ไวรัสร้ายจาก “เห็บ” โดนกัดเสี่ยงสมองอักเสบอันตรายถึงชีวิตจริงหรือ?


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

จิราภพ ทวีสูงส่ง

แชร์

ไวรัสร้ายจาก “เห็บ” โดนกัดเสี่ยงสมองอักเสบอันตรายถึงชีวิตจริงหรือ?

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3708

ไวรัสร้ายจาก “เห็บ” โดนกัดเสี่ยงสมองอักเสบอันตรายถึงชีวิตจริงหรือ?

“เห็บกัด” แม้หลายคนอาจคิดว่าเป็นปัญหาทั่วไปที่เกิดกับสัตว์เลี้ยง แต่ในความเป็นจริง เห็บสามารถเป็นพาหะนำเชื้อโรคได้ทั้งในสัตว์และในคนบางชนิดทำให้เกิดไข้สูง เกล็ดเลือดต่ำ หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

ขณะเดียวกันในสัตว์เลี้ยงเอง เห็บยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคพยาธิเม็ดเลือด ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ซึม เบื่ออาหาร และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้นการรู้เท่าทันความเสี่ยงและเข้าใจวิธีป้องกันที่ถูกต้อง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามและหลายคนอาจจะยังสงสัยว่าเห็บสามารถแพร่เชื้อโรคอะไรได้บ้าง คนจะติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงโดยตรงได้หรือไม่

หากถูกเห็บกัดควรสังเกตอาการอย่างไร และการป้องกันที่ได้ผลจริงควรทำแบบไหน ชวนทำความเข้าใจเรื่องโรคจากเห็บให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถดูแลตัวเองและสัตว์เลี้ยงได้อย่างถูกวิธี และลดความเสี่ยงก่อนจะสายเกินไป ชวนอ่านความรู้ในเรื่องนี้จากนายสัตวแพทย์ เกษตร สุเตชะ สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทางสัตวแพทย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อาการและวิธีสังเกตหากถูกเห็บกัด เสี่ยงสมองอักเสบ

หากถูกเห็บกัด อาการสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังในคนคือการมีไข้สูง และอาจพบภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งหากมีอาการรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้

ประเด็นสำคัญที่ต้องสังเกตคือ เห็บสามารถเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคสมองอักเสบ ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรง ดังนั้นหากถูกเห็บกัด ควรสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างใกล้ชิด และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต

นอกจากนี้ การสังเกตอาการในสัตว์เลี้ยงก็มีความสำคัญเช่นกัน เนื่องจากเห็บเป็นสาเหตุของโรคพยาธิเม็ดเลือดในสัตว์ โดยสัตว์จะมีอาการซึม เบื่ออาหาร และภาวะโลหิตจาง ซึ่งหากพบอาการเหล่านี้ในสัตว์เลี้ยงควรรีบจัดการเพื่อลดความเสี่ยงที่เห็บจะมาหมักหมมและแพร่เชื้อสู่คน การเข้าใจความเสี่ยงและวิธีป้องกันที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อลดความเสี่ยงก่อนจะสายเกินไป

คนสามารถติดเชื้อไวรัสจากสัตว์เลี้ยงโดยตรงได้ไหม?

โดยปกติแล้ว คนมักไม่ได้ติดเชื้อไวรัสเหล่านี้จากสัตว์เลี้ยงโดยตรงผ่านการสัมผัส แต่เป็นการติดต่อโดยมี “เห็บ” เป็นพาหะ (Vector) นำเชื้อ

รายละเอียดสำคัญที่ควรทราบ

- เห็บเป็นตัวกลาง: เห็บสามารถนำเชื้อโรคไปสู่ได้ทั้งคนและสัตว์บางชนิด โดยเชื้อที่เห็บนำมาสู่คนอาจทำให้เกิดไข้สูง เกล็ดเลือดต่ำ หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอย่างสมองอักเสบได้

- ความเสี่ยงจากสัตว์เลี้ยง: แม้จะไม่ใช่การติดเชื้อโดยตรงจากตัวสัตว์ แต่สัตว์เลี้ยงที่มีเห็บหมักหมมจะเป็นแหล่งที่ทำให้เห็บกระจายตัวมาสู่คนได้ง่ายขึ้น หากสัตว์เลี้ยงไม่ได้รับการป้องกันเห็บที่ถูกต้อง

- ความแตกต่างของโรค: ในสัตว์เลี้ยง เห็บมักเป็นสาเหตุของ โรคพยาธิเม็ดเลือด ซึ่งทำให้สัตว์มีอาการโลหิตจาง ซึม และเบื่ออาหาร

ดังนั้น วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือการทำความเข้าใจเรื่องโรคจากเห็บและดูแลสัตว์เลี้ยงให้ถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงที่เห็บจะนำเชื้อมาสู่คน

