ทำไมคนถึงชอบฟังเรื่องผี ? ถอดรหัสความกลัวด้วยจิตวิทยา


Lifestyle

คมสัน ประมูลมาก

แชร์

ทำไมคนถึงชอบฟังเรื่องผี ? ถอดรหัสความกลัวด้วยจิตวิทยา

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3313

ทำไมคนถึงชอบฟังเรื่องผี ? ถอดรหัสความกลัวด้วยจิตวิทยา

ผี แม้จะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ทราบได้อย่างแน่ชัดว่ามีอยู่จริงหรือไม่ แต่ก็ยังถูกพูดถึงอยู่อย่างเป็นประจำ ในรูปแบบเรื่องเล่าที่ถูกส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริง ตำนานจากสถานที่สุดเฮี้ยน หรือสื่อสยองขวัญในรูปแบบ ละคร ภาพยนตร์ หนังสือ ที่ถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก จึงถือได้ว่าเรื่องผีเป็นความหลงใหลในความกลัวและความตื่นเต้นที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

แต่ทราบไหมครับว่าความรู้สึกกลัวและตื่นเต้นที่เกิดขึ้นนั้น มีรากฐานสืบเนื่องมาจากจิตวิทยา และวิทยาศาสตร์ เป็นแรงผลักดัน เป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกโหยหาเรื่องราวชวนขนหัวลุก ท่ามกลางบรรยากาศในวันฮาโลวีนแบบนี้ ลองมาดูกันว่าความกลัวที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร และทำไมคนถึงชอบฟังเรื่องผี ?

เรื่องผีและวิทยาศาสตร์ ความกลัวเกิดขึ้นได้อย่างไร

สิ่งที่มาคู่กับเรื่องผีก็คือความกลัว เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นทุกครั้งในยามที่เราได้ฟังเรื่องผี โดยในทางวิทยาศาสตร์แล้ว ความกลัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในสมอง เมื่อประสาทของเราสัมผัสรับรู้ถึงภัยคุกคามใด ๆ ข้อมูลนั้นจะถูกส่งตรงไปยังอะมิกดาลา ส่วนเล็ก ๆ ในสมองสมองที่มีส่วนสำคัญในการควบคุมอารมณ์ ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยหลักของสมอง อะมิกดาลาจะทำการประเมินสถานการณ์ทันทีว่าเป็นอันตรายหรือไม่

สมองมีรูปแบบการทำงานอันซับซ้อน

หลังจากประเมินสถานการณ์แล้วจึงสั่งการให้ร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับปฏิกิริยา สู้หรือหนี (Fight-or-Flight) คำสั่งนี้จะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน และฮอร์โมนคอร์ติซอล ฮอร์โมนที่ผลิตในต่อมหมวกไตเพื่อตอบสนองต่อความเครียด ความกลัว หรือความตื่นเต้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น การหายใจถี่ขึ้น รูม่านตาขยาย และกล้ามเนื้อเกร็งตัว เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมรับมือหรือหลบหนี

หลังจากนั้นไม่นาน ข้อมูลก็จะถูกส่งต่อไปยังสมองส่วนหน้าเพื่อทำการคิดวิเคราะห์ ตรวจสอบซ้ำข้อมูลที่ถูกส่งมา หากสมองส่วนนี้ประเมินแล้วว่าภัยคุกคามนั้นไม่เป็นอันตรายจริง ๆ ก็จะส่งสัญญาณกลับไปยับยั้งการทำงานของอะมิกดาลา ทำให้ปฏิกิริยาทางกายสงบลงและเกิดความรู้สึกโล่งใจตามมา จากขั้นตอนดังกล่าวจะเห็นได้ว่าความกลัวคือแรงกระตุ้นที่สำคัญที่สุด ให้สมองเกิดการการทำงานจนนำไปสู่การเกิดปฏิกิริยาของร่างกาย ถ้าไม่มีความกลัวก็จะไม่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

เรื่องผีและจิตวิทยา การจัดการกับความกลัวของมนุษย์

เมื่อสามารถอธิบายการทำงานของสมองในยามที่เกิดความกลัวได้แล้ว ก็นำไปสู่มุมมองทางด้านจิตวิทยา โดยในทางจิตวิทยาการชอบฟังเรื่องผีสามารถอธิบายได้ด้วยหลากหลายทฤษฎี โดยมีทฤษฎีเด่น ๆ ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

