บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเดินทางเข้าสู่ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนที่ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครจะเข้าคูหาลงคะแนนเสียงในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้ โดยการลงพื้นที่ของผู้สมัครทั้ง 18 คน ที่มีทั้งผู้สมัครในนามพรรคการเมืองและผู้สมัครอิสระเป็นไปอย่างเข้มข้น ต่างฝ่ายต่างนำเสนอนโยบายและแนวทางการพัฒนาเพื่อแก้ไขของ กทม. ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน โดยมุ่งหวังที่จะเปลี่ยน กทม. ให้เป็นเมืองที่ปลอดภัย น่าอยู่ และมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ
เบอร์ 1 หม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี - ผู้สมัครอิสระ
อดีตวิศวกรด้านอุตสาหกรรมพลังงาน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และอดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มาพร้อมแคมเปญ "SAVE BKK - BKK SAFE" โดยมีนโยบายสำคัญ ได้แก่
- สร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) ด้วยเทคโนโลยี AI ระบบ Face Recognition และเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ "BKK Cyber Shield"
- ปฏิวัติระบบจัดการขยะจากการฝังกลบเป็นการผลิตพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต (Waste to Wealth) เพื่อนำเงินมาจัดสวัสดิการ
- จัดการจราจรด้วยระบบ AI ควบคุม 578 แยก เพื่อลดเวลาเดินทางและประหยัดค่าน้ำมัน
- เปิดแพลตฟอร์ม "BKK 24/7 Market" กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและเปิดโอกาสให้ค้าขายออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ยกระดับโรงเรียนสังกัด กทม. ให้สอนอย่างน้อย 3 ภาษา พร้อมขยายการจ้างงานผู้สูงอายุถึงอายุ 65 ปี
เบอร์ 2 นายสมัย ละเลิศ - ผู้สมัครอิสระ
ชูแนวคิด "กรุงเทพฯ เมืองในฝัน" เน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อคนกรุงเทพฯ โดยมีนโยบายน่าสนใจ ได้แก่
- พัฒนาการเดินทางด้วยการเชื่อมต่อระบบรถสาธารณะและปรับปรุงทางเท้าให้มีความปลอดภัย
- แก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากพร้อมเปิดทำแผนที่น้ำท่วมอย่างเป็นระบบ
- ลดมลพิษทางอากาศด้วยการควบคุมรถควันดำและสร้างโรงเรียนปลอดฝุ่น
- เพิ่มความปลอดภัยในเมืองด้วยการเพิ่มไฟสว่างทุกซอยเสี่ยงและดูแลพื้นที่หน้าโรงเรียน
- สนับสนุนคนตัวเล็กผ่านการจัดทำตลาดชุมชนและจัดตั้งกองทุนอาชีพ
เบอร์ 3 นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ - ผู้สมัครอิสระ
อดีตวิศวกรสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เจ้าหน้าที่นโยบายและแผน กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และล่าสุดดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิในกรรมาธิการ ป.ป.ช. เสนอนโยบาย "ครอบครัวกรุงเทพ" โครงการ "A.I. Capital" และเป้าหมาย "Security Phone" มีนโยบายอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่
- นำระบบเทคโนโลยี AI Capital มาบริหารจัดการน้ำและการจราจรเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real Time
