“หมอวรงค์” อภิปราย TH - AI Passport สส.ภูมิใจไทยประท้วงพรึ่บ

การเมือง
13:51
จำนวนผู้ชม 58
Thai PBS
“หมอวรงค์” อภิปราย TH - AI Passport สส.ภูมิใจไทยประท้วงพรึ่บ
“หมอวรงค์” อภิปราย TH - AI Passport สส.ภูมิใจไทยประท้วงพรึ่บ บอกคนละเรื่องกับโอนงบ

วันนี้ (25 มิ.ย.2569) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงข่าวถึงรายละเอียดโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วงเงิน 1,645 ล้านบาท ที่ส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์

จากการตรวจสอบพบว่า ราคากลางของโครงการดังกล่าว มีบริษัทเอกชนเข้าร่วมในการเสนอ 2 บริษัท คือ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ บริษัทยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมี 3 บริษัทเข้าร่วมประมูล ซึ่งบริษัทยูไนเต็ดฯ เข้าร่วมประมูลโครงการดังกล่าวด้วย แต่บริษัทที่ชนะประมูล คือ กิจการร่วมค้าทีเอช ที่เสนอราคา 1,621 ล้านบาท และได้ทำสัญญาจ้างแล้ว อย่างไรก็ดีจากที่ตนตรวจสอบพบบริษัทที่เข้าร่วมประมูล 1 ราย มีที่ตั้งเป็นบ้านพักอาศัย มีที่จอดรถเพียง 1 คัน แต่กลับเข้าร่วมประมูลโครงการขนาดพันล้านบาทได้

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี

นพ.วรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกิจการร่วมค้าทีเอช มี 2 องค์กรหลัก คือ บริษัท เทิร์นคีย์ฯ ที่มีชื่อเป็นบริษัทที่ร่วมสืบราคากลาง และ บริษัทฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด หลังจากเกิดกระแสปลัดกระทรวงดีอีทำประชาพิจารณ์ พบว่าตัวแทนของ กิจการร่วมค้าทีเอชเข้าร่วมชี้แจง ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทฮิวแมนฯ และเคยเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและพันธมิตรธุรกิจ บริษัทแพลน บี

ผมอยากให้ทำความรู้จักกับบริษัทฮิวแมนฯ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่ชนะประมูล พบการถือหุ้นของนาย ป.ปลา ที่ถือหุ้นในบริษัทแพลนบี เป็นอันดับ 2 โดยถือหุ้นอยู่ที่ 23.82% คิดเป็น 1,095 ล้านหุ้น และขณะนี้เป็นเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทแพลนบี และ นาย พ.พาน ที่ถือหุ้นในบริษัทแพลนบี ถือหุ้นอยู่ที่ 1.64% คิดเป็น 53,000 หุ้น และที่สำคัญบริษัทฮิวแมน สำนักงานตั้งอยู่ที่บริษัทแพลนบี ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งทำให้เห็นว่า บริษัทที่ชนะประมูลมีความเกี่ยวเนื่องและเกี่ยวข้องกับบริษัทแพลนบี

นพ.วรงค์ อภิปรายต่อว่า ขณะที่ TOR ของโครงการ TH-AI Passport มี 17 หัวข้อ จำนวน 33 หน้า โดยมีข้อที่สำคัญคือ ข้อที่ 4 ขอบเขตดำเนินการที่มีสภาพบังคับต้องมีที่เชื่อมโยงไปที่ข้อที่ 8 ว่าด้วยการชำระเงินที่แบ่งเป็น 5 งวด งวดละ 20%

ในระหว่างนี้มี สส.พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะ และเป็นทุกครั้งที่ นพ.วรงค์ พูดถึงโครงการ TH-AI passport ก็จะมีการประท้วง ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า ตนฟังการอภิปรายอยู่โดยเรื่องรายละเอียดเอาไว้อภิปรายในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะนี้พูดในหลักการก่อน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี

ด้าน นพ.วรงค์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการใช้เงินภาษีประชาชนด้วยความโปร่งใส ตนกำลังช่วยรัฐบาล ตนไม่ได้มีเจตนาต้องการไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถ้าตนจะไล่รัฐบาลจะเก็บเรื่องนี้ไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจ และเชื่อว่า จะเป็นทางออกที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลถ้าฟังให้จบ

จากนั้น น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วง จึงทำให้ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น สภาจะอยู่ได้อย่างไร กลัวอะไรกันนักกันหนา เรื่องนี้ประชาชนสนใจทั้งประเทศ ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า นพ.วรงค์ก็ต้องเคารพข้อบังคับของการประชุมที่ นพ.วรงค์ บอกว่า กลัวอะไรนั้น คงไม่มีใครกลัว เมื่อมีผู้ประท้วงยกมือขึ้นตนก็ต้องอนุญาตให้ประท้วง แล้ว นพ.วรงค์ มาโต้ตอบว่า กลัวอะไรนักหนาซึ่งนี่คือผิดข้อบังคับ ฉะนั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อบังคับจึงวินิจฉัยให้ นพ.วรงค์ สรุปประเด็น

