วันนี้ (29 พ.ค.2569) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Fox News ว่า สหรัฐฯ ยังคงมีอำนาจต่อรองอย่างมหาศาลในการเจรจากับอิหร่านและเป็นฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่า โดยเฉพาะเรื่องขีดความสามารถทางการทหาร โดยเตือนว่าพร้อมกลับมาใช้กำลังทางทหารอีกครั้งหากการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จและได้ข้อตกลงที่ไม่เป็นผลดีกับสหรัฐฯ
ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากสื่อหลายสำนักรายงานอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า 2 ชาติบรรลุข้อตกลงเบื้องต้น เพื่อขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วันและเริ่มต้นการเจรจารอบใหม่ในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านแล้ว โดยกำลังรอการอนุมัติจากผู้นำของทั้ง 2 ประเทศ
ด้านสำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านระบุว่า กรอบข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ได้รับการอนุมัติหรือยืนยันแต่อย่างใด
ขณะที่ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่บรรลุข้อตกลงร่วมกัน แต่เข้าใกล้จุดนั้นแล้ว ซึ่งสหรัฐฯ อยู่ในสถานะที่สามารถชะลอโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้อย่างมาก
ข่าวความคืบหน้าการเจรจาเกิดขึ้นท่ามกลางการเผชิญหน้ากันระหว่าง 2 ฝ่ายที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ 28 พ.ค. กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า ได้โจมตีฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ในภูมิภาค เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ โจมตีเมืองบันดาร์ อับบาส ก่อนหน้านี้
ขณะที่กองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวจากสื่อทางการอิหร่านที่ระบุว่า เครื่องบินของสหรัฐฯ ถูกยิงตกใกล้เมืองบูเชห์รของอิหร่าน ด้านสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ ระบุว่า โอมานให้คำมั่นกับสหรัฐฯ แล้วว่าไม่มีแผนที่จะเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากผู้นำสหรัฐฯ ออกมาเตือนโอมานว่าไม่ให้เข้ามายุ่งเรื่องนี้
อ่านข่าว
งงทั้งโลก! "ทรัมป์" ขู่ระเบิดโอมาน พันธมิตรอาหรับที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ
"ฝรั่งเศส" เตือนภัยอากาศร้อน "โปรตุเกส" อุณหภูมิพุ่งทุบสถิติ พ.ค.
ตั้งข้อสังเกต TH-AI Passport ใช้งบ 1.6 พันล้าน จัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส ?