- ติดตั้งศูนย์ส่งข้อมูล Security Phone 100,000 จุดทั่วกรุงฯ (เขตละ 2,000 จุด) เพื่อแจ้งเหตุช่วยเหลือ 2 ทาง
- ยกระดับโรงเรียน กทม. เป็นโรงเรียนสาธิต ขยายมหาวิทยาลัย กทม. พร้อมโครงการเรียนฟรีถึงปริญญาเอกและตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร
- กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดภาษีน้ำมัน สร้างตลาดน้ำเวนิสกรุงเทพ และพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์พร้อมระบบส่งอาหาร
- จัดตั้งช่องรายการและสถานีวิทยุ "ครอบครัวกรุงเทพฯ" เพื่อสื่อสารและรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน
เบอร์ 4 นายประทีป วัชรโชคเกษม - ผู้สมัครอิสระ
มาด้วยแคมเปญ "กรุงเทพ เมืองฟ้าอมร"” นำเสนอ 12 แนวคิดพัฒนาชีวิตคนเมือง โดยมีนโยบายเด่น ได้แก่
- สร้างแนวป้องกันภัยพิบัติน้ำทะเลหนุนและน้ำท่วมระยะยาวตามโมเดลประเทศเนเธอร์แลนด์ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงทะเล
- แก้วิกฤตฝุ่น PM 2.5 โดยติดตั้งเครื่องฟอกอากาศทั้งขนาดใหญ่และเล็กรอบกรุงฯ ร่วมกับการพ่นละอองน้ำตามแนวรถไฟฟ้าและตรวจจับรถควันดำ
- แก้ไขปัญหารถติดด้วยการเพิ่มทางขึ้น-ลงทางด่วน ปรับจุดเชื่อมต่อ และขยายโครงข่ายอุโมงค์และรถไฟฟ้า
- เปลี่ยนขยะให้เป็นรายได้ด้วยการให้ผู้ผลิตรับชิ้นส่วนบรรจุภัณฑ์คืน และแปรรูปเศษอาหารเป็นอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
- ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ เมือง 24 ชั่วโมง ส่งเสริมเศรษฐกิจกลางคืน เพิ่มแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมบันเทิง และร้านอาหาร
เบอร์ 5 นายอนุชา บูรพชัยศรี - พรรคประชาธิปัตย์
อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และอดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชูแคมเปญ "เมืองฟ้าอมร... and more" โดยมีนโยบายหลัก ได้แก่
- โอนย้าย ขสมก. มาอยู่ใต้ กทม. จัดทำระบบ Feeder ด้วยรถ Shuttle Bus ไฟฟ้า (EV) และผลักดัน "ระบบตั๋วร่วม" ร่วมกับรัฐบาลและเอกชน
- ยกระดับศูนย์กำจัดขยะหลักเป็นระบบปิด 100% ควบคุมกลิ่นและน้ำเสีย แปรรูปขยะเป็นพลังงาน และกวดขันรถควันดำและไซต์งานก่อสร้าง
- เพิ่มบ้านพักผู้สูงอายุ จัดระบบ Fast Track ทำฟัน ยกระดับศูนย์สาธารณสุขเป็นคลินิกชุมชน พัฒนา Telemedicine และจัดระเบียบทางเท้าแบ่งโซนนิ่งการค้า
- เพิ่มรายได้ กทม. โดยเก็บภาษีที่พัก (Hotel Tax) จากต่างชาติ จ้างงานผู้สูงอายุเป็นอาสาสมัคร และยกระดับเมืองสู่ Smart City
- เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างผ่านแพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติรวมถึงเปิดให้ประชาชนเข้าถึงกล้อง CCTV สาธารณะ
เบอร์ 6 นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์ - ผู้สมัครอิสระ
นำเสนอนโยบายหาเสียง 13 ด้าน มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาพื้นฐานของกรุงเทพมหานคร มีนโยบายเด่น ได้แก่
- ปรับปรุงผังจราจรใหม่เพื่อลดปัญหารถติดและจัดให้มีระบบรถขนส่งชุมชนเพื่ออำนวยความสะดวกระยะใกล้
