ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ส่องนโยบาย 18 ผู้สมัคร ก่อนเข้าคูหา 28 มิ.ย.69

การเมือง
07:40
จำนวนผู้ชม 77
Thai PBS
ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ส่องนโยบาย 18 ผู้สมัคร ก่อนเข้าคูหา 28 มิ.ย.69
นับถอยหลังสู่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. วันที่ 28 มิ.ย.นี้ เปิดทำเนียบ 18 ผู้สมัครพร้อมประวัติและนโยบายเด่นในช่วงโค้งสุดท้ายการหาเสียง ชูนวัตกรรมล้ำสมัยและแนวคิดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและแก้ไขปัญหาเรื้อรังชาวกรุงฯ อย่างยั่งยืน

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเดินทางเข้าสู่ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนที่ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครจะเข้าคูหาลงคะแนนเสียงในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้ โดยการลงพื้นที่ของผู้สมัครทั้ง 18 คน ที่มีทั้งผู้สมัครในนามพรรคการเมืองและผู้สมัครอิสระเป็นไปอย่างเข้มข้น ต่างฝ่ายต่างนำเสนอนโยบายและแนวทางการพัฒนาเพื่อแก้ไขของ กทม. ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน โดยมุ่งหวังที่จะเปลี่ยน กทม. ให้เป็นเมืองที่ปลอดภัย น่าอยู่ และมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ

เบอร์ 1 หม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี - ผู้สมัครอิสระ

อดีตวิศวกรด้านอุตสาหกรรมพลังงาน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และอดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มาพร้อมแคมเปญ "SAVE BKK - BKK SAFE" โดยมีนโยบายสำคัญ ได้แก่

  1. สร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) ด้วยเทคโนโลยี AI ระบบ Face Recognition และเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ "BKK Cyber Shield"
  2. ปฏิวัติระบบจัดการขยะจากการฝังกลบเป็นการผลิตพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต (Waste to Wealth) เพื่อนำเงินมาจัดสวัสดิการ
  3. จัดการจราจรด้วยระบบ AI ควบคุม 578 แยก เพื่อลดเวลาเดินทางและประหยัดค่าน้ำมัน
  4. เปิดแพลตฟอร์ม "BKK 24/7 Market" กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและเปิดโอกาสให้ค้าขายออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  5. ยกระดับโรงเรียนสังกัด กทม. ให้สอนอย่างน้อย 3 ภาษา พร้อมขยายการจ้างงานผู้สูงอายุถึงอายุ 65 ปี

เบอร์ 2 นายสมัย ละเลิศ - ผู้สมัครอิสระ

ชูแนวคิด "กรุงเทพฯ เมืองในฝัน" เน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อคนกรุงเทพฯ โดยมีนโยบายน่าสนใจ ได้แก่

  1. พัฒนาการเดินทางด้วยการเชื่อมต่อระบบรถสาธารณะและปรับปรุงทางเท้าให้มีความปลอดภัย
  2. แก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากพร้อมเปิดทำแผนที่น้ำท่วมอย่างเป็นระบบ
  3. ลดมลพิษทางอากาศด้วยการควบคุมรถควันดำและสร้างโรงเรียนปลอดฝุ่น
  4. เพิ่มความปลอดภัยในเมืองด้วยการเพิ่มไฟสว่างทุกซอยเสี่ยงและดูแลพื้นที่หน้าโรงเรียน
  5. สนับสนุนคนตัวเล็กผ่านการจัดทำตลาดชุมชนและจัดตั้งกองทุนอาชีพ

เบอร์ 3 นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ - ผู้สมัครอิสระ

อดีตวิศวกรสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เจ้าหน้าที่นโยบายและแผน กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และล่าสุดดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิในกรรมาธิการ ป.ป.ช. เสนอนโยบาย "ครอบครัวกรุงเทพ" โครงการ "A.I. Capital" และเป้าหมาย "Security Phone" มีนโยบายอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่

