ร้อนแรงกลบข่าวใด ๆ สำหรับข่าวการปลด “รูเบน อโมริม” ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด (คนล่าสุด) หลังจากบอร์ดบริหารของสโมสร มีประกาศแยกทางกับเฮดโค้ชชาวโปรตุเกสในที่สุด
รูเบน อโมริมไม่ใช่ “เฮดโค้ช” รายแรกที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด เคยประกาศแยกทางกับโค้ชหลายราย จนกลายเป็น “วังวน” ที่ไม่รู้ว่าจะจบสิ้นลงเมื่อไร
Thai PBS รวบรวมข้อสังเกต สิ่งที่เกิดขึ้นกับทีมปีศาจแดง มีเรื่องอะไรบ้างที่แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่สามารถจัดการปัญหา หรือเรียกว่า ยังไม่หลุดจากวังวนเดิม ๆ ได้เสียที
1.แมนฯ ยูไนเต็ด ปลดโค้ช “อโมริม”…อายุงานผู้จัดการทีมไม่เคยเกิน 3 ปี
นับตั้งแต่บรมกุนซือ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน อดีตบอสใหญ่แห่งแมนฯ ยูไนเต็ด ลงจากตำแหน่งเมื่อราวปี 2013 ถึงตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้ผู้จัดการทีมมาแล้ว 10 คน คือ เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ่ มูรินโญ่, โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์, เอริก เทน ฮาก และ รูเบน อโมริม นอกจากนี้ยังมีผู้จัดการทีมขัดตาทัพอีก 3 คน คือ ไรอัน กิ๊กส์, ไมเคิล คาร์ริก, ราล์ฟ รังนิก และ รุด ฟานนิสเตลรอย ที่คุมทีมในช่วงสั้นๆ
ที่น่าสนใจคือ อายุงานของผู้จัดการทีมเหล่านี้ ไม่มีใครทำทีมเกิน 3 ปีสักรายเดียว
- เดวิด มอยส์ 10 เดือน : 9 พฤษภาคม 2013 – 22 เมษายน 2014
- ไรอัน กิ๊กส์ (ชั่วคราว) 1 เดือนเศษ : ตั้งแต่ 22 เมษายน 2014 ถึงจบฤดูกาล
- หลุยส์ ฟาน กัล 2 ปี : 14 กรกฎาคม 2014 - 23 พฤษภาคม 2016
- โซเซ่ มูรินโญ่ 2 ปี : 1 มิถุนายน 2016 - 18 ธันวาคม 2018
- โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ 2 ปี : 11 เดือน (19 ธันวาคม 2019 - 21 พฤศจิกายน 2021)
- ไมเคิล คาร์ริก (ชั่วคราว) คุมทีม 3 นัด
- ราล์ฟ รังนิก คุมทีม 14 นัด : พฤศจิกายน 2021 - พฤษภาคม 2022
- เอริก เทน ฮาก 2 ปี : 1 มิถุนายน 2022 - 28 ตุลาคม 2024
- รุด ฟาน นิสเตลรอย (ชั่วคราว) 15 วัน : ตุลาคม 2024 - พฤศจิกายน 2024
- รูเบน อโมริม 1 ปี 2 เดือน : พฤศจิกายน 2024 - มกราคม 2026

2.แมนฯ ยูไนเต็ดปลดโค้ช “อโมริม”…เริ่มต้นด้วยความหวังและถ้วยรางวัล แต่สุดท้ายยืนระยะไม่ได้
เป็นที่น่าสังเกตว่า ปีแรก ๆ ของเหล่าผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด มักสร้างความหวังใหม่ให้กับแฟน ๆ ปีศาจแดง โดยเฉพาะการคว้าถ้วยรางวัลมาครองให้ปลาบปลื้มใจ
อาทิ หลุยส์ ฟาน กัล พาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2015 – 2016 โชโซ่ มูรินโญ่ พาทีมคว้า 2 แชมป์ คือ แชมป์ลีก คัพ และแชมป์ยูโรปา ลีก ในปี 2017