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี

นพ.วรงค์ ได้กล่าวว่า สิ่งที่ตนอภิปรายเป็นการโยงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส ซึ่งตนได้สรุปให้เห็นว่า ส่วนหนึ่งความไม่โปร่งใสเกิดจากบริษัทและ TOR ซึ่งที่โยงให้ฟังคือข้อ 4 และ 8 ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังประชุมเรื่องการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี ฉะนั้นประเด็นทุจริตพูดได้ถ้าเฉพาะเป็นเรื่องที่ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า แต่ท่านเลยไปจนถึงรายละเอียด เมื่อประธานวินิจฉัยถือว่าเป็นที่สิ้นสุด

จากนั้น นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงประธานตามข้อบังคับข้อที่ 9 เพื่อให้ควบคุมการประชุม เนื่องจากวาระในการประชุมของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ พวกเราต้องอภิปรายสนับสนุนเห็นค้านหรือเห็นต่างจากตัวหลักการและเหตุผล ซึ่งตนก็รอฟัง และท่านผู้อภิปรายก็พูดเรื่อย ๆ และการพูดทุกอย่างไม่ได้อยู่ในหลักการและเหตุผลของ พ.ร.บ.โอนงบประมาณเลย จึงขอให้ประธานควบคุมการประชุม

ขณะที่ประธานในที่ประชุม กล่าวย้ำว่า ได้อธิบายไปแล้วว่า ให้ผู้อภิปรายอภิปรายอยู่ในขอบเขตของวาระที่ปรึกษาหารือ ซึ่งหากยังพูดประเด็นนอกเหนือต่อไป จะไม่อนุญาตให้พูด พร้อมขอให้ นพ.วรงค์พูดประเด็นอื่น ไม่เช่นนั้นก็จะไม่อนุญาตให้พูด

นพ.วรงค์ กล่าวว่า สุดท้ายแล้วต้องการจะสื่อสารว่า โครงการนี้มันไม่โปร่งใสเป็นการล็อกสเปก เป็นการเอื้อประโยชน์ที่ต้องการสื่อเพียงเท่านี้ พร้อมถามกลับไปยังประธานสภาว่า เป็นแบบนี้ สามารถพูดได้หรือไม่ โดยประธาน ตอบกลับว่า หากท่านบอกว่า โครงการนี้ไม่โปร่งใส ล็อกสเปก ก็เป็นความเห็นของ นพ.วรงค์ ส่วนจะจริงหรือไม่ ไม่รู้ แต่การที่ นพ.วรงค์ พูดออกไปเป็นคำพูดที่ยังไม่ได้พิสูจน์ ก็เป็นการพูดใส่ร้ายว่าโครงการนี้ล็อกสเปกรือไม่โปร่งใส

นพ.วรงค์ จึงกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่เมื่อสักครู่ท่านประธานเหมือนจะกล่าวหาว่าตนใส่ร้าย ขอย้ำว่า ตนมีหลักฐาน แต่ประธานไม่ให้ฉาย จากนั้นประธานสภา ได้ปิดไมค์ นพ.วรงค์ พร้อมกล่าวว่า ก็บอกว่าวันนี้ที่ไม่ให้ใช้ เพราะไม่ใช่วาระ ดังนั้นจึงขอวินิจฉัยว่า ให้จบการอภิปราย เพราะไม่ใช่ที่มาเถียงกันแบบนี้ คำวินิจฉัยของประธานถือว่าสิ้นสุด ผมขอให้คุณหยุดอภิปราย

อ่านข่าว

เจาะลึก TH-AI Passport ดีอียันสร้างความคุ้มค่าระดับชาติ ดันไทยก้าวทันสากล

หลากคำถาม TH-AI Passport จากผู้เชี่ยวชาญ AI คุ้ม-ไม่คุ้ม คนไทยได้อะไร

“ภาวุธ” ตั้งข้อสังเกต “TH-AI Passport” ส่อฮั้วครั้งใหญ่

TH-AI Passport คืออะไร กางไทม์ไลน์จัดซื้อจัดจ้างวงเงินกว่า 1.6 พันล้าน

“รังสิมันต์” รับสอบโครงการ TH-AI Passport

กมธ.ปปง.เชิญ 3 หน่วยงาน แจงโครงการ TH-AI Passport 4 มิ.ย.นี้

ตั้งข้อสังเกต TH-AI Passport ใช้งบ 1.6 พันล้าน จัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส ?