เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2569 The guardian รายงานว่า ความพยายามของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลถึง 14.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเปลี่ยนสีของน้ำในสระสะท้อนแสงหน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์นให้กลายเป็น "สีน้ำเงินลายธงชาติอเมริกัน" เพื่อเตรียมฉลองครบรอบวันชาติ 250 ปี ของสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางธรรมชาติ เมื่อกองทัพตะไคร่น้ำสีเขียวกลับมาแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว และยึดครองพื้นที่สระน้ำทั้งหมด จนกลายเป็นสีเขียวขุ่นอีกครั้ง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่โครงการบูรณะเสร็จสิ้นลง สระน้ำแห่งนี้ถือเป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา และเคยเป็นเวทีในการกล่าวสุนทรพจน์ "I have a dream" อันโด่งดังของ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง เจอาร์ เมื่อปี 2466 โดยทรัมป์ตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนสภาพสระน้ำที่เขาเคยวิจารณ์ว่า "สกปรก" ให้กลายเป็นอนุสาวรีย์ที่สวยงามตระการตา
อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่อบอุ่น ส่งผลให้ตะไคร่น้ำเติบโตอย่างรวดเร็ว ซ้ำร้ายพยานในพื้นที่ยังรายงานว่า สารเคลือบผิวสีน้ำเงินที่บริษัท แอตแลนติก อินดัสเทรียล โคตติงส์ นำมาทาไว้เริ่มลอกหลุดออกเป็นแผ่น ๆ
สื่อเผยภาพน้ำสระลินคอล์นเขียวขุ่น รัฐบาลทรัมป์โต้ "ข่าวปลอม" ยันน้ำใสเหมือนคริสตัล
ซึ่งบริษัทผู้รับเหมาจากรัฐเวอร์จิเนียรายนี้ ได้รับสัญญาจ้างโดยตรงจากรัฐบาล โดยไม่มีการเปิดประมูลแข่งขันอย่างเสรี และมีการเปิดเผยในภายหลังว่า เป็นบริษัทที่เคยรับงานปรับปรุงสระว่ายน้ำในสนามกอล์ฟส่วนตัวของทรัมป์มาก่อน จนนำมาสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเอื้อประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง ตลอดจนเรื่องงบประมาณที่บานปลายจากมูลค่าเริ่มต้นเพียง 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พุ่งสูงเกินกว่า 14 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน
แม้ว่าภาพถ่ายก่อนและหลังการบูรณะ จะแสดงให้เห็นสภาพน้ำที่กลายเป็นสีเขียวขุ่นอย่างเด่นชัด แต่กระทรวงมหาดไทยของสหรัฐฯ กลับออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดผ่าน X โดยตราหน้าสื่อมวลชนที่รายงานข่าวนี้ว่า เป็น "สำนักข่าวปลอม" (Fake News Media) พร้อมยืนยันน้ำในสระยังคงใสสะอาดราวกับคริสตัล
ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลทรัมป์ยังได้เปรียบเทียบชัยชนะเหนือตะไคร่น้ำในสระน้ำประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ว่ามีความยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จเหมือนกับการที่กองทัพสหรัฐฯ สามารถทำลายล้างกองทัพเรือของประเทศอิหร่าน ให้จมลงสู่ก้นอ่าวเปอร์เซีย
ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้แก่สาธารณชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากถูกนำไปเปรียบเทียบกับความตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ที่ทรัมป์ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการทำลายโครงการนิวเคลียร์ หรือจำกัดขีปนาวุธวิถีไกลของอิหร่านได้ตามที่เคยลั่นวาจาไว้ตอนเริ่มสงครามเมื่อ 4 เดือนก่อน
ในแง่ของโครงสร้างเชิงวิศวกรรม สระสะท้อนแสงแห่งอนุสรณ์สถานลินคอล์น นับเป็นสิ่งปลูกสร้างขนาดมหึมาที่มีความยาวมากกว่า 600 เมตร และกว้างราว 51 เมตร ซึ่งมีปริมาณน้ำเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกรวมกันถึง 10 สระ ประธานาธิบดีทรัมป์มักเรียกสถานที่แห่งนี้ติดปากว่าเป็น "ทะเลสาบ"
