ไทยทำฐานปล่อยจรวด มีความเป็นไปได้มากแค่ไหน จะบุกตลาดอวกาศโลกได้หรือไม่?


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

เตโชดม บุญยะโสมะ

Thai PBS
แชร์

ไทยทำฐานปล่อยจรวด มีความเป็นไปได้มากแค่ไหน จะบุกตลาดอวกาศโลกได้หรือไม่?

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4274

ไทยทำฐานปล่อยจรวด มีความเป็นไปได้มากแค่ไหน จะบุกตลาดอวกาศโลกได้หรือไม่?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสความตื่นตัวในเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยมีหมุดหมายสำคัญที่ถูกผลักดันอย่างทรงพลังผ่านหน้าสื่อและนโยบายภาครัฐ นั่นคือแนวคิดการจัดตั้ง “ท่าอวกาศยาน” หรือ Spaceport เพื่อเป็นฐานปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์แห่งใหม่ของภูมิภาค ความคิดที่ว่าประเทศไทยตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรและล้อมรอบด้วยพื้นที่ทะเล สร้างความหวังว่าเราจะสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งจากมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลในอุตสาหกรรมอวกาศโลกได้ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความทะเยอทะยานนี้ คำถามสำคัญที่สังคมและนักกำหนดนโยบายต้องร่วมกันขบคิดด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์และความสมเหตุสมผลคือ ประเทศไทยมีความพร้อมและมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดในโลกแห่งความเป็นจริง หรือโครงการนี้เป็นเพียงภาพสะท้อนของนโยบายที่ถูกปั้นให้ใหญ่เกินจริง โดยขาดการวิเคราะห์ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยั่งยืน

ฐานปล่อยจรวดแห่งประเทศออสเตรเลีย : ที่มาภาพ Wikipedia Commons

ฐานปล่อยจรวดแห่งประเทศออสเตรเลีย : ที่มาภาพ Wikipedia Commons

เจาะลึก 3 ทำเลทองบนหน้ากระดาษ กับข้อจำกัดทางกายภาพและสิ่งแวดล้อม

จากการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นโดยหน่วยงานรัฐและที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ ได้มีการนำเสนอพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นฐานปล่อยจรวด 3 แห่ง ได้แก่ เกาะแสมสาร, พื้นที่ข้างสนามบินอู่ตะเภา และทะเลสาบสงขลา ทว่าเมื่อพิจารณาในรายละเอียดเชิงลึกและบริบทการใช้งานจริง แต่ละพื้นที่กลับมีข้อจำกัดทางกายภาพและสิ่งแวดล้อมที่ท้าทายอย่างยิ่งจนยากจะปฏิเสธ

เกาะแสมสาร : Hotel and Resort Thailand

เกาะแสมสาร : Hotel and Resort Thailand

พื้นที่แรกคือ เกาะแสมสาร และพื้นที่ที่สองคือ บริเวณข้างสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แม้จะดูมีความพร้อมในแง่ของระบบโลจิสติกส์และการเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง แต่ในทางวิศวกรรมการบิน ภาคตะวันออกของไทยถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของการจราจรทางอากาศสูงที่สุดในภูมิภาค การบริหารจัดการน่านฟ้าร่วมกับสนามบินพาณิชย์หลักอย่างสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางบินของเครื่องบินพาณิชย์ในขณะที่มีการปล่อยจรวด ถือเป็นโจทย์ที่ซับซ้อนและแทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ ทั้งสองพื้นที่ยังรายล้อมไปด้วยชุมชนที่มีประชากรหนาแน่นและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุหรือเศษชิ้นส่วนจรวดที่อาจเกิดขึ้น ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความปลอดภัยและโครงสร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่

ทะเลสาบสงขลา : ที่มาภาพ Ecocar

ทะเลสาบสงขลา : ที่มาภาพ Ecocar

พื้นที่ที่สามคือ ทะเลสาบสงขลา ซึ่งในเชิงทฤษฎีดูได้เปรียบเนื่องจากตั้งอยู่ทางตอนใต้และสามารถกำหนดทิศทางการปล่อยจรวดออกสู่ทะเลเปิดทางทิศตะวันออกได้ง่ายกว่า อย่างไรก็ตาม ทะเลสาบสงขลาเป็นระบบนิเวศทางธรรมชาติที่เปราะบางและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของชุมชนประมงพื้นบ้าน การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และการปล่อยจรวดที่มีความร้อนสูงรวมถึงสารเคมีตกค้าง ย่อมเผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรงด้านสิ่งแวดล้อม ยิ่งไปกว่านั้น มิติความมั่นคงและการบริหารจัดการน่านฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ยังเป็นปัจจัยแทรกซ้อนทางการเมืองที่ทำให้การลงทุนโครงการมูลค่ามหาศาลเช่นนี้มีความเสี่ยงสูงขึ้นไปอีก

