เป็นข่าวที่แฟนกีฬาฟุตบอลให้ความสนใจ กรณี คริสเตียน อีริคเซ่น นักฟุตบอลชื่อดัง ล้มหมดสติ ขณะลงทำการแข่งขันให้กับทีมชาติเดนมาร์ก เกมอุ่นเครื่องพบกับทีมชาติยูเครน แม้ต่อมา เจ้าตัวจะฟื้นและมีอาการปลอดภัยตามลำดับ แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อีริคเซ่นต้องประสบอาการแบบนี้
เนื่องจากเมื่อคราวการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 คริสเตียน อีริคเซ่น เคยล้มหมดสติจากภาวะหัวใจหยุดเต้น ระหว่างเกมที่เดนมาร์กพบฟินแลนด์ ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือ และเข้ารับการรักษา จนเมื่อเวลาผ่านไป เจ้าตัวสามารถกลับมาลงเล่นฟุตบอลอาชีพได้อีกครั้ง
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นนักกีฬา ทว่า “โรคหัวใจ” สามารถเกิดขึ้นได้ในทุก ๆ คน Thai PBS ชวนเรียนรู้ ภัยเงียบโรคหัวใจกับนักกีฬา และข้อควรรู้ ออกกำลังกายอย่างไร ไม่เสี่ยงภาวะหัวใจหยุดเต้น
ภัยเงียบโรคหัวใจกับนักกีฬา
เอ่ยคำว่า “นักกีฬา” มักเป็นกลุ่มคนที่มีความแข็งแรง และมีการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ แต่ในทางการแพทย์ ความแข็งแรง ตลอดจนความฟิตของกล้ามเนื้อ ไม่ได้การันตีเรื่องความปลอดภัยของหัวใจ เนื่องจากสภาวะที่การทำงานของหัวใจมีปัญหา สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายกรณี
ทว่าสาเหตุที่ทำให้นักกีฬาหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หากเป็นนักกีฬาอายุต่ำกว่า 35 ปี มักเกิดจากโรคทางพันธุกรรมหรือโครสร้างหัวใจผิดปกติมาแต่กำเนิด ส่วนใหญ่ไม่ปรากฏอาการใด ๆ และใช้ชีวิตตามปกติ แต่เมื่อหัวใจทำงานหนักเกินไป อาทิ ออกกำลังกายในระดับสูง ส่งผลทำให้เกิดอาการผิดปกติขึ้นได้
ส่วนกรณีนักกีฬาที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป อาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน มักเกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ซึ่งเกิดจากไขมันสะสมในผนังหลอดเลือด เมื่อมีการออกออกแรงมาก ๆ เลือดไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่ทัน ส่งผลให้เกิดหัวใจวายขึ้นได้
นอกจากนี้ยังเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน จากการติดเชื้อไวรัส รวมทั้งมีสาเหตุจากการถูกกระแทกที่หน้าอกอย่างรุนแรง แรงกระแทกไปรบกวนสัญญาณไฟฟ้าหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นพริ้วและหยุดเต้นได้
อีกสาเหตุหนึ่งคือ การสูญเสียเหงื่อในปริมาณมาก จนทำให้ระดับโพแทสเซียมหรือแมกนีเซียมในเลือดต่ำเกินไป ส่งผลต่อการทำงานของไฟฟ้าหัวใจ และอีกหนึ่งปัจจัย คือการใช้สารกระตุ้น ซึ่งสารเคมีหรือยาบางชนิดที่นักกีฬาใช้เพื่อเพิ่มสมรรถภาพ อาจมีผลข้างเคียงทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ ส่งผลรุนแรงจนเกิดการหยุดเต้นเฉียบพลันได้เช่นกัน
รู้จักการตรวจคัดกรองหัวใจในนักกีฬา
เมื่อความแข็งแรง ตลอดจนความฟิตของร่างกาย ไม่ได้การันตีว่า โครงสร้างหัวใจหรือระบบไฟฟ้าหัวใจจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ซ่อนอยู่ ดังนั้น เหล่านักกีฬาจึงจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคหัวใจ เพื่อเช็กความเสี่ยง ตลอดจนความเสื่อม และตรวจหารอยโรคที่อาจซ่อนอยู่ได้
โดยลักษณะของการตรวจคัดกรองโรคหัวใจที่นิยม แบ่งได้ดังนี้
- การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็นการตรวจการนำกระแสไฟฟ้าของหัวใจ เพื่อดูจังหวะการเต้นของหัวใจว่าผิดปกติหรือไม่ รวมทั้งเช็กอาการกล้ามเนื้อหัวใจ ว่าพบสัญญาณของการขาดเลือดไปเลี้ยงหรือไม่
- การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง หรือที่เรียกว่า อัลตร้าซาวด์หัวใจ การตรวจลักษณะนี้ เพื่อดูการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ขนาดของห้องหัวใจ และการทำงานของลิ้นหัวใจ
- การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย เพื่อดูว่าเมื่อหัวใจต้องทำงานหนักขึ้นในขณะออกกำลังกาย จะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแฝงอยู่หรือไม่
- การตรวจหาคราบหินปูนที่หลอดเลือดหัวใจ โดยเป็นการเอกซเรย์ เพื่อดูว่ามีหินปูนไปเกาะที่ผนังหลอดเลือดหัวใจมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้
