กลายเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ แต่เกิดกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างมาก สำหรับ Walk for Peace กิจกรรมการเดินเท้าของคณะสงฆ์เอเชีย ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อ 11 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา ทว่าเป็นระยะเวลากว่า 108 วันที่สร้างความสนใจให้กับผู้คนจำนวนมาก มากไปกว่านั้น คือ แรงศรัทธา และการตอบรับใน “สันติภาพ” อันเป็นหัวใจสำคัญของภารกิจครั้งนี้
Thai PBS ย้อนดูเรื่องราวของคณะสงฆ์นี้ ระยะทางกว่า 3,700 กิโลเมตร ที่ก้าวเดินไป ได้สร้างเรื่องราวอันน่าประทับใจใดขึ้นบ้าง
Walk for Peace จุดเริ่มต้นคือสันติภาพ ทุก ๆ ก้าวล้วนมีความหมาย
เพราะโลกในวันนี้ เต็มไปด้วยความรุนแรง การห้ำหั่น เข่นฆ่า และความบาดหมางต่อกัน เป็นที่มาให้กลุ่มพระสงฆ์เอเชียที่พำนักอยู่ในสหรัฐอมริกา จำนวนกว่า 19 รูป ร่วมใจกันเดินออกธุดงค์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของ “สันติ” และ “ความสงบ”
โดยคณะสงฆ์กลุ่มดังกล่าว นำโดย พระปันนากะระ (Bhikkhu Paññākāra) ซึ่งเป็นพระสงฆ์เวียดนาม ที่พำนักและปฏิบัติธรรมในสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นอออกเดินเท้าตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2568 จากเมืองฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส เพื่อเดินเท้าผ่าน 10 รัฐในสหรัฐอเมริกา มุ่งหน้าสู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กินระยะทางรวมกว่า 3,700 กิโลเมตร
ฉันหวังว่าเมื่อการเดินครั้งนี้สิ้นสุดลง ผู้คนที่เราได้พบเจอจะยังคงฝึกฝนการมีสติ และค้นพบความสบสุขต่อไป
พระปันนากะระ ได้กล่าวเอาไว้ และนี่คือสารที่คณะสงฆ์กลุ่มนี้ต้องการ “สื่อ” ออกไปยังผู้คน ตลอดระยะการเดินด้วยเท้าเปล่าครั้งนี้

Walk for Peace ความเงียบที่กลายเป็นกระแสให้โลกเหลียวมอง
บนระยะทางกว่า 3,700 กิโลเมตร ไม่มีเวทีปราศรัย ไม่มีคำขวัญเชิญชวน ไม่มีการส่งเสียงเรียกร้อง เหล่าคณะสงฆ์ต่างเดินเท้าด้วยความสงบ บางครั้งเจอกับการต่อต้านหรือถูกแจ้งตำรวจ กระทั่งเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เมื่อพระ 2 รูปในคณะถูกรถยนต์ชน พระรูปหนึ่งบาดเจ็บเล็กน้อย แต่อีกรูปหนึ่งบาดเจ็บสาหัส จนต้องตัดขาข้างหนึ่งทิ้ง ซึ่งปรากฏคำพูดของพระรูปนั้นว่า “การเสียขาไป หากมันช่วยเผยแผ่สาส์นแห่งสันติภาพและความสามัคคีได้ ก็นับว่าคุ้มค่า”
จากประโยคดังกล่าว กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คน โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ต่างหันมาสนใจคณะสงฆ์ จนเกิดปรากฎการณ์สำคัญ มีผู้คนเข้าไปคอมเมนต์ในเพจ Walk for Peace อย่างมากมาย และมีผู้ติดตามทะลุหลักล้านในเวลาอันรวดเร็ว (ปัจจุบันเพจ Walk for Peace มีผู้ติดตามกว่า 2.9 ล้านคน)

ข่าวคราวการเดินเพื่อสันติภาพของคณะสงฆ์ กลายเป็นกระแสสังคมให้ผู้คนหันมาสนับสนุน ในหลายที่ที่คณะสงฆ์ธุดงค์ มีผู้คนมากมายให้การต้อนรับ บางพนมมือไหว้ โบสถ์คริสต์บางแห่งยินดีให้คณะสงฆ์เข้าพัก ตำรวจหลายพื้นที่ เข้ามาอำนวยความสะดวก รวมถึงแพทย์จากโรงพยาบาล อาสามาตรวจร่างกายให้พระสงฆ์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ดูเหมือนว่า การเดินที่เงียบที่สุด กลับสร้างอิมแพกต์อันทรงพลัง ประการที่สำคัญ คือการสร้าง “ความศรัทธา” ให้เกิดขึ้นกับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ในเวลาอันรวดเร็ว

Walk for Peace คณะสงฆ์, สันติภาพ และสุนัขตัวหนึ่ง
เรื่องราวการเดินเท้าของคณะสงฆ์ แพร่กระจายไปในวงกว้าง ทว่ากลับยิ่งเพิ่มเติมการรับรู้มากขึ้นไปอีก เมื่อปรากฏสุนัขตัวหนึ่ง เดินทางไปพร้อม ๆ กับคณะสงฆ์ครั้งนี้ด้วย มันมีชื่อว่า “อาโลกะ” (Aloka) เป็นสุนัขที่เคยเดินทางร่วมกับพระปันนากะระ มาแล้ว เมื่อครั้งการเดินเพื่อสันติภาพที่อินเดีย ในปี 2022
เจ้าอาโลกะเป็นสุนัขจรที่มาร่วมเดินทางด้วยตลอด 120 วันที่อินเดีย กระทั่งมาถึงการเดินเพื่อสันติภาพที่สหรัฐอเมริกา เจ้าอาโลกะก็ติดสอยห้อยตามมาในกิจกรรมนี้ด้วยเช่นกัน

อาโลกะ เป็นชื่อที่พระปันนากะระตั้งให้กับมัน เป็นภาษาบาลี แปลว่า แสงสว่าง มันมีจุดสังเกตคือ มีลายสีขาวคล้ายรูปหัวใจบริเวณหน้าผาก ทำให้ถูกมองว่า เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและสันติภาพ
ตลอดระยะทางที่เดินทางร่วมกับคณะสงฆ์ อาโลกะได้รับความสนใจ รวมทั้งได้รับความเอ็นดูจากผู้คนมากมาย และถูกเรียกขานว่า Aloka the Peace Dog
อาโลกะเสมือนแสงที่ช่วยส่องให้ผู้คน “เห็น” คณะสงฆ์ยามออกเดินทางกว่า 3,700 กิโลเมตร แต่เหนือสิ่งอื่นใด ไม่ว่าจะเป็นสุนัขก็ดี หรือคณะสงฆ์ก็ดี ล้วนเป็น “แสงสว่าง” ที่ส่องเข้ามาในหัวใจของผู้คน ให้ได้เห็นความขุ่นมัวที่เกาะกินจิตใจมายาวนาน และพร้อมที่จะขจัดมันออกไปในที่สุด
Walk for Peace ไม่ใช่ครั้งแรกของการออกธุดงค์เพื่อสันติภาพ
Walk for Peace ถูกใช้เรียกกิจกรรมของคณะสงฆ์จำนวน 19 รูป ทว่าที่ผ่านมา เคยมีกิจกรรมทำนองดังกล่าว ที่ได้รับการเรียกขานต่างกรรม ต่างวาระกันออกไป อาทิ ในช่วงปี 1960 เคยมีพระญี่ปุ่นออกเดินเพื่อสันติภาพ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ยังเคยมีพระจากเวียดนาม ที่ออกเดินในสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่ช่วงหลังสงครามเวียดนามเป็นต้นมา
ที่ผ่านมา ยังเคยมีพระสงฆ์ไทย นามว่า พระสุธรรม ฐิตธัมโม เคยออกธุดงค์ โดยเดินเท้ากว่า 5,000 กิโลเมตร เป็นเวลา 121 วัน จากแคลิฟอร์เนียถึงนิวยอร์กเมื่อปี 2019 ส่วนหนึ่งเพื่อการบำเพ็ญเพียร และเป็นสัญลักษณ์ของการดึงสันติภาพในใจผู้คน
แม้จะเกิดขึ้นต่างกรรม ต่างวาระ แต่การเดินเท้าออกธุดงค์ในหนทางไกล ล้วนมีจุดหมายเดียวกัน คือ การสร้างสันติภาพ แม้หลายครั้ง หนทางที่เจอ อาจต้องพบกับอุปสรรค หรือการขัดขวางจากผู้คนที่ไม่เข้าใจ แต่เหล่าคณะสงฆ์กลับมีคำอธิบาย การเดินครั้งนี้ไม่ใช่การประท้วง และไม่ใช่การเผยแผ่ศาสนา แต่เป็นการเดินเพื่อปลุก “สันติสุข” ที่ซ่อนอยู่ในตัวเราทุกคน นำออกมาให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น