- พัฒนาโครงสร้างระบบระบายน้ำเพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมและปรับปรุงสภาพถนนรวมถึงระบบไฟส่องสว่าง
- เพิ่มพื้นที่และขยายเวลาเข้าถึงสวนสาธารณะ ควบคู่กับการรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM อย่างสม่ำเสมอ
- ปรับปรุงทางเท้าพร้อมจัดทำเลขกำกับขอบฟุตบาทเพื่อช่วยบริหารจัดการพื้นที่และส่งเสริมการใช้จักรยานอย่างปลอดภัย
- พัฒนาระบบจัดการขยะในชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพกล้อง CCTV และส่งเสริมชุมชนให้เป็นจุดขายเพื่อสร้างอาชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจ
เบอร์ 7 นายภาสพงศ์ ไชยวิริยะวาณิชย์ - ผู้สมัครจากกลุ่ม "กรุงเทพบินได้"
จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อดีตทำงานด้านส่งออก ปัจจุบันเป็นฟรีแลนซ์และนักลงทุนอิสระ มาในสโลแกน "กรุงเทพฯ เมืองแห่งความสุข สะอาด ปลอดภัย แข็งแรง" นำเสนอ 47 นโยบาย โดยมีประเด็นเด่น ได้แก่
- ขับเคลื่อนโครงการ "คลองแสนแสบดื่มได้" ปรับปรุงคุณภาพน้ำผ่านระบบกรองหลายขั้นตอนและฆ่าเชื้อด้วย UV/คลอรีน ตั้งเป้า 2 กิโลเมตรแรกใน 6 เดือน
- แก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยการทำแก้มลิง ขุดลอกคูคลอง และพัฒนาระบบระบายน้ำแบบกาลักน้ำเข้าสู่อุโมงค์
- จัดระบบคัดแยกขยะทั่วพื้นที่ กทม. พร้อมมาตรการจูงใจยกเว้นค่าเก็บขยะสำหรับครัวเรือนที่แยกขยะถูกต้อง
- จัดหาที่อยู่อาศัยรองรับกลุ่มคนไร้บ้านจำนวน 1,300 คน เพื่อยกระดับสวัสดิการสังคม
- จัดตั้งสำนักงานจัดหาคู่ประจำสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต พร้อมจัดกิจกรรมและตลาดนัดหาคู่หมุนเวียนเพื่อสร้างโอกาสให้คนโสด
เบอร์ 8 นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล - ผู้สมัครอิสระ
จบปริญญาตรีวิศวกรรมเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทและเอกด้าน Process Systems Engineering เป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กร (TQM) ชูนโยบาย 5 ด้าน ได้แก่
- สนับสนุนให้เด็กและประชาชนใช้ AI ในการทำงานและสร้างรายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมเพิ่มวิชา AI, EV และการตลาดในโรงเรียน
- พัฒนาระบบ "หมัน AI ประจำตัวฟรี" เชื่อมโยงโรงพยาบาล และติดตั้ง HEPA SENSOR ในห้องเรียนทุกโรงเรียนเพื่อลดฝุ่น PM 2.5
- ขับเคลื่อนโครงการ "Bangkok Active City" พัฒนาเมืองให้เดินและออกกำลังกายได้ง่ายเพื่อสุขภาพที่ดี
- ปลดล็อกเศรษฐกิจแผงลอย เพิ่มพื้นที่ค้าขายถูกกฎหมาย ตั้งกองทุนดอกเบี้ยต่ำแก้หนี้นอกระบบ และเปิดร้านค้าง่ายใน 24 ชั่วโมง
- เพิ่มสถานีชาร์จรถไฟฟ้า พัฒนาแพลตฟอร์ม AI เปิดข้อมูลเมืองให้ประชาชนร่วมแก้ปัญหา และให้บริการร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน
เบอร์ 9 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ - ผู้สมัครอิสระ
อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนล่าสุด จบปริญญาตรีวิศวกรรมโยธา จุฬาฯ ปริญญาโท MIT และปริญญาเอกมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ สหรัฐอเมริกา อดีตวิศวกรโครงสร้างและอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มาด้วยสโลแกน "คุณอยู่ดี เมืองน่าอยู่ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจ ระบบมีประสิทธิภาพ" นำเสนอกว่า 260 นโยบาย มีประเด็นสำคัญ ได้แก่