ด้าน โอเล กุนนาร์ โซลชา ไม่เคยทำทีมได้แชมป์ แต่เคยคว้ารองแชมป์ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2020 – 2021 จนมาถึง เอริก เทน ฮาก ที่คว้าไป 2 แชมป์ คือ คาราบาว คัพ (ลีก คัพ) ฤดูกาล 2022 – 2023 และเอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2023 – 2024

ส่วน รูเบน อโมริม คุมแมนฯ ยูไนเต็ดทั้งหมด 63 นัดทุกรายการ ชนะ 25 เสมอ 15 แพ้ 23 ทำผลงานในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลก่อน จบอันดับที่ 15
ทั้งหมดทั้งมวล จากผลงานของผู้จัดการทีมทั้ง 10 คน ใช่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะไร้ถ้วย ไร้แชมป์ แต่! ปัญหาคือ “ความสม่ำเสมอ” ในฟอร์มการเล่น ที่ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการทีมคนใด ก็ยังไม่เคยบรรลุ “โจทย์ยาก” ข้อนี้ได้เสียที
3.มีความหวังกับนักเตะค่าตัวแพงทุกปี แต่สุดท้ายไม่สร้างอิมแพกต์ นำพามาสู่การปลดโค้ช “อโมริม” แมนฯ ยูไนเต็ด
อีกหนึ่งวังวนเดิม ๆ ที่ทัพแมนฯ ยูไนเต็ดยังต้องพบเจออยู่เป็นประจำ คือประเด็นการซื้อตัวนักเตะในราคาแพง ด้วยหวังจะมาสร้างอิมแพ็กให้กับทีม แต่สุดท้ายนักเตะเหล่านั้น ไม่สามารถสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับทีมได้อย่างที่หวัง
- อังเคล ดิ มาเรีย 60 ล้านปอนด์
- จาดอน ซานโช 73 ล้านปอนด์
- โรเมลู ลูกากู 75 ล้านปอนด์
- แอนโทนี 82 ล้านปอนด์
- แฮร์รี แมกไควร์ 87 ล้านปอนด์
- ปอล ป็อกบา 89 ล้านปอนด์
- ราสมุส ฮอยลุนด์ 72 ล้านปอนด์
- ไบรอัน เอ็มเบอโม่ 71 ล้านปอนด์
- เบนจามิน เซสโก้ 66 ล้านปอนด์
- มาเตอุส คุนญ่า 62.5 ล้านปอนด์
- เมสัน เมาท์ 60 ล้านปอนด์

4.รอเวลานักเตะเฉิดฉาย แต่สุดท้าย…กลับเหมือนรอเวลาปลดโค้ช “อโมริม” แมนฯ ยูไนเต็ด
ในอดีต แมนฯ ยูไนเต็ด มักได้ชื่อว่า เป็นทีมที่ “ปั้นนักเตะ” ได้เก่งกาจ และมีส่วนร่วมในการสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ แต่ปัจจุบัน เหล่าบรรดานักเตะของทีมอย่าง บรูโน แฟร์นันด์ส, กาเซมิโร, เมสัน เมาท์, ไบรอัน เอมเบอโม่, มาเตอุส คุนญ่า หรือ เบนจามิน เชสโก้ ฯลฯ ทั้งหมวดล้วนเป็น “ความหวัง" ของทีม แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับพบความจริงที่ว่า ทุกคนยังเล่นฟุตบอลเสมือน “จิ๊กซอว์ที่ต่อไม่เนียน” รวมทั้งผลงานก็ยังวน ๆ และยังหมุนอยู่บนเส้นทางการเล่นแบบ “เดิมๆ” ของตนเองต่อไป


แม้การปลดโค้ช “รูเบน อโมริม” จะเป็นข่าวใหญ่สะท้านวงการฟุตบอล แต่เรื่องจริงยิ่งกว่านั้น คือการรอวันที่ทีมรักจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง แม้จะไม่รู้ว่าเมื่อไร แต่แฟนแมนฯ ยูไนเต็ดต่างยังมีความหวัง ซึ่งคงต้องรอวันให้ปัญหาที่ “วนลูป” เหล่านี้ กระจายหายไปเสียที…
ย้อนอ่านข่าวแมนฯ ยูไนเต็ด ปลดผู้จัดการทีม




