นอกจากนักกีฬาที่ควรตรวจคัดกรองหัวใจ ผู้ที่ต้องเข้ารับการคัดกรองหัวใจเช่นกัน คือ ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีประวัติสมาชิกครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรือเสียชีวิตเฉียบพลันจากโรคหัวใจ รวมไปถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิต, เบาหวาน, ไชมันสูง สูบบุหรี่จัด หรือมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ปกติ ทั้งหมดควรเข้าตรวจคัดกรองหัวใจ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
เช็กสัญญาณ “โรคหัวใจ” ในนักกีฬา
เนื่องจากนักกีฬามีร่างกายที่แข็งแรง และคุ้นเคยกับความเหนื่อย ทำให้อาจมองข้ามสัญญาณเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยคิดว่าเป็นแค่เรื่องของความเหนื่อยล้าจากการซ้อม แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใส่ใจสัญญาณความผิดปกติเหล่านี้ ก่อนจะเกิดภาวะที่รุนแรงขึ้นกับตนเอง
- พึงสังเกตว่า สมรรถภาพทางกายลดลงอย่างผิดปกติหรือไม่ เช่น วิ่งได้ระยะทางน้อยลง ปั่นจักรยานได้ช้าลง หรือเหนื่อยง่ายอย่างชัดเจน
- เจ็บ แน่น หรืออึดอัดบริเวณหน้าอกขณะที่ออกแรง อาการนี้อาจไม่ได้เจ็บแบบรุนแรง แต่จะเด่นชัดขึ้นเมื่อมีการออกแรง และอาการจะทุเลาลงเมื่อหยุดพัก นี่คือสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
- อาการหน้ามืด วิงเวียน รู้สึกโคลงเคลง หรือแม้แต่วูบไปชั่วขณะ โดนหากอยู่ ๆ ก็วูบหรือหมดสติไปทันที ส่วนใหญ่มักเกิดจากระบบไฟฟ้าหัวใจรวนจนหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง
- ใจสั่น หรือรู้สึกหัวใจเต้นผิดปกติ เต้นรัว เร็วเกินกว่าระดับความเหนื่อยจริง หรือเต้นไม่เป็นจังหวะ กรณีนักกีฬาที่สวมใส่ Smartwatch หากสังเกตเห็นว่าอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล ควรเช็กความผิดปกติทันที
- หายใจเหนื่อยหอบเกินกว่าระดับการออกกำลังกาย หากความหนักของการซ้อมกีฬาอยู่ในระดับที่เคยทำได้ แต่กลับมีความเหนือยผิดปกติ หรือมีอาการไอร่วมด้วยขณะเหนื่อย ถือเป็นสัญญาณที่ไม่พึงประสงค์
หากรู้ตัวเป็นโรคหัวใจ ควรออกกำลังกายแค่ไหน
สำหรับผู้ที่รู้ตัวว่าเป็นโรคหัวใจ การออกกำลังกายยังเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น และทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น กุญแจสำคัญคือ ต้องออกกำลังกายอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกาย แนวทางที่พึงปฏิบัติมีดังนี้
- ปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แน่ใจว่า สามารถออกกำลังกายได้ และความเข้มข้นในการใช้กำลัง ต้องเป็นแบบไหน ทั้งนี้แพทย์อาจมีการทดสอบสมรรถภาพของหัวใจ เพื่อประเมินว่า หัวใจสามารถรับความเหนื่อยได้ในระดับใด
- รูปแบบการออกกำลังกาย ไม่เน้นความหนัก แต่เน้นความต่อเนื่อง ผู้ป่วยโรคหัวใจควรออกกำลังกายในลักษณะแอโรบิก (Aerobic Exercise) เป็นการช่วยให้หัวใจเต้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรออกกำลังกายจนหอบหนื่อยจนพูดไม่เป็นประโยค
- ทุกครั้งในการออกกำลังกาย ควรใส่ใจใน 3 ขั้นตอนนี้ คือ
-การอบอุ่นร่างกาย 5-10 นาที เพื่อให้หัวใจค่อย ๆ ปรับตัว และเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจอย่างช้า ๆ
-ช่วงการออกกำลังกายจริง ควรอยู่ในระดับที่ “เหนื่อยปานกลาง” ไม่ควรให้เกิดความเหน็ดเหนื่อยมากเกินไป
-หลังผ่านการออกกำลังกาย ควรมีการผ่อนคลายร่างกาย หรือ Cool down ระยะเวลา 5-10 นาที เพื่อป้องกันอาการหน้ามืด จุก หรือวิงเวียนศีรษะที่เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน - หากมีอาการไม่พึงประสงค์ขณะออกกำลังกาย เช่น แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หรือร้าวไปที่แขน คอ กราม หรือหลัง หายใจไม่ทัน หอบเหนื่อยผิดปกติ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ตาพร่ามัว ควรหยุดการออกกำลังกายทันที
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่างขณะออกกำลังกาย เช่น การกลั้นหายใจ โดยเฉพาะการยกน้ำหนัก หรือการเบ่ง เนื่องจากจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นอันตรายต่อหัวใจเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาหรือบุคคลทั่วไป การออกกำลังกายถือเป็นสิ่งสำคัญ แต่กิจกรรมที่ทำต้อง “เหมาะสม” ตามสถานะ และสมรรถภาพร่างกาย และหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์
อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ









