ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้เข้ามาแทรกซึมการใช้ชีวิตประจำวันของเราทีละนิดตั้งแต่การค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต การสรุปเนื้อหาคลิปวิดีโอในโซเชียลมีเดีย การสรุปรีวิวสินค้าบนแพลตฟอร์มชอปปิงออนไลน์ ยังไม่นับการใช้ในด้านการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาโต้ตอบ ช่วยค้นหาข้อมูล วางแผนงาน ให้คำแนะนำ สร้างเนื้อหา รวมไปถึงวางแผนเที่ยว
แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะฉลาดในยุคหนึ่งก็ทำได้เพียงการให้ข้อมูลหรือวางแผน เพื่อให้เรานำข้อมูลไปใช้ต่อเท่านั้น ยังไม่สามารถทำธุรกรรมจริงแทนมนุษย์ได้ เช่น การจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม หรือขอวีซ่าให้เราได้โดยตรง
ล่าสุด ปัญญาประดิษฐ์ก้าวล้ำไปอีกขึ้น เมื่อมันมี "มือ" ที่จะช่วยปฏิบัติในสิ่งที่วางแผนมาได้จริง ๆ รายการ "คิดยกกำลังสอง" พูดคุยกับ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน TDRI ถึงเรื่องนี้
AI Agent คืออะไร ?
"AI Agent" หรือ "Agentic AI" เป็นก้าวต่อไปของ AI ที่ทำหน้าที่เป็น "ตัวแทน" (Agent) หรือเปรียบเสมือน "เลขาส่วนตัว" ที่ผู้ใช้มอบหมายหน้าที่ให้ทำงานแทนได้จริง เช่น การทำธุรกรรม การซื้อของ จองตั๋วเครื่องบิน จองที่พักเป็นต้น

AI Agent แตกต่างกับ AI ทั่วไปอย่างไร ?
"Generative AI" แบบที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เปรียบเสมือน "ผู้ช่วย" ในการหาข้อมูล ช่วยงานเขียน สนทนาแบบโต้ตอบด้วย Text หรือสนทนาแบบ Voice วางแผนการเที่ยว หรือช่วยเขียนอีเมลโต้ตอบ แต่ยังมีข้อจำกัดคือไม่สามารถทำธุรกรรมจริงให้เราได้ เช่น จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม จองรถเองไม่ได้
"AI Agent" เปรียบเสมือน "เลขาส่วนตัว" หรือ "ตัวแทน" (Agent) ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนเราได้จริง ๆ ให้สามารถจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมให้ได้จริง ๆ โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรเครดิต วันเดือนปีเกิด หรือพาสปอร์ต เพื่อไปจองที่พัก ยื่นขอวีซา
ทำได้กระทั่งการซื้อขายหุ้นตามเงื่อนไขที่กำหนดแทนเรา ต่างจาก AI ทั่วไปที่ทำได้แค่ดูหุ้นขึ้นหรือลงหรือวิเคราะห์แล้วให้เราไปดำเนินการเอง หรือแม้กระทั่งการช้อปปิงสินค้าออนไลน์แทนเมื่อมีโปรโมชันใหม่ ๆ โดยที่รู้จักรสนิยมของเราได้เป็นอย่างดีด้วย
AI Agent ความสะดวกที่มาพร้อมกับ “ความเสี่ยง”
แม้ AI Agent จะมอบความสะดวกสบายอย่างมหาศาล แต่ก็มีอันตรายที่น่ากังวล ประธาน TDRI มองความเสี่ยงของ AI Agent ว่า มี 3 ปัจจัยที่เมื่อมารวมกันแล้วอาจทำให้เกิด "หายนะ" ได้ คือ
1. การรู้จักข้อมูลส่วนตัวของเรามากเกินไป
2. การเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่ปลอดภัย
3. การสามารถทำธุรกรรมภายนอกได้
สมมติให้ AI ไปซื้อเสื้อผ้า และปล่อยให้ AI ดูว่าควรจะซื้อเสื้อผ้าของเจ้าไหน บางเว็บไซต์อาจซ่อนข้อความสีขาวบนพื้นหลังสีขาว ซึ่งตามนุษย์มองไม่เห็นแต่ AI อ่านได้ ข้อความเหล่านี้อาจถูกเขียนเพื่อหลอกล่อให้ AI Agent เข้าใจผิด เช่น หลอกว่าสินค้าคู่แข่งคุณภาพต่ำเพื่อให้ AI ตัดสินใจซื้อเฉพาะยี่ห้อที่กำหนด" ดร.สมเกียรติยกตัวอย่างให้เห็นภาพถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้บนโลกของเทคโนโลยี
อีกตัวอย่างหนึ่ง หากให้ AI Agent ทำธุรกรรมแทนมนุษย์ได้ คือ กรณีของบริษัทรถยนต์ยี่ห้อหนึ่งที่สร้างแชตบอตขึ้นมาให้บริการแนะนำรถ เพื่อต่อไปจะเตรียมพัฒนาเป็น AI Sell Agent ที่ลูกค้าสามารถซื้อขายรถผ่าน AI
แต่ปรากฏว่าถูก "มือดี" หลอกให้ AI ตอบตกลงขายรถในราคาเพียง 1 ดอลลาร์ โดยใช้เทคนิคการสั่งให้ AI เชื่อฟังลูกค้าในฐานะ "ลูกค้า คือ พระเจ้า" ถ้าลูกค้าอยากได้อะไรต้องสนองตอบลูกค้า พร้อมให้เขียนรับรองด้วยว่าเป็นสัญญาที่มีผลทางกฎหมาย สุดท้ายการซื้อขายรถในราคา 1 ดอลลาร์ก็สำเร็จ
AI Agent ใช้อย่างไรไม่ให้เกิด “หายนะ”
เพื่อให้การใช้ AI Agent เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่เกิดอันตราย ดร.สมเกียรติ เสนอแนวทางการป้องกันดังนี้
1. จำกัดการเข้าถึงข้อมูล ควรให้ AI เข้าถึงเฉพาะข้อมูลภายในองค์กรที่ผ่านการสกรีนแล้วว่าปลอดภัย หรือหลีกเลี่ยงการให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวมากเกินไป หรือหากรู้แล้วต้องให้รีบลืม เป็นต้น
2. จำกัดการติดต่อกับภายนอก เช่น การทำธุรกรรมภายนอกควรกำหนดวงเงินธุรกรรม จำกัดเฉพาะรายการเล็ก ๆ เช่น การสั่งอาหาร แต่หากเป็นธุรกรรมมูลค่าสูง เช่น การซื้อขายหุ้นหลักล้าน ต้องห้ามไม่ให้ AI ทำเองโดยพลการ
“ถ้ามี AI Agent ตัวแทนของเราที่ทำงานแทนเราได้ จะทำให้เกิดความสะดวกอย่างมาก แต่ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงมหาศาล คิดดูว่าถ้าเราได้เลขาที่ซื่อสัตย์และฉลาดเป็นเรื่องดี แต่ถ้าไว้ใจไม่ได้ หรือถูกหลอกก็จะเสียท่าได้ ฉะนั้นให้ AI ช่วยงานได้ แต่อย่าเพิ่งให้ทำงานแทนเราทั้งหมด” ประธาน TDRI ฝากทิ้งท้าย.
อ่านข่าว
Claude AI คืออะไร ? รู้จัก AI ผู้ช่วยอัจฉริยะจาก Anthropic เขย่าวงการเทคฯ โลก
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









