The Visual by Thai PBS ชวนพูดคุย LGBTIQN บนจอเงินและจอแก้ว แท้จริงแล้ว “หลากหลาย” แค่ไหน?


Lifestyle

Thai PBS Digital Media

Thai PBS
แชร์

The Visual by Thai PBS ชวนพูดคุย LGBTIQN บนจอเงินและจอแก้ว แท้จริงแล้ว “หลากหลาย” แค่ไหน?

https://www.thaipbs.or.th/now/content/1238

The Visual by Thai PBS ชวนพูดคุย LGBTIQN บนจอเงินและจอแก้ว แท้จริงแล้ว “หลากหลาย” แค่ไหน?

ปัจจุบันนี้ ในยุคสมัยที่ภาพของอัตลักษณ์ชายรักชายถูกนำเสนออย่างเกลื่อนตลาด ทั้งในจอภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์ ที่มีมาให้เลือกชมได้ไม่ขาดสาย การตั้งข้อสังเกตว่าสื่อบันเทิงทั้งหลาย ยังคงไม่เปิดกว้างให้ความหลากหลายทางเพศนั้น อาจกลายเป็นประเด็นน่ารำคาญใจและสร้างวลีคุ้นหูอย่าง “ซีรีส์ Y มากมายขนาดนี้ ประเทศไทยเปิดกว้างขนาดนี้ LGBTIQN ยังต้องการอะไรอีก?” แต่หากเรามองลึกลงไปในความหลากหลาย มองไปให้ถึงเบื้องหลัง และวาระซ่อนเร้นอื่น ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้การนำเสนอภาพตัวละคร LGBTIQN นั้น เราอาจพบว่าจริง ๆ แล้ว อุตสาหกรรมบันเทิงก็ยังไม่สามารถผลิตผลงานที่สะท้อน “ความหลากหลาย” ได้อย่างแท้จริง


เพื่อเฟ้นหาคำตอบ The Visual Thai PBS จึงจัดวงเสวนาพูดคุยในหัวข้อ The Visual Talk : มองเพศผ่านภาพยนตร์ ซีรีส์ เมื่อพื้นที่ของเรา…ไม่เท่ากัน? โดยเชิญแขกรับเชิญผู้คร่ำหวอดอยู่ในอุตสาหกรรมบันเทิงทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง อย่าง นุชชี่ อนุชา บุญยวรรธนะ ผู้กำกับภาพยนตร์ ดีเจอ๋อง เขมรัชต์ สุนทรนนท์ ดีเจ พิธีกร และนักแสดง รวมถึงนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้าน Gender Study อย่าง ดร. ชเนตตี ทินนาม อาจารย์ประจำภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาร่วมเสวนาถกเถียง เพื่อหาข้อสรุปว่า จริง ๆ แล้ว สื่อบันเทิงไทยสามารถนำเสนอภาพ “ความหลากหลาย” ได้อย่างแท้จริงหรือไม่?

อนุชา บุญยวรรธนะ

อนุชา บุญยวรรธนะ

อนุชา บุญยวรรธนะ ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่ฝากผลงานขึ้นชื่ออย่าง อนธกาล และมะลิลา ที่โด่งดังไปไกลทั่วโลก มองว่า อุตสาหกรรมบันเทิงทั้งภาพยนตร์และซีรีส์ไทย ยังคงไม่สามารถนำเสนอภาพความหลากหลายที่ครอบคลุมได้อย่างแท้จริง อย่างที่เราอาจจะคุ้นชินกับซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องราวของ G หรืออัตลักษณ์ชายรักชาย แต่อัตลักษณ์อื่น ๆ อย่าง L หรือ หญิงรักหญิงกลับมีน้อยมาก ขณะที่บางอัตลักษณ์เช่น I หรือ Intersex แทบไม่เคยถูกพูดถึงเลย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้จัด ยังไม่สามารถก้าวทันสภาพความเป็นจริงของสังคม ซึ่งอัตลักษณ์ทางเพศใหม่ ๆ ปรากฏขึ้นอยู่ตลอดเวลาได้ แต่ถึงกระนั้นการนำเสนอภาพ LGBTIQN บนสื่อบันเทิงทั้งหลายก็มีพัฒนาการที่น่าสนใจ ผู้กำกับวัย 40 ปี มองว่า ประเทศไทยยังเป็นสังคมที่เปิดกว้างพอสมควร ให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศได้ถูกทำให้มองเห็น (Visibility) บนพื้นที่สื่อ ดังนั้น แม้ขณะนี้ความหลากหลายทางเพศอาจยังไม่ถูกนำเสนอในทุกมิติอย่างแท้จริง แต่การถูกมองเห็นจะช่วยดึงดูดผู้ชมให้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ และเรียกร้องให้ผู้สร้าง ค้นหาแง่มุมใหม่ ๆ ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศมานำเสนอมากยิ่งขึ้น

“แนวโน้มดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ ไม่ว่าจะในแง่ของตัวละครหรือบทบาทที่ได้รับ อย่างเช่นในช่วงแรกเราอาจจะเห็นแค่กะเทยและก็มีแค่บทตลก หรืออาจจะเป็นบทที่ไม่สมหวังในความรัก และสังคมก็จะเรียกร้องต่อว่า มันไม่ได้มีแค่กะเทยนะ แต่ยังมีชายรักชาย หญิงรักหญิง หรือชาวชุมชน LGBTIQN เอง ก็อาจจะออกมาแสดงความเห็นว่าบทบาทที่นำเสนอนั้น ไม่ตรงความเป็นจริงของพวกเราเท่าไหร่ อยากได้บทที่หลากหลายมากขึ้น ไม่อยากผิดหวังในความรักอย่างเดียว ขอมีความสุขบ้างได้ไหม หรือไม่ได้เล่าเรื่องความรักอย่างเดียว แต่พูดเรื่องสิทธิบ้างได้ไหม … โดยส่วนตัวเรามองว่า Visibility สำคัญ ต่อให้ช่วงแรกภาพ LGBTIQN เป็นตลก มันก็โอเค เพราะคนดูยังสามารถแสดงความเห็น ยังตั้งคำถามกับมันได้ เราไม่ได้บอกว่า Stereotype (ภาพเหมารวม) ถูกต้อง แต่มันก็เป็นกลไกที่กระตุ้นให้คนดูเข้ามาวิพากษ์ ว่าภาพ LGBTIQN ที่เป็นการ Stereotype  นั้นไม่เป็นที่ต้องการ และสื่อบันเทิงก็จะพัฒนาต่อไป” อนุชาเสริม

เขมรัชต์ สุนทรนนท์

เขมรัชต์ สุนทรนนท์

ด้าน เขมรัชต์ สุนทรนนท์ พิธีกร นักแสดง และ Influencer ผู้ออกมาเป็นกระบอกเสียงขับเคลื่อนประเด็นความหลากหลายทางเพศอยู่บ่อยครั้ง ก็ได้แสดงความเห็นจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า การนำเสนอภาพ LGBTIQN บนสื่อบันเทิงไทยโดยเฉพาะละครนั้น มีความต่างออกไปมากเมื่อเทียบย้อนกลับไปหลาย 10 ปีก่อน อย่างเช่นในอัตลักษณ์ G หรือ กลุ่มเกย์ เมื่อครั้งอดีตก็มักถูกนำเสนอในภาพลักษณ์ที่หนีไม่พ้นตัวละครชายที่มีลักษณะคล้ายผู้หญิง ผมสั้น แต่งหน้าทาปาก และที่สำคัญคือมีหน้าที่ในการสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมา เขมรัชต์เล่าว่า ช่วงหนึ่งก็ได้เกิดละครที่นำเสนอภาพอัตลักษณ์เกย์ที่ต่างไปจากเดิม โดยมีการตัดทอนความตลกโปกฮา จริตคล้ายผู้หญิง และการแต่งหน้าทาปากออกไป จนกลายเป็นตัวละครผู้ชายทั่ว ๆ ไปที่มีรสนิยมชื่นชอบเพศเดียวกัน ซึ่ง ณ เวลานี้ นับเป็นเรื่องฮือฮามากในกลุ่มผู้ชม และก็ได้พัฒนากลายมาเป็นคาแรกเตอร์ในกลุ่มตระกูลซีรีส์ Y ที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม ดีเจชื่อดังยังกล่าวต่อว่า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงมหาศาล แต่ภาพความหลากหลายทางเพศบนสื่อบันเทิงไทย เมื่อเทียบกับสภาพสังคมในโลกความเป็นจริงก็ยังถือว่าไม่เพียงพอ “จากตอนนั้นมาถึงตอนนี้ 10 ปี เราเห็นความเปลี่ยนแปลงเยอะมาก และเราดีใจมากที่ละครไทยก้าวมาถึงตรงนี้ได้ แต่ถ้าถามว่ามันพอไหม จริง ๆ มันก็ยังไม่เพียงพอหรอก มันยังมีอัตลักษณ์อีกเยอะมากนอกเหนือจาก G และยิ่งในโลกปัจจุบันที่สังคมเริ่มไม่กำหนดแล้วว่า เพศของแต่ละคนจะเป็นอะไร รสนิยมทางเพศก็เป็นความชอบส่วนตัว โลกนี้มันมาไกลมากแล้ว มันหมดยุคที่เราจะต้องมานั่ง Label (แปะป้าย) กันแล้วว่าใครจะเป็นเพศอะไร เพราะสุดท้ายความรักก็คือความรัก”