  1. นำระบบเทคโนโลยี AI Capital มาบริหารจัดการน้ำและการจราจรเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real Time
  2. ติดตั้งศูนย์ส่งข้อมูล Security Phone 100,000 จุดทั่วกรุงฯ (เขตละ 2,000 จุด) เพื่อแจ้งเหตุช่วยเหลือ 2 ทาง
  3. ยกระดับโรงเรียน กทม. เป็นโรงเรียนสาธิต ขยายมหาวิทยาลัย กทม. พร้อมโครงการเรียนฟรีถึงปริญญาเอกและตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร
  4. กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดภาษีน้ำมัน สร้างตลาดน้ำเวนิสกรุงเทพ และพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์พร้อมระบบส่งอาหาร
  5. จัดตั้งช่องรายการและสถานีวิทยุ "ครอบครัวกรุงเทพฯ" เพื่อสื่อสารและรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน

เบอร์ 4 นายประทีป วัชรโชคเกษม - ผู้สมัครอิสระ

มาด้วยแคมเปญ "กรุงเทพ เมืองฟ้าอมร"” นำเสนอ 12 แนวคิดพัฒนาชีวิตคนเมือง โดยมีนโยบายเด่น ได้แก่

  1. สร้างแนวป้องกันภัยพิบัติน้ำทะเลหนุนและน้ำท่วมระยะยาวตามโมเดลประเทศเนเธอร์แลนด์ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงทะเล
  2. แก้วิกฤตฝุ่น PM 2.5 โดยติดตั้งเครื่องฟอกอากาศทั้งขนาดใหญ่และเล็กรอบกรุงฯ ร่วมกับการพ่นละอองน้ำตามแนวรถไฟฟ้าและตรวจจับรถควันดำ
  3. แก้ไขปัญหารถติดด้วยการเพิ่มทางขึ้น-ลงทางด่วน ปรับจุดเชื่อมต่อ และขยายโครงข่ายอุโมงค์และรถไฟฟ้า
  4. เปลี่ยนขยะให้เป็นรายได้ด้วยการให้ผู้ผลิตรับชิ้นส่วนบรรจุภัณฑ์คืน และแปรรูปเศษอาหารเป็นอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
  5. ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ เมือง 24 ชั่วโมง ส่งเสริมเศรษฐกิจกลางคืน เพิ่มแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมบันเทิง และร้านอาหาร

เบอร์ 5 นายอนุชา บูรพชัยศรี - พรรคประชาธิปัตย์

อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และอดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชูแคมเปญ "เมืองฟ้าอมร... and more" โดยมีนโยบายหลัก ได้แก่

  1. โอนย้าย ขสมก. มาอยู่ใต้ กทม. จัดทำระบบ Feeder ด้วยรถ Shuttle Bus ไฟฟ้า (EV) และผลักดัน "ระบบตั๋วร่วม" ร่วมกับรัฐบาลและเอกชน
  2. ยกระดับศูนย์กำจัดขยะหลักเป็นระบบปิด 100% ควบคุมกลิ่นและน้ำเสีย แปรรูปขยะเป็นพลังงาน และกวดขันรถควันดำและไซต์งานก่อสร้าง
  3. เพิ่มบ้านพักผู้สูงอายุ จัดระบบ Fast Track ทำฟัน ยกระดับศูนย์สาธารณสุขเป็นคลินิกชุมชน พัฒนา Telemedicine และจัดระเบียบทางเท้าแบ่งโซนนิ่งการค้า
  4. เพิ่มรายได้ กทม. โดยเก็บภาษีที่พัก (Hotel Tax) จากต่างชาติ จ้างงานผู้สูงอายุเป็นอาสาสมัคร และยกระดับเมืองสู่ Smart City
  5. เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างผ่านแพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติรวมถึงเปิดให้ประชาชนเข้าถึงกล้อง CCTV สาธารณะ

เบอร์ 6 นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์ - ผู้สมัครอิสระ

นำเสนอนโยบายหาเสียง 13 ด้าน มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาพื้นฐานของกรุงเทพมหานคร มีนโยบายเด่น ได้แก่