หนึ่งในข้ออ้างหลักที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาสร้างความชอบธรรมให้แก่โครงการ Spaceport ไทย คือแนวคิดที่ว่าการปล่อยจรวดจากพื้นที่ใกล้เส้นศูนย์สูตรจะช่วยประหยัดพลังงานและเชื้อเพลิงได้มากกว่าเนื่องจากได้รับแรงเหวี่ยงจากความเร็วรอบตัวเองของโลก แต่ในความเป็นจริงทางฟิสิกส์อวกาศ ข้อได้เปรียบนี้มีผลอย่างมีนัยสำคัญเฉพาะกับการส่งดาวเทียมไปยังวงโคจรค้างฟ้า (Geostationary Earth Orbit หรือ GEO) เท่านั้น ซึ่งในปัจจุบัน ตลาดอวกาศโลกได้เปลี่ยนผ่านความต้องการไปสู่ดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit หรือ LEO) เช่น กลุ่มดาวเทียมสื่อสารอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งต้องการวงโคจรที่หลากหลาย รวมถึงวงโคจรขั้วโลก (Polar Orbit) และวงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun-synchronous Orbit) ซึ่งการปล่อยจากเส้นศูนย์สูตรไม่ได้ให้ข้อได้เปรียบใด ๆ เลย

ในทางตรงกันข้าม มิติทาง ภูมิรัฐศาสตร์ กลับเป็นอุปสรรคสำคัญอันใหญ่หลวง การปล่อยจรวดจากอ่าวไทยมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่ออาศัยแรงเหวี่ยงของโลก จะต้องผ่านน่านฟ้าและพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ หรือบรูไน ตามหลักวิศวกรรมการบิน ชิ้นส่วนจรวดท่อนแรก (First Stage) จะต้องถูกสลัดทิ้งและตกสู่พื้นโลก ซึ่งรัศมีของพื้นที่ตก (Drop Zone) มีความเสี่ยงที่จะพาดผ่านน่านน้ำที่มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์สูง หรืออาจตกใกล้ชายฝั่งของประเทศอื่น การเจรจาทางการเมืองระหว่างประเทศเพื่อขออนุมัติเส้นทางบินและพื้นที่ตกของชิ้นส่วนจรวดจึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีโอกาสสำเร็จต่ำมากในสภาวะการเมืองโลกปัจจุบัน

Data Center : จรวดกำลังแยกชิ้นส่วนบนชั้นบรรยากาศส่วนบน ที่มาภาพ: Science Learning Hub

Data Center : จรวดกำลังแยกชิ้นส่วนบนชั้นบรรยากาศส่วนบน ที่มาภาพ: Science Learning Hub

เมื่อพิจารณาในมิติทางเศรษฐศาสตร์และการเมือง โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนระดับแสนล้านบาทเช่นนี้ มักจะขับเคลื่อนด้วยกลุ่มทุนก่อสร้างขนาดใหญ่เป็นหลัก ข้อมูลวิเคราะห์ระบุชัดเจนว่า หากประเทศไทยตัดสินใจที่จะสร้าง Spaceport เม็ดเงินจำนวนมหาศาลจะถูกใช้ไปกับการเทคอนกรีต การสร้างฐานราก และโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดไม่ใช่ประชาชนคนธรรมดาหรือบุคลากรสายวิทยาศาสตร์ แต่คือบริษัทผู้รับเหมารายใหญ่ ในขณะที่โอกาสในการคืนทุนจากการเก็บค่าธรรมเนียมการปล่อยจรวดนั้นริบหรี่อย่างยิ่ง เนื่องจากตลาดโลกมีการแข่งขันที่ดุเดือดโดยหลายเจ้าที่มีความพร้อมมากกว่าและน่าเชื่อถือมากกว่า

ความย้อนแย้งที่น่ากังวลที่สุดในนโยบายอวกาศของไทย คือความไม่สมเหตุสมผลในการจัดสรรงบประมาณและการขาดการสนับสนุนบนฐานคิดทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง ในหลายครั้งเรามักจะเห็นผู้ดำเนินนโยบายบางส่วนพยายามผลักดันโครงการที่ขาดความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอย่างแท้จริง เช่น ความพยายามที่จะเสนอโครงการสร้างดาวเทียมระบุตำแหน่งของตัวเองขึ้นมาเลียนแบบระบบ GPS ของโลก โดยไม่เข้าใจข้อจำกัดทางเทคโนโลยี การจัดสรรคลื่นความถี่ระหว่างประเทศ และต้นทุนมหาศาล ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิดหลักการทางวิศวกรรมและการเมืองระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง

ในทางกลับกัน เยาวชนไทยและนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูงจนสามารถไปคว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันพัฒนาจรวดและเทคโนโลยีอวกาศในระดับโลก กลับไม่ได้รับทุนสนับสนุนที่มั่นคงจากภาครัฐ และต้องใช้วิธีร่อนจดหมายขอระดมทุนจากภาคเอกชนแบบปีต่อปี ความลักลั่นนี้สะท้อนว่านโยบายอวกาศของไทยกำลังมุ่งเน้นไปที่การสร้างภาพลักษณ์ขนาดใหญ่ มากกว่าการพัฒนาทรัพยากรบุคคลทางวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง

หากประเทศไทยต้องการมีที่ยืนในอุตสาหกรรมอวกาศโลก ทางเลือกที่ควรทำเร่งด่วนที่สุดไม่ใช่การสร้างฐานปล่อยจรวด แต่คือการลงทุนใน “ศูนย์ทดสอบมาตรฐานอุตสาหกรรมอวกาศ” (Space Industry Standard Testing Center) โดยเฉพาะการทดสอบชิ้นส่วนโมดูลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสถานีอวกาศหรือดาวเทียมวงโคจรต่ำ

นี่คือขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่ถูกมองข้าม เนื่องจากในปัจจุบัน ความต้องการส่งอุปกรณ์นานาชนิดขึ้นสู่อวกาศเติบโตอย่างมาก แต่สถานทดสอบมาตรฐานที่มีขีดความสามารถสูงและได้รับการยอมรับในระดับสากลกลับมีอยู่อย่างจำกัดและมีค่าบริการที่สูงมาก ประเทศไทยมีความได้เปรียบอย่างยิ่งในด้านต้นทุนการดำเนินงานและโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ขั้นสูงที่สามารถต่อรองได้ เราสามารถสร้างศูนย์ทดสอบที่ครบวงจร ตั้งแต่การทดสอบการสั่นสะเทือน การทดสอบในสภาวะสุญญากาศและความร้อนจัด (Thermal Vacuum Testing) ไปจนถึงการทดสอบความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC Testing) โดยสามารถทำราคาได้ดีกว่าต่างชาติอย่างมากและมีบริการที่ครอบคลุมเกือบทั้งหมด

ศูนย์ทดสอบมาตรฐานอุตสาหกรรมอวกาศ ANU ของประเทศออสเตรเลีย : ที่มาภาพ Spaceaustralia

ศูนย์ทดสอบมาตรฐานอุตสาหกรรมอวกาศ ANU ของประเทศออสเตรเลีย : ที่มาภาพ Spaceaustralia

ข้อดีของการเลือกแนวทางนี้คือ การลงทุนต่ำกว่าการสร้าง Spaceport หลายเท่าตัว สามารถเริ่มดำเนินการและสร้างรายได้เข้าประเทศได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้มีจรวดทั้งลำ และเมื่อศูนย์ทดสอบนี้เริ่มมีเม็ดเงินหมุนเวียนจริงและมีฐานลูกค้าต่างชาติที่ชัดเจน ข้อมูลเชิงประจักษ์เหล่านี้จะเป็นข้อต่อรองสำคัญต่อรัฐสภาเพื่ออนุมัติงบประมาณและสิทธิประโยชน์ในการขยายตัวไปสู่อุตสาหกรรมอวกาศขั้นต่อไปได้อย่างจริงจัง

ประเทศไทยยืนอยู่บนทางแยกสำคัญในการเลือกอนาคตเทคโนโลยีอวกาศของตนเอง การเปลี่ยนผ่านนโยบายจากการไล่ตามความฝันเรื่องฐานปล่อยจรวดขนาดใหญ่ที่ห่างไกลความจริง ไปสู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชิงเทคนิคที่จับต้องได้และตอบโจทย์ตลาดโลกอย่างศูนย์ทดสอบมาตรฐาน คือก้าวแรกที่สมเหตุสมผลและมีประสิทธิภาพสูงสุด การพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศที่แท้จริงต้องไม่ได้เกิดขึ้นจากการสร้างวาทกรรมทางสื่อ แต่ต้องเริ่มต้นจากการสนับสนุนเยาวชน นักวิจัย และซัพพลายเชนในประเทศ เพื่อให้วิทยาศาสตร์นำทางนโยบาย และเปลี่ยนเทคโนโลยีอวกาศให้กลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สร้างรายได้จริง ๆ สำหรับคนไทยทุกคน


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : gistda, thailand


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฐานปล่อยจรวดท่าอวกาศยานท่าอวกาศยานไทยSpaceportAnalyticaอวกาศThai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech Space - AstronomySpace
เตโชดม บุญยะโสมะ

ผู้เขียน: เตโชดม บุญยะโสมะ

เด็กวิทย์หัวใจศิลป์ ที่ตามความฝันด้วยการใช้ศิลปะเพื่อการสื่อสารวิทยาศาสตร์

บทความ NOW แนะนำ