ดร. ชเนตตี ทินนาม

ดร. ชเนตตี ทินนาม

ในส่วน ดร. ชเนตตี ทินนาม นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านเพศสภาพและเพศวิถี  ได้เสนออีกมุมมองที่น่าสนใจนอกเหนือจากความหลากหลาย นั่นคือการทำให้เรื่องเพศเป็นสิ่งที่ลื่นไหล (Fluid) อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการนำเสนอภาพ LGBTIQN ในสื่อยุคปัจจุบันว่า ส่วนใหญ่เป็นการจับตัวละครกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเข้าไปอยู่ในกล่องที่ตายตัว และพยายามกำหนดบทบาทว่าแต่ละอัตลักษณ์ทางเพศนั้น จะมีลักษณะจำเพาะซึ่งตัวละครจะต้องยึดจับคุณลักษณะนั้นไปโดยตลอด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว สถานะของอัตลักษณ์ทางเพศล้วนมีความลื่นไหล และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การนำเสนอภาพว่าเพศเป็นสิ่งที่ตายตัวนั้น จึงอาจนำมาความสู่ความเข้าใจผิดและสร้างทัศนคติเชิงลบต่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศได้

“สื่อต้องระวังที่จะไม่จับ LGBTIQN ลงกล่อง เหมือนที่ครั้งหนึ่งเคยจับผู้หญิงใส่กล่อง สื่อทุกวันนี้พยายามจะนำเสนอในลักษณะที่ว่า ถ้าเป็นเกย์ก็เป็นเกย์ไปตลอด ถ้าเป็น Trans ก็จะเป็น Trans ไปตลอดชีวิต ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ความหลากหลายทางเพศไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่งหรือตายตัว การที่ภาพยนตร์หรือซีรีส์บางครั้งทำให้ความเป็นเกย์กลายเป็นสิ่งสุดท้าย เป็นสิ่งที่ชั่วนิจนิรันดร มันเป็นการสร้างกล่องและจับตัวละคร LGBTIQN ลงไป ทั้งที่ความหลากหลายทางเพศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามความรู้สึก ตามจิตใจ เราจะเห็นหลายคนที่เป็น Transwomen และวันหนึ่งเขาก็อยากลุกมาแต่งตัวเป็นผู้ชาย นั่นไม่ใช่ความวิปริต หรือความผิดปกติ หรือเพราะว่าะเขายังหาตัวเองไม่เจอ แต่มันเป็นความลื่นไหล เพราะฉะนั้นสื่อจะต้องช่วยกันสื่อสารให้สังคมรู้ว่าเรื่องเพศไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว ไม่ควรมีกล่องที่จะมาคุมขังเสรีภาพของอัตลักษณ์ใด ๆ เพราะคนคนหนึ่ง อาจจะตกหลุมรักได้หลายครั้ง คนคนหนึ่งอาจจะรู้สึกพึงพอใจร่างกายตัวเองในหลากหลายรูปแบบ” ดร. ชเนตตี ทิ้งท้าย

ตลอดการพูดคุยร่วม 90 นาที จะเห็นว่า แขกรับเชิญทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังอุตสาหกรรมบันเทิง รวมถึงนักวิชาการด้านเพศสภาพ ต่างเห็นตรงกันว่า แม้จะมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ แต่สื่อทั้งภาพยนตร์และซีรีส์ก็ยังคงไม่สามารถนำเสนอความหลากหลายทางเพศ ได้ครบถ้วนทุกมิติและสะท้อนสังคมอย่างแท้จริง ดังนั้น ความหลากหลายทางเพศ จึงยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างสื่อบันเทิงทั้งหลาย ต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนต่อไปหากอยากเห็นภาพยนตร์และซีรีส์ ที่เล่าเรื่องราวความหลากหลายทางเพศได้ลึกซึ้งอย่างแท้จริง

สำรวจความหลากหลายทางเพศ ซึ่งสะท้อนผ่านโลกซีรีส์และภาพยนตร์ในแบบ Interactive พร้อมกันได้ที่ 👉🏻 https://thevisual.thaipbs.or.th/gender-on-screen 
 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

LGBTQIAN+

ผู้เขียน: Thai PBS Digital Media

บทความ NOW แนะนำ