  1. ปรับปรุงผังจราจรใหม่เพื่อลดปัญหารถติดและจัดให้มีระบบรถขนส่งชุมชนเพื่ออำนวยความสะดวกระยะใกล้
  2. พัฒนาโครงสร้างระบบระบายน้ำเพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมและปรับปรุงสภาพถนนรวมถึงระบบไฟส่องสว่าง
  3. เพิ่มพื้นที่และขยายเวลาเข้าถึงสวนสาธารณะ ควบคู่กับการรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM อย่างสม่ำเสมอ
  4. ปรับปรุงทางเท้าพร้อมจัดทำเลขกำกับขอบฟุตบาทเพื่อช่วยบริหารจัดการพื้นที่และส่งเสริมการใช้จักรยานอย่างปลอดภัย
  5. พัฒนาระบบจัดการขยะในชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพกล้อง CCTV และส่งเสริมชุมชนให้เป็นจุดขายเพื่อสร้างอาชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจ

เบอร์ 7 นายภาสพงศ์ ไชยวิริยะวาณิชย์ - ผู้สมัครจากกลุ่ม "กรุงเทพบินได้"

จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อดีตทำงานด้านส่งออก ปัจจุบันเป็นฟรีแลนซ์และนักลงทุนอิสระ มาในสโลแกน "กรุงเทพฯ เมืองแห่งความสุข สะอาด ปลอดภัย แข็งแรง" นำเสนอ 47 นโยบาย โดยมีประเด็นเด่น ได้แก่

  1. ขับเคลื่อนโครงการ "คลองแสนแสบดื่มได้" ปรับปรุงคุณภาพน้ำผ่านระบบกรองหลายขั้นตอนและฆ่าเชื้อด้วย UV/คลอรีน ตั้งเป้า 2 กิโลเมตรแรกใน 6 เดือน
  2. แก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยการทำแก้มลิง ขุดลอกคูคลอง และพัฒนาระบบระบายน้ำแบบกาลักน้ำเข้าสู่อุโมงค์
  3. จัดระบบคัดแยกขยะทั่วพื้นที่ กทม. พร้อมมาตรการจูงใจยกเว้นค่าเก็บขยะสำหรับครัวเรือนที่แยกขยะถูกต้อง
  4. จัดหาที่อยู่อาศัยรองรับกลุ่มคนไร้บ้านจำนวน 1,300 คน เพื่อยกระดับสวัสดิการสังคม
  5. จัดตั้งสำนักงานจัดหาคู่ประจำสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต พร้อมจัดกิจกรรมและตลาดนัดหาคู่หมุนเวียนเพื่อสร้างโอกาสให้คนโสด

เบอร์ 8 นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล - ผู้สมัครอิสระ

จบปริญญาตรีวิศวกรรมเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทและเอกด้าน Process Systems Engineering เป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กร (TQM) ชูนโยบาย 5 ด้าน ได้แก่

  1. สนับสนุนให้เด็กและประชาชนใช้ AI ในการทำงานและสร้างรายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมเพิ่มวิชา AI, EV และการตลาดในโรงเรียน
  2. พัฒนาระบบ "หมัน AI ประจำตัวฟรี" เชื่อมโยงโรงพยาบาล และติดตั้ง HEPA SENSOR ในห้องเรียนทุกโรงเรียนเพื่อลดฝุ่น PM 2.5
  3. ขับเคลื่อนโครงการ "Bangkok Active City" พัฒนาเมืองให้เดินและออกกำลังกายได้ง่ายเพื่อสุขภาพที่ดี
  4. ปลดล็อกเศรษฐกิจแผงลอย เพิ่มพื้นที่ค้าขายถูกกฎหมาย ตั้งกองทุนดอกเบี้ยต่ำแก้หนี้นอกระบบ และเปิดร้านค้าง่ายใน 24 ชั่วโมง
  5. เพิ่มสถานีชาร์จรถไฟฟ้า พัฒนาแพลตฟอร์ม AI เปิดข้อมูลเมืองให้ประชาชนร่วมแก้ปัญหา และให้บริการร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน

เบอร์ 9 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ - ผู้สมัครอิสระ

อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนล่าสุด จบปริญญาตรีวิศวกรรมโยธา จุฬาฯ ปริญญาโท MIT และปริญญาเอกมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ สหรัฐอเมริกา อดีตวิศวกรโครงสร้างและอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มาด้วยสโลแกน "คุณอยู่ดี เมืองน่าอยู่ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจ ระบบมีประสิทธิภาพ" นำเสนอกว่า 260 นโยบาย มีประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. ผลักดันแนวคิด "บ้านใกล้งาน" ผ่านโมเดลเช่าออม เปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินดาวน์ และขยายศูนย์การศึกษาพิเศษครบทั้ง 50 เขต
  2. ขยายระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ (Adaptive Traffic Control) เพิ่มอีก 200 แยก และพัฒนาแอปพลิเคชันเรียกรถระยะสั้น
  3. เดินหน้าโครงการ "หนึ่งเขต หนึ่งพื้นที่ศิลปะ" ปรับปรุงหอศิลป์กรุงเทพฯ เพิ่มพื้นที่กิจกรรมสาธารณะและมุมหนังสือเด็ก
  4. ยกระดับระบบพยากรณ์ฝุ่นแบบรายชั่วโมงและเรียลไทม์ บูรณาการแก้การเผาพื้นที่เกษตร และต่อยอดโครงการ "ไม่เทรวม" แยกขยะพลาสติก
  5. ผลักดันร่าง พ.ร.บ.กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2568 เพื่อเพิ่มอำนาจบริหารเมือง และสร้างแพลตฟอร์มกลางรวบรวมข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างเพื่อความโปร่งใส

เบอร์ 10 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร - พรรคประชาชน

อดีตวิศวกรและนักวิจัยสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งประเทศญี่ปุ่น อดีต สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลปี 2566 และอดีต สส. พรรคประชาชนปี 2569 ชูแคมเปญ "40 นโยบาย กรุงเทพง่ายๆ เพื่อประชาชน" มีนโยบายเด่น ได้แก่

  1. เพิ่มเส้นทางรถโดยสารสาธารณะเชื่อมรถไฟฟ้า จัดทำตั๋วครึ่งราคาช่วงเช้า (ก่อน 06.30 น.) พัฒนาระบบตั๋วร่วม และติดตั้งระบบ GPS บอกตำแหน่งรถเมล์
  2. ผลักดัน Mega Project คลองกรุงเทพฯ พัฒนาระบบคลอง 10 ด้าน เช่น เพิ่มเรือโดยสาร สร้างเศรษฐกิจคลอง และหยุดปล่อยน้ำเสียลงคลองหลัก
  3. แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ครบมิติ โดยขยายเขต Low Emission Zone เข้มงวดรถบรรทุกควันดำ และสนับสนุนเครื่องจักรเกษตรแทนการเผา
  4. แก้ปัญหาระบบใบส่งตัวสิทธิบัตรทอง โดยโอนย้ายการบริหารจาก สปสช. มาให้ กทม. ดูแล และปรับระบบการจ่ายเงินให้คลินิกอบอุ่นไม่ขาดทุน
  5. จัดการสายสื่อสารรกรุงรัง โดยกล้าตัดและรื้อถอนสายสื่อสารเก่าที่หมดสภาพรวมถึงสายที่ไม่ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมพาดสายทั่ว กทม.

เบอร์ 11 นายประยูร ครองยศ - ผู้สมัครอิสระ

เคยรับราชการด้านการศึกษาในหลายพื้นที่ของ กทม. และรับราชการด้านการปกครอง ทั้งเคยลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2565 นำเสนอยุทธศาสตร์ 7 ด้านในการขับเคลื่อนเมือง มีนโยบายเด่น ได้แก่

  1. ยกระดับสู่มหานครปลอดภัยสูงสุด โดยเปิดใช้แอปพลิเคชันแจ้งเตือนภัย "Bangkok for Care" และเปลี่ยนพื้นที่เสี่ยง-ร้างให้ปลอดภัย
  2. พัฒนาการศึกษาสู่ระดับสากล โดยกำหนดให้นักเรียน กทม. พูดได้ 2 ภาษา และดึงผู้เชี่ยวชาญจากฟินแลนด์ ญี่ปุ่น และอเมริกา มาร่วมพัฒนา
  3. จัดสรรทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนชั้น ม.6 เพื่อศึกษาต่อในสายวิชาชีพ
  4. เพิ่มประสิทธิภาพการบริการสาธารณะด้วยการซ่อมแซมทางเท้า แก้ไขปัญหารถติด และจัดหาไฟสว่าง น้ำประปาดี อินเทอร์เน็ต WiFi ฟรีทุกชุมชน
  5. พัฒนาสภาพแวดล้อมโดยนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดินเพื่อทัศนียภาพ พร้อมกระจายสวนและพื้นที่สาธารณะให้ทั่วถึงทุกพื้นที่เมือง

เบอร์ 12 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช - พรรคเศรษฐกิจใหม่

อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เสนอ 5 นโยบายหลัก ได้แก่

  1. แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดโดยการนำระบบ AI เข้ามาควบคุมสัญญาณไฟจราจรตามบริเวณทางแยกใหญ่
  2. ยกระดับการพิทักษ์ความปลอดภัยโดยเพิ่มกล้อง CCTV เป็น 200,000 ตัวทั่วกรุงฯ และให้ประชาชนขอดูกล้องใกล้บ้านผ่านแอปพลิเคชันมือถือได้
  3. แก้ไขปัญหาการจัดการขยะล้นเมืองด้วยการก่อสร้างเตาเผาขยะเพิ่มเติมจำนวน 6 เตา
  4. บรรเทาปัญหาน้ำท่วมโดยการลอกท่อ ขุดลอกคูคลอง เพิ่มอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินอีก 6 อุโมงค์ ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจท่อตัน และเพิ่มเครื่องสูบน้ำ
  5. ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากโดยการเพิ่มจำนวนพื้นที่สตรีทฟู้ดและเปิดถนนกว่า 100 สาย เพื่อให้ประชาชนเข้ามาตั้งร้านค้าขาย

เบอร์ 13 นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล - ผู้สมัครอิสระ

มีประสบการณ์ทางการเมืองในฐานะอดีตโฆษกคณะรัฐมนตรี ทำงานในกรรมาธิการต่าง ๆ และเป็นอดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ชูนโยบายแคมเปญ "Move on 3D" มีประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. ด้านคุณภาพชีวิตดี คืนทางเท้าให้คนกรุงพร้อมโซนหาบเร่แผงลอย และแก้ปัญหาร้องเรียนผ่านระบบ Quick Fix ภายใน 1-3 วัน
  2. นำระบบอัจฉริยะและระบบ AI มาใช้ควบคุมระบบการจราจรและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
  3. ด้านปากท้องดี ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองโดยลดอุปกรณ์และหนังสือเรียนที่ล้าสมัย และจัดตั้งกองทุนตั้งตัวคนเมือง
  4. ออกมาตรการลดภาษีป้ายและยกเว้นค่าธรรมเนียมเก็บขนขยะมูลฝอยสำหรับ SME พร้อมตั้งกองทุนค่าแรกเข้าคอนโดหรือที่พักใกล้ที่ทำงาน
  5. ด้านสุขภาพดี ขับเคลื่อนโครงการ "ยิ่งฟิตยิ่งได้คืน" เปลี่ยนเหงื่อเป็นแต้มสะสมลดค่า BTS/รถเมล์ และจัดระบบ Pet Care ฉีดวัคซีนทำหมันสัตว์เลี้ยงถึงที่

เบอร์ 14 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข - ผู้สมัครอิสระ

อดีตพิธีกรและผู้ประกาศข่าว อดีตผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีหลายกระทรวง อดีตที่ปรึกษา รมว.กระทรวงพาณิชย์ปี 2562 และอดีต สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ปี 2565 ชู 14 ยุทธศาสตร์ภายใต้แนวคิด "Human Innovation" มีนโยบายเด่น ได้แก่

  1. นำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้บริหารจัดการและควบคุมระบบการจราจรทั้งเมืองแบบเรียลไทม์
  2. ติดตั้งระบบ AI Flood Radar นำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยเตือนภัยสถานการณ์น้ำท่วมให้ประชาชนล่วงหน้า
  3. พัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองปลอดภัย 24 ชั่วโมง โดยการเพิ่มแสงสว่างตามพื้นที่สาธารณะและติดตั้งกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ
  4. แก้ไขปัญหามลพิษและฝุ่นละออง PM 2.5 ด้วยการผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วเมือง
  5. ขยายและพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ครอบคลุมและเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ชานเมืองรอบนอกกรุงเทพมหานคร

เบอร์ 15 นายโอฬาร ตั้งตราตระกูล - ผู้สมัครอิสระ

อดีตปลัดเทศบาลเมืองแสนสุข (บางแสน) และอดีตปลัดเทศบาลเมืองศรีราชา มาพร้อมกับสโลแกนประจำตัว "กรุงเทพยิ้ม" โดยมีนโยบายเด่น ได้แก่

  1. จัดสรรงบประมาณสนับสนุนทุนการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงปริญญาตรีรวมมูลค่า 500 ล้านบาท
  2. สนับสนุนและจัดสรรทุนสำหรับสร้างและประกอบวิชาชีพให้แก่ประชาชนวงเงิน 50 ล้านบาท
  3. ขับเคลื่อนโครงการเมกะโปรเจกต์สร้างสวนสนุก 4 มุมเมือง ประกอบไปด้วย สวนไดโนเสาร์ สวนสนุก และสวนน้ำ เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อน
  4. ส่งเสริมการจ้างแรงงานในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มคนว่างงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่อสร้างรายได้อย่างมั่นคง
  5. เปิดโอกาสให้สตรีมีครรภ์และคุณแม่หลังคลอดสามารถกลับมาทำงานในรูปแบบ part-time พร้อมสร้างกลุ่ม playgroup เพื่อลดความเครียดและเสริมคุณภาพชีวิต

เบอร์ 16 น.ส.ศรีรัฏฐ์ ช่างเพ็ชร - ผู้สมัครอิสระ

มีนโยบายและวิสัยทัศน์ในฐานะผู้สมัครอิสระที่เน้นการทำงานเพื่อพัฒนาเมืองหลวง

เบอร์ 17 น.ส.ลลนา มงคลหัสดินทร์ - ผู้สมัครอิสระ

มีนโยบายและวิสัยทัศน์ในฐานะผู้สมัครอิสระที่เน้นการทำงานเพื่อพัฒนาเมืองหลวง

เบอร์ 18 นายสมชัย เจริญวรเกียรติ - ผู้สมัครอิสระ

นำเสนอนโยบายการพัฒนาเมืองรวมทั้งหมด 38 ข้อ ครอบคลุมในหลายมิติ มีนโยบายที่น่าสนใจ ได้แก่

  1. นโยบายสร้างประโยชน์จากพื้นที่ว่าง โดยให้ กทม. สำรวจที่ดินรกร้างทั่วเมืองและประสานเจ้าของเพื่อขอใช้หรือขอเช่ามาทำประโยชน์สาธารณะ
  2. ยกระดับความปลอดภัยของอาคาร โดยสั่งการให้แต่ละเขตตรวจสอบและให้ประชาชนทำแบบสอบถามเรื่องความปลอดภัยเพื่อนำไปปรับปรุง
  3. พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวผ่านการฟื้นฟูเทศกาลดั้งเดิม ควบคุมความปลอดภัยไม่ให้มีมาเฟีย และจัดระเบียบร้านค้าของฝากอย่างเป็นธรรม
  4. เชื่อมต่อระบบการเดินทางให้ครบวงจร โดยเพิ่มเส้นทางสัญจรทางน้ำ ทั้งในแม่น้ำและลำคลองเพื่อลดความแออัดของการจราจรบนท้องถนน
  5. บริหารจัดการทรัพย์สินของกรุงเทพมหานครโดยเปิดให้ประชาชนสามารถยืมอาคารสถานที่ เต็นท์ หรือเครื่องจักร เช่น รถขุด รถตัก ไปใช้ทำกิจกรรม พร้อมทั้งจัดอบรมทักษะสร้างงานสร้างรายได้รองรับสังคมสูงวัย

รายงานโดย : น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน นักศึกษาฝึกงาน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และนายรณรต วงษ์ผักเบี้ย นักศึกษาฝึกงาน คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อ่านข่าวอื่น :

ผวจ.อุดรธานีสั่งสอบสมาคมฌาปนกิจ 20 อำเภอ หลังพบเสียหาย 4.6 พันล้าน

"เอ็มบัปเป" เหมา 2 พาฝรั่งเศส ชนะ เซเนกัล 3-1 ผลฟุตบอลโลก 2026

"เอกนัฏ" เผยน้ำมันไทยแนวโน้มลดต่อ หลังสหรัฐ-อิหร่านยุติขัดแย้ง