การป้องกันและจัดการอย่างถูกวิธีเมื่อถูกเห็บกัด

การเข้าใจวิธีป้องกันและจัดการอย่างถูกวิธีเมื่อถูกเห็บกัดเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคร้ายแรง เช่น โรคสมองอักเสบ หรือภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต รู้จัก 4 วิธีปฏิบัติในการดึงเห็บออกจากผิวหนังที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

1. ใช้แหนบปลายแหลม: ให้ใช้แหนบคีบเห็บให้ใกล้ผิวหนังมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (เน้นคีบที่ส่วนหัวหรือส่วนปาก)

2. ดึงขึ้นตรง ๆ: ใช้แรงดึงที่สม่ำเสมอและมั่นคง ดึงเห็บขึ้นในแนวตรงจากผิวหนัง ห้ามบิด หมุน หรือกระชาก เพราะอาจทำให้ส่วนปากของเห็บหลุดค้างอยู่ในผิวหนัง ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อตามมาได้

3. ทำความสะอาดแผล: หลังจากดึงเห็บออกแล้ว ให้ล้างบริเวณที่ถูกกัดและมือด้วยแอลกอฮอล์ น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือสบู่และน้ำสะอาด

4. การจัดการกับเห็บ: ไม่ควรใช้มือบี้เห็บที่ดึงออกมา เพราะอาจสัมผัสเชื้อโรคได้ แนะนำให้ทิ้งในแอลกอฮอล์ หรือใส่ในภาชนะที่ปิดสนิท

ถูกเห็บกัดต้องไปหาหมอทันทีเลยไหม?

อาจจะไม่ต้องไปพบแพทย์ทันทีในทุกกรณีที่ถูกเห็บกัด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเห็บสามารถเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคสมองอักเสบซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้

ควรไปพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ดังนี้

- มีไข้สูง: หากหลังจากถูกเห็บกัดแล้วเริ่มมีไข้สูงควรรีบไปพบแพทย์ เพราะเห็บอาจนำเชื้อที่ทำให้เกิดไข้และภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

- อาการผิดปกติอื่น ๆ: เช่น มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรืออาการที่บ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

การรู้เท่าทันความเสี่ยงและสังเกตอาการอย่างถูกต้อง จะช่วยให้เราได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและลดความเสี่ยงก่อนจะสายเกินไป หากไม่แน่ใจหรือมีความกังวลเกี่ยวกับบาดแผลหรือความเสี่ยงจากการติดเชื้อ การปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่ควรทำ

วิธีป้องกันเห็บกัด

วิธีการป้องกันเห็บกัดคือเน้นจัดการที่ต้นเหตุ สร้างความความตระหนักรู้ เพื่อลดความเสี่ยงก่อนที่จะเกิดอันตรายรุนแรง ดังนี้

- การดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง: เนื่องจากเห็บเป็นพาหะนำโรคทั้งในคนและสัตว์ การดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ให้เป็นแหล่งหมักหมมของเห็บจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก หากสัตว์เลี้ยงมีอาการซึม เบื่ออาหาร หรือโลหิตจาง อาจเป็นสัญญาณของโรคพยาธิเม็ดเลือดจากเห็บ ซึ่งต้องรีบจัดการเพื่อป้องกันไม่ให้เห็บแพร่กระจายมาสู่คนในบ้านได้

- การรู้เท่าทันความเสี่ยงและสังเกตอาการ: วิธีป้องกันที่ได้ผลคือการเข้าใจว่าเห็บสามารถนำเชื้อไวรัสร้ายแรงที่ทำให้เกิดโรคสมองอักเสบ ไข้สูง และภาวะเกล็ดเลือดต่ำมาสู่คนได้ การมีความรู้เรื่องโรคจะช่วยให้เราเฝ้าระวังตนเองและสัตว์เลี้ยงได้อย่างถูกวิธี และลดความเสี่ยงก่อนจะสายเกินไป


 ชมคลิป : ไวรัสร้ายจากเห็บ โดนกัดเสี่ยงสมองอักเสบอันตรายถึงชีวิตจริงหรือ ?


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เห็บกัดเห็บเห็บหมัดเห็บหมัดแมวเห็บหมัดหมาเห็บหมาสมองอักเสบสัตว์เลี้ยงวิทย์น่ารู้วิทยาศาสตร์น่ารู้วิทยาศาสตร์Thai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech Science
จิราภพ ทวีสูงส่ง

ผู้เขียน: จิราภพ ทวีสูงส่ง

"เซบา บาสตี้" เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover (ติดต่อ jiraphobT@thaipbs.or.th)

บทความ NOW แนะนำ