- ผลักดันแนวคิด "บ้านใกล้งาน" ผ่านโมเดลเช่าออม เปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินดาวน์ และขยายศูนย์การศึกษาพิเศษครบทั้ง 50 เขต
- ขยายระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ (Adaptive Traffic Control) เพิ่มอีก 200 แยก และพัฒนาแอปพลิเคชันเรียกรถระยะสั้น
- เดินหน้าโครงการ "หนึ่งเขต หนึ่งพื้นที่ศิลปะ" ปรับปรุงหอศิลป์กรุงเทพฯ เพิ่มพื้นที่กิจกรรมสาธารณะและมุมหนังสือเด็ก
- ยกระดับระบบพยากรณ์ฝุ่นแบบรายชั่วโมงและเรียลไทม์ บูรณาการแก้การเผาพื้นที่เกษตร และต่อยอดโครงการ "ไม่เทรวม" แยกขยะพลาสติก
- ผลักดันร่าง พ.ร.บ.กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2568 เพื่อเพิ่มอำนาจบริหารเมือง และสร้างแพลตฟอร์มกลางรวบรวมข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างเพื่อความโปร่งใส
เบอร์ 10 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร - พรรคประชาชน
อดีตวิศวกรและนักวิจัยสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งประเทศญี่ปุ่น อดีต สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลปี 2566 และอดีต สส. พรรคประชาชนปี 2569 ชูแคมเปญ "40 นโยบาย กรุงเทพง่ายๆ เพื่อประชาชน" มีนโยบายเด่น ได้แก่
- เพิ่มเส้นทางรถโดยสารสาธารณะเชื่อมรถไฟฟ้า จัดทำตั๋วครึ่งราคาช่วงเช้า (ก่อน 06.30 น.) พัฒนาระบบตั๋วร่วม และติดตั้งระบบ GPS บอกตำแหน่งรถเมล์
- ผลักดัน Mega Project คลองกรุงเทพฯ พัฒนาระบบคลอง 10 ด้าน เช่น เพิ่มเรือโดยสาร สร้างเศรษฐกิจคลอง และหยุดปล่อยน้ำเสียลงคลองหลัก
- แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ครบมิติ โดยขยายเขต Low Emission Zone เข้มงวดรถบรรทุกควันดำ และสนับสนุนเครื่องจักรเกษตรแทนการเผา
- แก้ปัญหาระบบใบส่งตัวสิทธิบัตรทอง โดยโอนย้ายการบริหารจาก สปสช. มาให้ กทม. ดูแล และปรับระบบการจ่ายเงินให้คลินิกอบอุ่นไม่ขาดทุน
- จัดการสายสื่อสารรกรุงรัง โดยกล้าตัดและรื้อถอนสายสื่อสารเก่าที่หมดสภาพรวมถึงสายที่ไม่ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมพาดสายทั่ว กทม.
เบอร์ 11 นายประยูร ครองยศ - ผู้สมัครอิสระ
เคยรับราชการด้านการศึกษาในหลายพื้นที่ของ กทม. และรับราชการด้านการปกครอง ทั้งเคยลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2565 นำเสนอยุทธศาสตร์ 7 ด้านในการขับเคลื่อนเมือง มีนโยบายเด่น ได้แก่
- ยกระดับสู่มหานครปลอดภัยสูงสุด โดยเปิดใช้แอปพลิเคชันแจ้งเตือนภัย "Bangkok for Care" และเปลี่ยนพื้นที่เสี่ยง-ร้างให้ปลอดภัย
- พัฒนาการศึกษาสู่ระดับสากล โดยกำหนดให้นักเรียน กทม. พูดได้ 2 ภาษา และดึงผู้เชี่ยวชาญจากฟินแลนด์ ญี่ปุ่น และอเมริกา มาร่วมพัฒนา
- จัดสรรทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนชั้น ม.6 เพื่อศึกษาต่อในสายวิชาชีพ
- เพิ่มประสิทธิภาพการบริการสาธารณะด้วยการซ่อมแซมทางเท้า แก้ไขปัญหารถติด และจัดหาไฟสว่าง น้ำประปาดี อินเทอร์เน็ต WiFi ฟรีทุกชุมชน
