เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2569 CNN รายงาน ขณะที่การปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ยังคงดำเนินต่อไปโดยยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด คำถามสำคัญที่เริ่มถูกตั้งขึ้นในสังคมอเมริกันคือ สงครามครั้งนี้จะต้องใช้เงินภาษีของประชาชนจำนวนมากเพียงใด
ปฏิบัติการเอปิกฟิวรี หรือ Operation Epic Fury การดำเนินการทางทหารภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการปฏิบัติการจะดำเนินมาหลายวันแล้ว แต่หน่วยงานด้านกลาโหมของสหรัฐฯ ยังไม่เปิดเผยตัวเลขค่าใช้จ่ายอย่างเป็นทางการ และยังไม่ได้ยื่นคำร้องต่อรัฐสภาเพื่อขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการดำเนินสงครามครั้งนี้
นักวิเคราะห์ชี้ต้นทุนยังไม่สามารถคาดการณ์ได้
ลินเซย์ คอชกาเรียน ผู้อำนวยการโครงการ National Priorities Project หรือโครงการวาระสำคัญของชาติ ภายใต้สถาบันนโยบายศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า ต้นทุนของความขัดแย้งครั้งนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้การประเมินค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเป็นเรื่องยาก และตัวเลขที่แท้จริงอาจทราบได้ก็ต่อเมื่อปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดสิ้นสุดลงแล้ว
นอกจากนี้ คอชกาเรียน ยังแสดงความเห็นว่า ไม่เห็นความจำเป็นในปฏิบัติการครั้งนี้และเป็นการเบี่ยงเบนทรัพยากรของรัฐออกจากนโยบายอื่น ๆ ที่อาจช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนในประเทศได้ และยกตัวอย่างถึง สงครามในอิรักที่ผ่านมา มีค่าใช้จ่ายรวมเกือบ 3 ล้านล้านดอลลาร์ และเตือนว่า หากสงครามกับอิหร่านดำเนินต่อไปเป็นเวลานาน ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นในระดับที่มหาศาลได้
ค่าใช้จ่ายในการรบเฉลี่ยเกือบ 900 ล้านดอลลาร์/วัน
การวิเคราะห์จากศูนย์เพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์และระหว่างประเทศ (Center for Strategic and International Studies หรือ CSIS) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านยุทธศาสตร์ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า ค่าใช้จ่ายของสงครามในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 891.4 ล้านดอลลาร์/วัน
ตัวเลขดังกล่าวมาจากการประเมินข้อมูลที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยเกี่ยวกับเป้าหมายที่ถูกโจมตี รวมถึงยุทโธปกรณ์และทรัพยากรทางทหารที่ใช้ในการปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม รายงานยังระบุว่า ค่าใช้จ่ายรายวันอาจลดลงได้ในอนาคต หากกองทัพสหรัฐฯ เปลี่ยนไปใช้อาวุธที่มีราคาถูกลง หรือหากการตอบโต้ของอิหร่านด้วยโดรนและขีปนาวุธลดลง แต่ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในอนาคตยังขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ ความเข้มข้นของการปฏิบัติการทางทหาร และประสิทธิภาพของการตอบโต้จากฝ่ายอิหร่าน
อากาศและทะเลคือ "ค่าใช้จ่ายหลัก"
รายงานของ CSIS ระบุว่า ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของสงครามเกิดจากปฏิบัติการทางทหาร 3 ด้านหลัก ได้แก่
- ปฏิบัติการทางอากาศ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 30 ล้านดอลลาร์/วัน
- ปฏิบัติการทางทะเล มีค่าใช้จ่ายประมาณ 15 ล้านดอลลาร์/วัน
- ปฏิบัติการภาคพื้นดิน มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,600,000 ดอลลาร์/วัน
รายงานยังระบุถึงค่าใช้จ่ายรายวันของยุทโธปกรณ์ที่มีราคาสูงที่สุดในการปฏิบัติการ
ยุทโธปกรณ์ทางอากาศ
- เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงและเครื่องบินขนส่ง มีค่าใช้จ่ายประมาณ 9,000,000 ดอลลาร์/วัน
- ฝูงบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบิน มีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000,000 ดอลลาร์/วัน
- เครื่องบินรบแบบไม่ล่องหน มีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000,000 ดอลลาร์/วัน
- เครื่องบินรบแบบล่องหน มีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000,000 ดอลลาร์/วัน
ยุทโธปกรณ์ทางทะเล
- เรือบรรทุกเครื่องบิน มีค่าใช้จ่ายประมาณ 6,000,000 ดอลลาร์/วัน
- เรือพิฆาต มีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000,000 ดอลลาร์/วัน
ยุทโธปกรณ์ภาคพื้นดิน
- กองพลปืนใหญ่ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000,000 ดอลลาร์/วัน
- กองพันกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า 1,000,000 ดอลลาร์/วัน
เปรียบเทียบกับปฏิบัติการ Midnight Hammer ปี 2568
เมื่อเปรียบเทียบกับปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างนิวเคลียร์ของอิหร่านในปี 2568 ซึ่งใช้ชื่อว่า Operation Midnight Hammer พบว่าค่าใช้จ่ายของสงครามครั้งนี้สูงกว่ามาก แม้ว่าปฏิบัติการดังกล่าวจะใช้เวลาเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
รายงานของ CSIS ระบุว่า ในช่วง 100 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ Epic Fury สหรัฐฯ ใช้เงินไปแล้วประมาณ 3,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่โครงการวิจัยค่าใช้จ่ายสงคราม (Costs of War Project) ของมหาวิทยาลัยบราวน์ ประเมินว่า ปฏิบัติการ Midnight Hammer มีค่าใช้จ่ายอยู่ระหว่าง 2,040 - 2,260 ล้านดอลลาร์
รายงานระบุว่า ค่าใช้จ่ายหลักของปฏิบัติการ Midnight Hammer มาจากการใช้อาวุธหลายประเภท
- ระเบิดเจาะทำลายบังเกอร์ขนาด 30,000 ปอนด์ จำนวน 40 ลูก มีค่าใช้จ่ายประมาณ 49 - 70 ล้านดอลลาร์
- เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 Spirit bomber จำนวน 7 ลำ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 31.75 - 37.8 ล้านดอลลาร์
- ขีปนาวุธ Tomahawk cruise missile จำนวน 24 ลูก มีค่าใช้จ่ายประมาณ 36 - 45.6 ล้านดอลลาร์
คาดสงครามยืดเยื้อ 2 เดือนอาจใช้เงินเกือบแสนล้าน
เคนต์ สเมทเทอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการของ Penn Wharton Budget Model หรือ แบบจำลองงบประมาณของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ประเมินผลกระทบทางการเงินและเศรษฐกิจของนโยบายสาธารณะของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ทั้งด้านภาษีและรายจ่าย ให้สัมภาษณ์ว่า หากสงครามยืดเยื้อเป็นเวลา 2 เดือน ค่าใช้จ่ายรวมอาจอยู่ระหว่าง 40,000 - 95,000 ล้านดอลลาร์ และตัวเลขดังกล่าวขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น
- สหรัฐฯ จะส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าสู่พื้นที่หรือไม่
- อัตราการเติมคลังอาวุธหลังการใช้งาน
- ระดับความเข้มข้นของการปฏิบัติการทางทหาร
อย่างไรก็ตาม สเมทเทอร์ ยังกล่าวว่า ต้นทุนของสงครามในปัจจุบันอาจถือว่าน้อยกว่า หากเปรียบเทียบกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ในกรณีที่อิหร่านสามารถพัฒนาและใช้อาวุธนิวเคลียร์ได้ หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงถึงระดับหลายล้านล้านดอลลาร์
อ่านข่าวอื่น :
เรือพาณิชย์ 16 ลำถูกโจมตี ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่ 28 ก.พ.
เตรียมปล่อย "แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย" 10 ตัว คืนสู่ธรรมชาติ เม.ย.นี้
วันที่ 13 ตะวันออกกลาง เดือดไม่หยุด อิหร่านโจมตีเรือ-คลังเชื้อเพลิง