มนุษย์แสวงหาความตื่นเต้น เพื่อจัดการกับความหวาดกลัว

  • ทฤษฎีการจัดการความหวาดกลัว (Terror Management Theory - TMT) ทฤษฎีนี้ชี้ให้เห็นว่าว่ามนุษย์มีแรงจูงใจอย่างลึกซึ้งในการจัดการกับความหวาดกลัว ที่เกิดจากการตระหนักถึงความตายของตนเอง เรื่องผีคือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตหลังความตาย วิญญาณ และสิ่งที่ไม่รู้ สิ่งที่เราไม่เคยเห็น จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้เราเผชิญหน้าและประมวลผลกับความกลัว ให้เราสามารถจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจได้ในระหว่างการฟังเรื่องผี จนเกิดเป็นความสามารถในการบรรเทาความกลัวให้หายไปชั่วคราว
  • ทฤษฎีการเร้าอารมณ์ (Arousal Theory) ทฤษฎีนี้สามารถใช้อธิบายถึงความสนุกสนานในการฟังเรื่องสยองขวัญโดยเน้นที่ปฏิกิริยาทางกายภาพและอารมณ์ เป็นการกระตุ้นการตอบสนองแบบสู้หรือหนี (fight-or-flight) อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ทำให้เกิดการหลั่งสารเคมีในสมองอย่างอะดรีนาลีน และคอร์ติซอล จนทำให้สมองเกิดการตื่นตัว เพิ่มสมาธิและปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นสมองจะทำการหลั่งสารโดปามีนเป็นการให้รางวัล ทำให้เรารู้สึกดี มีความสุขตามมา แต่ถึงอย่างไรก็ตามความกลัวที่เกิดขึ้นผ่านการฟังเรื่องผีไม่ได้เป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริง ตัวเราไม่ได้ไปอยู่ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องเล่า จึงเป็นความกลัวที่ปลอดภัย การนิยมฟังเรื่องผีจึงอาจเกิดจากความต้องการในการฟังเรื่องราวที่ตื่นเต้นเพื่อให้สมองให้รางวัลด้วยหลั่งโดปามีน เมื่อได้รางแล้วมีความสุข ก็อยากได้อีก เกิดความต้องการให้ความกลัวเกิดขึ้นซ้ำอีก ในจุดนี้ก็จะทำให้เราสามารถตอบคำถามได้แล้วว่า ทำไมคนถึงชอบฟังเรื่องผี
  • ทฤษฎีการระบายออก (Catharsis) ความกลัวคือความรู้สึกที่เกิดขึ้นอยู่ในจิตใจ บางครั้งมนุษย์ก็มีความจำเป็นที่จะต้องระบายความกลัวเหล่านั้นออกมา การได้ฟังเรื่องผีจึงเป็นการการระบายออกของความกลัวที่สะสมเอาไว้ ซึ่งนอกจากการระบายออกแล้ว เรายังสามารถนำเรื่องผีมาเป็นสถานการณ์เปรียบเทียบกับสถานการณ์จริงในชีวิตของเรา ที่มีความอันตรายน้อยกว่า มีความปลอดภัยมากกว่า เป็นการสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้เกิดขึ้นภายในจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการ

เรื่องผีที่ทำให้ความกลัวกลายเป็นความสุข

จากหลักการทางวิทยาศาสตร์และมุมมองทางจิตวิทยาน่าจะพอทำให้เราทราบได้ว่า เมื่อเราฟังเรื่องผี ความกลัวจะถูกส่งไปยังอะมิกดาลาอย่างรวดเร็ว เพื่อประเมินภัยคุกคามจนเกิดความตื่นตัว หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออก ขนลุก และเมื่อข้อมูลถูกส่งไปประมวลผลในสมองส่วนหน้าก็จะพบว่าความกลัวที่เกิดขึ้นนั้นมาจากเรื่องเล่า ไม่ได้มีความอันตราย และเมื่อฟังเรื่องผีจบลงหรือผ่านพ้นช่วงที่น่ากลัวที่สุดไปได้ สัญญาณความกลัวของอะมิกดาลาจะถูกยับยั้ง พร้อมกันนั้นสมองก็จะทำการหลั่งโดปามีนออกมา ทำให้รู้สึกดี และพึงพอใจ

เรื่องผีไม่ได้เป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเรา

จะเห็นได้ว่าความกลัวที่ปลอดภัยสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อความรู้สึกให้กับมนุษย์ได้ กระตุ้นปฏิกิริยาให้ผลลัพธ์เชิงบวก สร้างความสุขผ่านการหลั่งสารโดปามีนที่ทำให้เกิดความรู้สึกโล่งใจ เปลี่ยนจากสภาวะตื่นตัวสุดขีดไปสู่สภาวะผ่อนคลาย สบายใจ มีความสุข การฟังเรื่องผีจึงเป็นเหมือนการฝึกฝนระบบความกลัวของสมองในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ (ปลอดภัย) ทำให้ได้รับทั้งความตื่นเต้นทางกายภาพจากอะดรีนาลีน และความสุขทางจิตใจจากโดปามีน เป็นกลไลที่ทำให้เราอยากฟังเรื่องผีอีกครั้งนั่นเอง 

ติดตามเนื้อหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

อ้างอิง

  • Halloween คุยเรื่องผี ๆ แบบจิตวิทยา เรื่องที่ว่าปรากฏการณ์เกี่ยวกับ “ผี” / มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • วิทยาศาสตร์เบื้องหลังผู้คนที่ชื่นชอบความกลัว / สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรื่องผีผีวันฮาโลวีน
คมสัน ประมูลมาก

ผู้เขียน: คมสัน ประมูลมาก

นักดื่มกาแฟที่เขียนบทความได้นิดหน่อย

บทความ NOW แนะนำ