NASA เปิดตัวนักบินอวกาศ Artemis III ปูทางภารกิจพามนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์ และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีนักบินอวกาศจากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) เข้าร่วมในภารกิจ Artemis
วันนี้ (9 มิ.ย. 69) องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA ประกาศรายละเอียดความคืบหน้าครั้งสำคัญของโครงการส่งมนุษย์ไปอวกาศในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ พร้อมเปิดเผยรายชื่อ 4 นักบินอวกาศชุดหลัก และนักบินอวกาศสำรอง สำหรับการบินทดสอบในภารกิจ Artemis III ซึ่งมีกำหนดการทดสอบระบบต่าง ๆ อันท้าทายในวงโคจรของโลกในปี 2027 เพื่อปูทางสู่ภารกิจ Artemis IV ซึ่งจะเป็นภารกิจส่งมนุษย์ไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ในปี 2028
Frank Rubio นักบินอวกาศภารกิจ Artemis III ขึ้นกล่าวในการแถลงข่าวประกาศรายชื่อลูกเรือ Photo by RONALDO SCHEMIDT / AFP
Randy Bresnik .jpg
สำหรับรายชื่อลูกเรือ Artemis III ประกอบด้วย
- Randy Bresnik ตำแหน่งผู้บัญชาการภารกิจ เป็นอดีตผู้พันแห่งกองทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ ผ่านการเดินทางไปอวกาศมาแล้ว 2 ครั้ง มีชั่วโมงบินมากกว่า 7,000 ชั่วโมงจากเครื่องบิน 95 ประเภท ตั้งแต่ปี 2018 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานนักบินอวกาศฝ่ายการสำรวจ
- Luca Parmitano ตำแหน่งนักบิน อดีตผู้พันแห่งกองทัพอากาศอิตาลี ผ่านการปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) มาแล้ว 2 ครั้ง รวมถึงการทำ Spacewalk ที่ซับซ้อนมากเพื่อซ่อมอุปกรณ์ Alpha Magnetic Spectrometer หรือ AMS-02 บนสถานีอวกาศนานาชาติ และเป็นชาวอิตาลีคนแรกที่ได้ทำหน้าที่ผู้บัญชาการสถานีอวกาศในปฏิบัติการ Expedition 61
- Andre Douglas ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญประจำภารกิจ จบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมระบบจากมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพรักษาการณ์ชายฝั่งสหรัฐฯ และเคยทำงานที่ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ ภารกิจครั้งนี้จะเป็นการเดินทางไปอวกาศครั้งแรกของเขา
- Frank Rubio ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญประจำภารกิจ นายแพทย์และนักบินแห่งกองทัพบกสหรัฐฯ ผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบินอวกาศอเมริกันที่ปฏิบัติภารกิจในอวกาศยาวนานที่สุดในหนึ่งเที่ยวบิน รวมเวลาทั้งสิ้น 371 วันในวงโคจร จากภารกิจ Soyuz MS-22/23
Luca Parmitano นักบินอวกาศขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) โบกมือระหว่างการแถลงข่าวประกาศรายชื่อลูกเรือภารกิจ Artemis III Photo by RONALDO SCHEMIDT / AFP
นอกจากนี้ NASA ยังได้แต่งตั้ง Bob Hines เป็นนักบินอวกาศสำรอง โดยเขาเป็นนักบินทดสอบและครูฝึกการบินในกองทัพอากาศสหรัฐฯ มีประสบการณ์เกือบ 30 ปี เคยทำหน้าที่เป็นนักบินในภารกิจ SpaceX Crew-4 มาก่อน
หลังจากนี้ลูกเรือทั้งหมดจะเริ่มเข้ารับการฝึกซ้อมระบบของยานโอไรออนทันที รวมถึงเข้าร่วมพัฒนาและทดสอบระบบปฏิบัติการของยานลงจอดรุ่นทดสอบของทั้ง Blue Origin และ SpaceX โดยภารกิจนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีนักบินอวกาศจากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) เข้าร่วมในภารกิจ Artemis
Reid Wiseman ผู้บัญชาการภารกิจ Artemis II ขึ้นมาส่งไม้ต่อให้กับ Randy Bresnik ผู้บัญชาการภารกิจ Artemis II Photo by RONALDO SCHEMIDT / AFP
ปัจจุบัน NASA และพันธมิตรกำลังเร่งเตรียมความพร้อม โดยมีกำหนดเชื่อมต่อโมดูลลูกเรือเข้ากับโมดูลบริการของยานโอไรออนภายในฤดูร้อนนี้ พร้อมติดตั้งระบบเชื่อมต่อที่จะใช้งานจริงเป็นครั้งแรก ขณะที่โครงสร้างเกราะกันความร้อนกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบขั้นสุดท้าย ส่วนการประกอบชิ้นส่วนจรวด SLS และจรวดขับดัน ต่างก็ดำเนินการไปตามแผน
ภารกิจ Artemis III จะใช้เวลาปฏิบัติการในอวกาศรวมประมาณ 2 สัปดาห์ โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้
- การปล่อยยานจากฝั่งเอกชน : ยานลงจอดรุ่นทดสอบ (Pathfinder) ของ Blue Origin ซึ่งสามารถอยู่ในวงโคจรได้นานหลายสัปดาห์จะถูกปล่อยขึ้นไปรอในอวกาศก่อน
- การออกเดินทางของนักบินอวกาศ : จรวด SLS จะนำนักบินอวกาศพร้อมยานโอไรออนขึ้นสู่วงโคจรโลก เพื่อเข้าเชื่อมต่อกับยานลงจอดของ Blue Origin และใช้เวลาร่วมกันประมาณ 2 วันเพื่อทดสอบระบบและให้นักบินทดลองเข้าไปภายในยานลงจอด
- เปลี่ยนสถานีทดสอบ : ยานโอไรออนจะแยกตัวออกเพื่อมารอเชื่อมต่อกับยาน Starship ของ SpaceX ที่จะปล่อยตามขึ้นมา โดยจะเชื่อมต่อกันประมาณ 1 วันเพื่อตรวจสอบและทดสอบระบบ
- เดินทางกลับโลก : เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบทั้งหมด ยานโอไรออนจะแยกตัวนำลูกเรือเดินทางกลับสู่โลก และลงจอดอย่างปลอดภัยในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยมีกองทัพเรือสหรัฐฯ และ NASA รอรับตัว
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