ทว่าจุดอ่อนสำคัญของแลนด์มาร์กอายุร้อยกว่าปีแห่งนี้คือ แหล่งน้ำที่นำมาเติมในสระนั้น ถูกสูบมาจากอ่างเก็บน้ำไทดัลเบซิน ซึ่งเป็นน้ำจากธรรมชาติ ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการบำบัดทางเคมีอย่างสิ้นเชิง เมื่อน้ำที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุธรรมชาติมาเจอกับแสงแดดที่แผดเผาและความร้อนในฤดูร้อน จึงกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างรวดเร็วของสาหร่ายและตะไคร่น้ำมาโดยตลอดตั้งแต่เปิดใช้งานในปี 2465
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ทรัมป์สั่งให้ทาสีพื้นสระด้านล่างให้เป็นสีเข้มอย่าง "สีน้ำเงินลายธงชาติ" แทนที่สีเทาแบบเดิม ยิ่งกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางวิทยาศาสตร์ที่ทำให้พื้นสระดูดซับความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดีขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิของน้ำ สูงขึ้นจนกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ตะไคร่น้ำชั้นยอด ที่เหนือความคาดหมายของทีมงาน
สำหรับการดำเนินงานของ ประธานาธิบดีทรัมป์ ในโครงการนี้ ถือเป็นหนึ่งในนโยบายเชิงรุกภายใต้แคมเปญการปรับปรุงและเพิ่มความงดงามให้แก่เมืองหลวง เพื่อเตรียมต้อนรับวันชาติครบรอบ 250 ปี โดยทรัมป์เปิดเผยว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจในการสั่งรื้อระบบสระน้ำนี้หลังจากเพื่อนสนิทชาวเยอรมันที่เดินทางมาเยือนบ่นว่าสระน้ำแห่งนี้ดู "มืดมนและน่ารังเกียจ"
ทรัมป์จึงสั่งการอย่างเร่งด่วนไปยัง รมว.มหาดไทย ให้ปิดล้อมพื้นที่และระดมกำลังช่างเข้าซ่อมแซมรอยรั่วพร้อมทาสีใหม่ภายในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ ซึ่งตลอดการดำเนินงาน ทรัมป์ได้แสดงความตื่นตัวและภาคภูมิใจกับโครงการนี้เป็นอย่างมาก ถึงขั้นเดินทางไปตรวจเยี่ยมและดูการทำงานของคนงานด้วยตัวเองในตอนกลางคืน
พร้อมทั้งโพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล การันตีว่า วัสดุที่ใช้เคลือบพื้นสระในรัฐบาลของเขา เป็นวัสดุเกรดอุตสาหกรรมขั้นสูงที่มีความทนทานยาวนานนับ 100 ปี ไม่ใช่แค่การทาสีธรรมดา ๆ เหมือนที่รัฐบาลในอดีตเคยทำและล้มเหลวมาแล้ว
สื่อเผยภาพน้ำสระลินคอล์นเขียวขุ่น รัฐบาลทรัมป์โต้ "ข่าวปลอม" ยันน้ำใสเหมือนคริสตัล
ในส่วนของการแก้ไขปัญหาหน้างาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติจำนวนมาก ต้องสวมชุดลุยน้ำลงไปใช้ตาข่ายช้อนตักคราบตะไคร่น้ำสีเขียวเข้มออกจากผิวสระอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งมีการเร่งฉีดพ่นสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ลงในน้ำเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชเซลล์เดียวเหล่านี้
โดยโฆษกกระทรวงมหาดไทยระบุว่า รัฐบาลได้ติดตั้งระบบบำบัดน้ำขั้นสูงที่เรียกว่า "เทคโนโลยีนาโนบับเบิล" ซึ่งสามารถทำลายล้างการกระจายตัวของตะไคร่น้ำได้ พร้อมทั้งกล่าวโจมตี อดีต ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ว่า เคยทำโครงการปรับปรุงสระแห่งนี้จนพังพินาศและสกปรก แต่ในรัฐบาลปัจจุบัน ปัญหาตะไคร่น้ำจะถูกกำจัดอย่างถาวรด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย
แม้ว่าข้อเท็จจริงในสายตาของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะยังคงมองเห็นสระน้ำเป็นสีเขียวมรกตก็ตาม
อ่านข่าว :
ตร.นิวยอร์กล็อกตัวเยาวชน 17 ปี ยิงถล่มรถกลางไทม์สแควร์ ไร้ผู้บาดเจ็บ-ตาย
รวบแล้วเยาวชน 16 ปี ต้องสงสัยฆาตกรรมสาวผมแดง 17 ปี ยัดถังขยะระยอง
"ยูเครน" จัดหนัก! ส่งฝูงโดรนพลีชีพถล่มรัสเซีย พุ่งเป้าโรงกลั่นน้ำมัน

