ชาวภูเก็ต สะท้อนกังวลพฤติกรรม นทท.ต่างชาติ จี้รัฐบังคับใช้กฎหมาย

ภูมิภาค
19:06
จำนวนผู้ชม 32
Thai PBS
ชาวภูเก็ต สะท้อนกังวลพฤติกรรม นทท.ต่างชาติ จี้รัฐบังคับใช้กฎหมาย

วันนี้ (28 ส.ค.2569) "กลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต" ได้จัดกิจกรรมและเวทีเสวนา บริเวณสวนสาธารณะโลมา หน้าหาดป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ประสบเหตุการณ์จริง ร่วมถ่ายทอดปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการต่างชาติบางกลุ่มที่ไม่เคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่

ผู้ให้บริการรถสาธารณะรายหนึ่งใน จ.ภูเก็ต สะท้อนประสบการณ์ว่า เคยถูกกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมและกดขี่ข่มเหง หลังจากพยายามต่อรองราคารถสาธารณะอย่างรุนแรง ทั้งที่ได้แจ้งอัตราค่าโดยสารตามมาตรฐานไปแล้ว จึงอยากเรียกร้องให้ผู้มาเยือนให้เกียรติเจ้าบ้าน เคารพกฎหมาย ประเพณี และศักดิ์ศรีของคนไทย

ขณะที่นายสายชล หนูเชต ตัวแทนกลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต ระบุว่า ที่ผ่านมามีชาวต่างชาติบางกลุ่มก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ เช่น รับประทานอาหารแล้วไม่ชำระเงิน ทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกาย และขับขี่พาหนะสร้างความตื่นตระหนกให้กับชุมชน

ร้องทบทวนนโยบายวีซา-หวั่นทุนต่างชาติผูกขาด

นอกเหนือจากประเด็นด้านพฤติกรรมรายบุคคลแล้ว ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวในพื้นที่ยังแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยพบว่ามีกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในลักษณะครบวงจร ตั้งแต่ที่พัก ร้านอาหาร ไปจนถึงบริการนำเที่ยวของตนเอง ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวไม่กระจายสู่ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ในท้องถิ่นอย่างที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังเสนอให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เข้มงวดกับการคัดกรองและการให้อนุญาตการตรวจลงตราวีซา โดยเสนอให้ทบทวนการให้อยู่อาศัยระยะยาว และปรับลดระยะเวลาวีซานักท่องเที่ยวเหลือไม่เกิน 15 วัน ถึง 1 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติเข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจหรืออยู่อาศัยเนื่องจากค่าครองชีพต่ำกว่าประเทศต้นทาง

ขณะเดียวกัน บนเวทียังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบริบทของ "ชาบัด" ซึ่งเป็นศาสนสถานของชาวยิวในพื้นที่ โดยผู้เข้าร่วมเสวนาระบุว่า ศาสนสถานอื่น ๆ เช่น วัด มัสยิด หรือโบสถ์คริสต์ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปทำกิจกรรมหรือใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ แต่ชาบัดกลับมีลักษณะเป็นพื้นที่เฉพาะที่คนไทยไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ จึงเรียกร้องให้ดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบกฎหมายไทยอย่างเท่าเทียม

"เฉลิมพงศ์" สส.ภูเก็ต ชี้ต้นตออยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย

ด้าน นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเดินทางเข้าร่วมเวทีเสวนา "Save Phuket, Save Patong — Respect Thai Law" ตามคำเชิญของกลุ่มภาคประชาชน ได้เปิดเผยทัศนะและแนวทางการแก้ไขปัญหาว่า ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลกเสมอ แต่ผู้ที่เข้ามาก็ต้องเคารพกฎหมายและวัฒนธรรมของเจ้าบ้านด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นายเฉลิมพงศ์ ได้เน้นย้ำถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ต้องดำเนินไปตามหลักกระบวนการยุติธรรม โดยไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจใช้มาตรการที่รุนแรงที่สุดในทันที เช่น การเนรเทศต่างชาติ โดยปราศจากการพิจารณาข้อเท็จจริงและขั้นตอนทางกฎหมายที่ถูกต้อง เว้นแต่จะเป็นความผิดร้ายแรงตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน พร้อมระบุว่าสังคมต้องมีวุฒิภาวะในการแก้ปัญหาร่วมกัน ยึดหลักสิทธิเสรีภาพ และไม่เลือกปฏิบัติต่อเชื้อชาติหรือศาสนาใด

สส.ภูเก็ต ยังได้ชี้ให้เห็นว่า ต้นตอสำคัญของปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนกฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายที่หย่อนยานและขาดความเท่าเทียม การปล่อยให้เรื่องเงินหรือผลประโยชน์อยู่เหนือกฎหมาย มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การเรียกรับส่วย การออกบัตรประชาชนให้กับชาวต่างชาติโดยมิชอบ รวมถึงการปล่อยปละละเลยให้เกิดธุรกิจนอมินี ซึ่งถือเป็นการสร้างความไม่เป็นธรรมต่อประชาชนที่เคารพกติกา

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนคือการตรวจสอบอย่างเข้มงวด โปร่งใส และลงโทษผู้กระทำผิดทุกรายโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ เพื่อให้คนท้องถิ่นและผู้มาเยือนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม

อ่านข่าว :

ปภ.เตือน 51 จังหวัด และ กทม. รับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า 29 ส.ค.-2 ก.ย.นี้

รมว.ดีอี ชู TH-AI Passport ดันคนไทยเข้าถึง AI ลดเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี

ภัยพิบัติเนปาลเฉียด 550 ศพ จับตาภัยเงียบโลกร้อน 3,100 ธารน้ำแข็งเสี่ยงแตก