวม 19.30 ชั่วโมง แบ่งเป็นเวลาการทำหน้าที่ของประธานในที่ประชุม 1 ชั่วโมง ส่วนเวลาของวุฒิสภา 5.30 ชั่วโมง เวลาของพรรคร่วมรัฐบาล 3 ชั่วโมง พรรคการเมืองฝ่ายค้าน 10 ชั่วโมง โดยมีการถ่ายทอดการประชุม 2 วัน และคาดว่าจะใช้เวลาลงมติมากพอสมควร เพราะจะต้องขานชื่อทีละคน จำนวนสมาชิก 700 คน ว่าจะรับหรือไม่รับ หรือจะรับทั้ง 3 ฉบับ

นายวันมูหะมัดนอร์ เปิดเผยว่าจากการพูดคุยในวิป 3 ฝ่ายวันนี้ ไม่มีข้อกังวลใดจากแต่ละฝ่ายถึงเนื้อหาของร่างพรรคการเมือง ซึ่งต่างมีความเห็นร่วมกันในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดทำฉบับใหม่ และต้องเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยออกมาหมดแล้ว

"ว่าจะแก้อย่างไร วิธีไหนบ้าง จะใช้ สสร. อย่างไร อยู่ในคำวินิจฉัยแล้ว วันนี้ได้นำคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญ ส่งให้สมาชิกรัฐสภาทุกคน ทั้ง สส. และ สว. เพื่อให้ใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการอภิปราย เพราะได้สอบถามศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ทั้งเรื่องข้อกังวลต่างๆ เรื่องการทำประชามติกี่ครั้ง วิธีการแก้ไขในกรอบของรัฐธรรมนูญเดิม และในกรอบสิ่งที่จะแก้ จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีมาสองครั้งแล้ว หากเดินไปตามนี้ก็สามารถพิจารณาแก้ไขได้ แต่อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะต้องมีการพิจารณาวาระ 1-2-3 และมีเงื่อนไขว่าการแก้ไขได้ต้องมีเสียงตามหลักเกณฑ์" นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึง สว. ที่จะต้องมาร่วมโหวต กฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระหนึ่งด้วย ซึ่งโมเดลของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่จะต้องเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า เราดูคำวินิจฉัยฉบับเต็ม ซึ่งต้องปฏิบัติตาม เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร ซึ่งประเด็นของ สว. เราเห็นด้วยว่า รัฐธรรมนูญบางมาตราที่เป็นอุปสรรค ต่อการพัฒนาทางการเมือง เรายินดี แต่ สว. ส่วนใหญ่ 80-90% มีความเห็นตรงกัน คือไม่เห็นด้วย กับการไปแตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่ง สว. ไม่เอาด้วยแน่นอน

ส่วนติดใจที่มาของ สสร. ที่มีทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือไม่ นายวุฒิชาติ กล่าวว่า สำหรับตนไม่ติดใจ เพราะความจริงต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ว่าการได้มาซึ่ง สสร. ให้รัฐสภาเป็นผู้เลือก โดยประชาชนไม่สามารถเลือกได้โดยตรง ซึ่งคำวินิจฉัยก็มีมาชัดเจน

ส่วนจะเป็นสัญญาณบวกทั้ง 3 ฉบับในวาระเลยหรือไม่ นายวุฒิชาติ เชื่อว่า คร่าวๆ ที่ดูคงไม่เป็นประเด็นปัญหาทั้ง 3 ร่าง ส่วนรายละเอียดค่อยไปว่ากัน

ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายนิกร จำนง สส.พรรคชาติไทยพัฒนา ออกมาระบุว่ามีความกังวลเรื่องไทม์ไลน์ หากมีการพิจารณากฎหมาย และตั้งคณะกรรมาธิการแล้ว จะพิจารณาเสร็จไม่ทันตามกรอบเวลา 90 วันของกฎหมายประชามติ จะต้องเร่งให้เสร็จภายในเดือน พ.ย. เป็นไปได้หรือไม่ ว่า

หลังจากการพิจารณาในวาระที่ 1 หลังวันที่ 14 - 15 ต.ค. ก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการและเท่าที่ได้ฟัง สว. ได้บอกว่าไม่ติดใจในหลักการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น หมายความว่าทุกฝ่ายเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เนื้อหาสาระทั้ง 3 ร่าง ยังแตกต่างกันอยู่ แต่คิดว่าปลายทางทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าต้องแก้ไข เพียงแต่ต้องยึดเอาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่ตั้ง ซึ่งสิ่งใดที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาล คณะกรรมาธิการต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน หากเห็นว่าขัดต่อคำวินิจฉัย ก็ต้องไปหารือว่าขัดจริงหรือไม่ หากคณะเห็นว่าขัดต่อคำวินิจฉัย ก็ไม่ควรเดินไปในเส้นทางนั้น เพราะจะนำไปสู่ความไม่สำเร็จในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเชื่อว่าหากทุกฝ่ายเห็นตรงกันคงใช้เวลาในชั้นคณะกรรมาธิการไม่นานนัก และคงพิจารณาแล้วเสร็จก่อนจะเปิดสมัยประชุมหน้า ในช่วงเดือน ธ.ค. ซึ่งการพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 จะพิจารณาในสมัยประชุมหน้า

ส่วน ครม.ได้มองเรื่องไทม์ไลน์ในการทำประชามติพร้อมการเลือกตั้ง จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายภราดร ระบุว่า กฎหมายประชามติขณะนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนของการรอโปรดเกล้าฯ และร่างที่ทูลเกล้าฯ ขึ้นไป ก็น่าจะอยู่ไทม์ไลน์ประมาณ 60 - 120 วัน ซึ่งไทม์ไลน์ที่ได้กางดู ยังพอเป็นไปได้อยู่ แต่อย่างไรก็ตามต้องใช้คณะกรรมาธิการมาพูดคุย เช่นเดียวกันไทม์ไลน์ทำประชามติ ก็ต้องพูดคุยในชั้นคณะกรรมาธิการเพื่อหารือกันทุกฝ่าย

อ่านข่าว :

"นิกร" ชี้เป็นไปไม่ได้ทำประชามติ รธน. พร้อมเลือกตั้งทั่วไป

"บวรศักดิ์" แจงแก้ รธน. จ่อทำประชามติพร้อมเลือกตั้งปม MOU ไทย-เขมร