- พัฒนาสภาพแวดล้อมโดยนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดินเพื่อทัศนียภาพ พร้อมกระจายสวนและพื้นที่สาธารณะให้ทั่วถึงทุกพื้นที่เมือง
เบอร์ 12 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช - พรรคเศรษฐกิจใหม่
อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เสนอ 5 นโยบายหลัก ได้แก่
- แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดโดยการนำระบบ AI เข้ามาควบคุมสัญญาณไฟจราจรตามบริเวณทางแยกใหญ่
- ยกระดับการพิทักษ์ความปลอดภัยโดยเพิ่มกล้อง CCTV เป็น 200,000 ตัวทั่วกรุงฯ และให้ประชาชนขอดูกล้องใกล้บ้านผ่านแอปพลิเคชันมือถือได้
- แก้ไขปัญหาการจัดการขยะล้นเมืองด้วยการก่อสร้างเตาเผาขยะเพิ่มเติมจำนวน 6 เตา
- บรรเทาปัญหาน้ำท่วมโดยการลอกท่อ ขุดลอกคูคลอง เพิ่มอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินอีก 6 อุโมงค์ ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจท่อตัน และเพิ่มเครื่องสูบน้ำ
- ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากโดยการเพิ่มจำนวนพื้นที่สตรีทฟู้ดและเปิดถนนกว่า 100 สาย เพื่อให้ประชาชนเข้ามาตั้งร้านค้าขาย
เบอร์ 13 นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล - ผู้สมัครอิสระ
มีประสบการณ์ทางการเมืองในฐานะอดีตโฆษกคณะรัฐมนตรี ทำงานในกรรมาธิการต่าง ๆ และเป็นอดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ชูนโยบายแคมเปญ "Move on 3D" มีประเด็นสำคัญ ได้แก่
- ด้านคุณภาพชีวิตดี คืนทางเท้าให้คนกรุงพร้อมโซนหาบเร่แผงลอย และแก้ปัญหาร้องเรียนผ่านระบบ Quick Fix ภายใน 1-3 วัน
- นำระบบอัจฉริยะและระบบ AI มาใช้ควบคุมระบบการจราจรและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
- ด้านปากท้องดี ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองโดยลดอุปกรณ์และหนังสือเรียนที่ล้าสมัย และจัดตั้งกองทุนตั้งตัวคนเมือง
- ออกมาตรการลดภาษีป้ายและยกเว้นค่าธรรมเนียมเก็บขนขยะมูลฝอยสำหรับ SME พร้อมตั้งกองทุนค่าแรกเข้าคอนโดหรือที่พักใกล้ที่ทำงาน
- ด้านสุขภาพดี ขับเคลื่อนโครงการ "ยิ่งฟิตยิ่งได้คืน" เปลี่ยนเหงื่อเป็นแต้มสะสมลดค่า BTS/รถเมล์ และจัดระบบ Pet Care ฉีดวัคซีนทำหมันสัตว์เลี้ยงถึงที่
เบอร์ 14 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข - ผู้สมัครอิสระ
อดีตพิธีกรและผู้ประกาศข่าว อดีตผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีหลายกระทรวง อดีตที่ปรึกษา รมว.กระทรวงพาณิชย์ปี 2562 และอดีต สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ปี 2565 ชู 14 ยุทธศาสตร์ภายใต้แนวคิด "Human Innovation" มีนโยบายเด่น ได้แก่
- นำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้บริหารจัดการและควบคุมระบบการจราจรทั้งเมืองแบบเรียลไทม์
- ติดตั้งระบบ AI Flood Radar นำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยเตือนภัยสถานการณ์น้ำท่วมให้ประชาชนล่วงหน้า
- พัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองปลอดภัย 24 ชั่วโมง โดยการเพิ่มแสงสว่างตามพื้นที่สาธารณะและติดตั้งกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ
- แก้ไขปัญหามลพิษและฝุ่นละออง PM 2.5 ด้วยการผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วเมือง
- ขยายและพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ครอบคลุมและเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ชานเมืองรอบนอกกรุงเทพมหานคร
เบอร์ 15 นายโอฬาร ตั้งตราตระกูล - ผู้สมัครอิสระ
อดีตปลัดเทศบาลเมืองแสนสุข (บางแสน) และอดีตปลัดเทศบาลเมืองศรีราชา มาพร้อมกับสโลแกนประจำตัว "กรุงเทพยิ้ม" โดยมีนโยบายเด่น ได้แก่
- จัดสรรงบประมาณสนับสนุนทุนการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงปริญญาตรีรวมมูลค่า 500 ล้านบาท
- สนับสนุนและจัดสรรทุนสำหรับสร้างและประกอบวิชาชีพให้แก่ประชาชนวงเงิน 50 ล้านบาท
- ขับเคลื่อนโครงการเมกะโปรเจกต์สร้างสวนสนุก 4 มุมเมือง ประกอบไปด้วย สวนไดโนเสาร์ สวนสนุก และสวนน้ำ เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อน
- ส่งเสริมการจ้างแรงงานในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มคนว่างงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่อสร้างรายได้อย่างมั่นคง
- เปิดโอกาสให้สตรีมีครรภ์และคุณแม่หลังคลอดสามารถกลับมาทำงานในรูปแบบ part-time พร้อมสร้างกลุ่ม playgroup เพื่อลดความเครียดและเสริมคุณภาพชีวิต
เบอร์ 16 น.ส.ศรีรัฏฐ์ ช่างเพ็ชร - ผู้สมัครอิสระ
มีนโยบายและวิสัยทัศน์ในฐานะผู้สมัครอิสระที่เน้นการทำงานเพื่อพัฒนาเมืองหลวง
เบอร์ 17 น.ส.ลลนา มงคลหัสดินทร์ - ผู้สมัครอิสระ
มีนโยบายและวิสัยทัศน์ในฐานะผู้สมัครอิสระที่เน้นการทำงานเพื่อพัฒนาเมืองหลวง
เบอร์ 18 นายสมชัย เจริญวรเกียรติ - ผู้สมัครอิสระ
นำเสนอนโยบายการพัฒนาเมืองรวมทั้งหมด 38 ข้อ ครอบคลุมในหลายมิติ มีนโยบายที่น่าสนใจ ได้แก่
- นโยบายสร้างประโยชน์จากพื้นที่ว่าง โดยให้ กทม. สำรวจที่ดินรกร้างทั่วเมืองและประสานเจ้าของเพื่อขอใช้หรือขอเช่ามาทำประโยชน์สาธารณะ
- ยกระดับความปลอดภัยของอาคาร โดยสั่งการให้แต่ละเขตตรวจสอบและให้ประชาชนทำแบบสอบถามเรื่องความปลอดภัยเพื่อนำไปปรับปรุง
- พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวผ่านการฟื้นฟูเทศกาลดั้งเดิม ควบคุมความปลอดภัยไม่ให้มีมาเฟีย และจัดระเบียบร้านค้าของฝากอย่างเป็นธรรม
- เชื่อมต่อระบบการเดินทางให้ครบวงจร โดยเพิ่มเส้นทางสัญจรทางน้ำ ทั้งในแม่น้ำและลำคลองเพื่อลดความแออัดของการจราจรบนท้องถนน
- บริหารจัดการทรัพย์สินของกรุงเทพมหานครโดยเปิดให้ประชาชนสามารถยืมอาคารสถานที่ เต็นท์ หรือเครื่องจักร เช่น รถขุด รถตัก ไปใช้ทำกิจกรรม พร้อมทั้งจัดอบรมทักษะสร้างงานสร้างรายได้รองรับสังคมสูงวัย
รายงานโดย : น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน นักศึกษาฝึกงาน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และนายรณรต วงษ์ผักเบี้ย นักศึกษาฝึกงาน คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อ่านข่าวอื่น :
ผวจ.อุดรธานีสั่งสอบสมาคมฌาปนกิจ 20 อำเภอ หลังพบเสียหาย 4.6 พันล้าน
"เอ็มบัปเป" เหมา 2 พาฝรั่งเศส ชนะ เซเนกัล 3-1 ผลฟุตบอลโลก 2026
"เอกนัฏ" เผยน้ำมันไทยแนวโน้มลดต่อ หลังสหรัฐ-อิหร่านยุติขัดแย้ง