Walk for Peace สันติสุขที่อยู่ในใจ และความเรียบง่ายของมนุษย์
แม้จะเป็นกิจกรรมของเหล่าคณะสงฆ์เพียงไม่กี่รูป ทว่า Walk for Peace ได้รับความสนใจจากสื่อระดับโลกมากมาย กลายเป็นไวรัลที่กระจายไปทั่วโลก ทว่าในแสงสปอตไลต์ที่ฉายส่องไปที่ “คณะสงฆ์” กลับเทียบไม่ได้กับ “แสงสว่าง” ที่เกิดขึ้นกับผู้คนต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา ที่สะท้อนออกมาเป็นประโยคคำพูด ตลอดจนคอมเมนต์มากมายในเพจ Walk for Peace
“พระสงฆ์เหล่านี้ไม่ได้พยายามชักชวนใครให้เปลี่ยนความเชื่อหรือศาสนาใด ๆ พวกท่านเพียงต้องการสอนโลกเกี่ยวกับความรัก ความเมตตา และความกรุณา และสอนว่าเราควรดูแลกันและกัน ไม่ว่าคุณจะมีสีผิวอะไร หรือเลือกนับถือศาสนาใด”
“เราอาจไม่สามารถกอบกู้โลกทั้งใบได้ แต่เราสามารถเป็นสันติภาพได้เอง ให้แก่กันและกัน และแก่โลกของเรา หากนั่นคือเจตจำนงและการปฏิบัติของเรา”
"ขอให้ท่านปลอดภัยและอบอุ่น ขอบคุณสำหรับการเดินเพื่อสันติภาพ เราต้องการสิ่งนี้อย่างยิ่งในโลกของเราตอนนี้"

Walk for Peace คือภาพคณะสงฆ์แห่งพุทธศาสนา ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมา คือ “สันติภาพ” ที่ไม่มีศาสนามาแบ่งกั้น ประการที่สำคัญ คือ แรงศรัทธา ที่ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนไหน ย่อมเกิดขึ้นได้ หาก “ผู้คน” มีศรัทธา
ความดี ไม่ต้องมีสัญชาติ ความเมตตา ไม่ต้องมีศาสนา และสันติภาพ บางครั้งก็มาในรูปของการเดินเงียบ ๆ
Walk for Peace ไม่ใช่แคมเปญสวยหรู แต่คือภาพสะท้อนของการกระทำที่เรียบง่าย ตลอดจนการสร้างสันติภาพนั้น บางครั้งไม่ได้เกิดขึ้นจากภายนอก แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากภายใน “จิตใจ” ของเรา
Peace is not coming from the outside world. It’s inside.
การเดินเท้ากว่า 3,700 กิโลเมตร อาจเป็นสัญลักษณ์แห่งการสร้างสันติภาพ แต่แท้ที่จริงแล้ว สันติภาพไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล แค่เดินกลับเข้ามาในใจ
ขอเพียงรู้ตัว รู้เท่าทันความคิด เมื่อนั้น โลกที่สงบก็อยู่แค่ตรงหน้า เท่านั้นเอง…
อ้างอิง
- “Walk for Peace ย่างเพื่ออยู่เย็น” / ประภาส ชลศรานนท์
- Buddhist monks' 108-day Walk for Peace ends in Washington DC / BBC
ดูสารคดี ตามรอยพระพุทธเจ้า 2 : ไตรปิฎก คำสอนมีชีวิต ตอน ธุดงค์กำจัดกิเลส



















