งานวิจัยโดยมหาวิทยาลัยบาธ (University of Bath) สหราชอาณาจักร ตีพิมพ์ในวารสาร Biology เผยผลการศึกษาว่า จากฟอสซิลกระดูกเท้าของลูกไดโนเสาร์ไทแรนโนซอรัส หรือทีเร็กซ์ (T-Rex) บ่งชี้ว่า มันฟักออกจากไข่พร้อมที่จะล่าอาหารเองได้แล้ว แทนที่จะพึ่งพาพ่อแม่เหมือนนกส่วนใหญ่ในปัจจุบัน
Nicholas Longrich จากมหาวิทยาลัยบาธ ค้นพบกระดูกชิ้นนี้ในคอลเลกชันฟอสซิลที่เก็บรักษาไว้ที่ Royal Saskatchewan Museum ในแคนาดา และระบุว่าเป็นกระดูกฝ่าเท้าของทีเร็กซ์วัยเยาว์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยมีการศึกษามาก่อน
และเมื่อทราบว่า Eric Snively จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอคลาโฮมา สหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยอย่างละเอียดเกี่ยวกับกระดูกฝ่าเท้าของทีเร็กซ์ตัวเต็มวัย Longrich จึงติดต่อไป ทำให้ทั้งคู่ได้ทำการวิจัยในเรื่องนี้ด้วยกัน
กระดูกฝ่าเท้าที่สามด้านซ้ายของทีเร็กซ์ (a) มุมมองด้านหน้า (b) มุมมองด้านหลัง (c) มุมมองด้านใน (d) มุมมองด้านข้าง (e) มุมมองด้านปลาย และ (f) มุมมองด้านโคน ภาพจาก mdpi
Snively กล่าวในแถลงการณ์ว่า กระดูกฝ่าเท้าของลูกทีเร็กซ์อาจบอกเราได้ว่า ลูกทีเร็กซ์เริ่มออกล่าเหยื่อทันทีหรือว่าอยู่ในรังเป็นเวลาไม่นาน
ผลการ CT Scan เผยให้เห็นว่า กระดูกชิ้นนี้ไม่มีวงปี ดังนั้นจึงน่าจะเป็นกระดูกของสัตว์ที่มีอายุน้อยกว่าหนึ่งปี ในทางกลับกัน เครือข่ายของหลอดเลือดและเซลล์กระดูกที่เชื่อมต่อกัน ยืนยันถึงการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นไปตามที่คาดหวังได้จากสัตว์นักล่าที่ขยายตัวจนมีขนาดใหญ่โตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ทีมวิจัยยังพบร่องในกระดูกที่บ่งชี้ว่า พวกมันออกจากรังและวิ่งอย่างรวดเร็วด้วย
เมื่อนำมารวมกับหลักฐานก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับฟันที่สึกหรอของลูกทีเร็กซ์ที่เพิ่งฟักออกมา สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าบรรพบุรุษโดยตรงของนกจะทำอะไรในเวลานั้น ทีเร็กซ์ก็ไม่ได้รออยู่ที่รังเพื่อกินอาหารจากพ่อแม่แน่นอน
ภาพจำลองทีเร็กซ์ตัวเต็มวัย กับลูกทีเร็กซ์ ภาพจาก Ji Zhongqiu
Snively กล่าวเพิ่มเติมว่า ลูกทีเร็กซ์พุ่งชนกระดูกเหยื่ออย่างแรง เหมือนกับไดโนเสาร์ตัวเต็มวัยเลย ไดโนเสาร์อย่างทีเร็กซ์ไม่ปลอดภัยไม่ว่าจะขนาดไหนก็ตาม ดังนั้น ลูกทีเร็กซ์จึงออกจากรังอย่างรวดเร็ว และล่าเหยื่ออย่างดุเดือด
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้สรุปการศึกษาว่า ทีเร็กซ์น่าจะวางไข่ครั้งละ 15-30 ฟอง โดยจำนวนไข่ที่วางหรือจำนวนลูกที่เกิดในแต่ละครั้ง เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงดูลูกของสัตว์เหล่านั้น และมีเหตุผลที่ดีที่จะคิดว่าสิ่งนี้เป็นจริงสำหรับทีเร็กซ์ด้วยเช่นกัน
ภาพวาดจำลอง แสดงให้เห็นลูกทีเร็กซ์แรกเกิดกำลังออกล่าเหยื่อ ภาพจาก Raul Martin
ด้าน Longrich ได้กล่าวเสริมว่า เนื่องจากสัตว์มีข้อจำกัดในสิ่งที่พวกมันสามารถลงทุน เพื่อลูกหลานรุ่นต่อไป พวกมันจึงต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างการมีลูกจำนวนมาก หรือการลงทุนอย่างมากในการดูแลลูก แต่ไม่สามารถทำทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ ดังนั้น ขนาดตัวที่เล็กของไทแรนโนซอรัสบ่งชี้ว่า พวกมันเลือกใช้กลยุทธ์แรก คือมีลูกตัวเล็ก ๆ จำนวนมาก และเลี้ยงดูลูกอย่างไม่เข้มงวดนัก
แต่หากทีเร็กซ์ไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องเลี้ยงดูลูกหลานเลย พวกมันอาจจะวางไว้ในจำนวนที่ใกล้เคียงกับเต่าทะเล ที่ประมาณหนึ่งร้อยฟอง หรืออาจจะมากกว่าก็ได้ ทีเร็กซ์น่าจะมีการลงทุนในการเลี้ยงลูกอยู่ไม่น้อย เช่น การเฝ้ารังและคอยดูแลลูกอ่อนในช่วงแรก เหมือนกับจระเข้และนกขนาดใหญ่ที่หากินบนพื้นดินอย่างนกกระจอกเทศ แต่ลูกนกก็สามารถดูแลตัวเองได้ไม่นานหลังจากฟักออกจากไข่เช่นเดียวกับลูกทีเร็กซ์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ว่า ไดโนเสาร์มีลักษณะทางกายวิภาคอยู่ระหว่างสัตว์เลื้อยคลานดั้งเดิมกับนกในปัจจุบัน
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
📌อ่าน : ลืมภาพจำในหนัง! งานวิจัยล่าสุดเผย “ลูกทีเร็กซ์” มีขนาดเล็กกว่าแมว และเกิดมาครั้งละนับสิบตัว
📌อ่าน : ที่แรก! อ.คมศร ไขความเป็นมา “อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส” ไดโนเสาร์ลำดับที่ 15 ของไทย
📌อ่าน : 10 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ “ทีเร็กซ์” (Tyrannosaurus Rex)
📌อ่าน : ไม่ได้มีแค่ทีเร็กซ์บนบก! ค้นพบ “ทีเร็กซ์” แห่งท้องทะเล ดุร้ายกว่าโมซาซอร์อื่น ๆ มาก
📌อ่าน : ทำไม? “ทีเร็กซ์” ถึงมีแขนเล็กจิ๋ว นักวิทยาศาสตร์อาจรู้คำตอบแล้ว
📌อ่าน : ญาติใกล้ชิด “T-Rex” ที่สุด! อาจเป็น “ไก่” และ “นกกระจอกเทศ”
📌อ่าน : รู้จัก "นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส" ไดโนเสาร์ไทย ชนิดใหม่ของโลก
ที่มาข้อมูลและภาพ : mdpi
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









