ฝีมือคนไทยไม่ธรรมดา! สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) หรือ NARIT ส่งมอบอุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย “CE-7 MATCH” สำหรับวัด “รังสีคอสมิก” ให้กับประเทศจีน เพื่อนำไปติดตั้งกับยานโคจรรอบดวงจันทร์ในภารกิจฉางเอ๋อ 7 ที่เตรียมขึ้นสู่อวกาศเดือนสิงหาคม ปี 2569 โดยเครื่องนี้จะมีความน่าสนใจ-ไทยได้ประโยชน์อย่างไร? ไปฟังความรู้จาก ศ. ดร.เดวิด รูฟโฟโล ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีคอสมิกและอนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล
เครื่องวัดอนุภาคพลังงานสูง “รังสีคอสมิก” ฝีมือไทย
เป็นครั้งแรกที่จะมีอุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย “CE-7 MATCH” ไปวัดรังสีคอสมิกในอวกาศ บนดวงจันทร์ไปกับยานโคจรรอบดวงจันทร์ในภารกิจฉางเอ๋อ 7 โดยสามารถวัดอนุภาคทั้งที่มาจากด้านบนและที่ชนกับพื้นผิวดวงจันทร์แล้วกระเด้งมากระทบที่เครื่องด้วย ซึ่งมีเอกลักษณ์คือสามารถวัดอิเล็กตรอนถึงระดับ 100 MVBs (Multivesicular bodies มักวัดขนาดด้วยหน่วยนาโนเมตร “nm” โดยทั่วไป Exosomes ที่อยู่ภายใน MVB จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50-100 นาโน)
ที่สำคัญไม่เคยมีประเทศไหนวัดรังสีคอสมิกอย่างต่อเนื่องมาก่อน สำหรับอุปกรณ์ “CE-7 MATCH” ของจริง ได้ส่งมอบให้กับประเทศจีนเรียบร้อยแล้ว พร้อมไปดวงจันท์กับยานฉางเอ๋อ 7 ที่จะ Launch ในเดือนสิงหาคม 2569 ที่เกาะไห่หนาน ประเทศจีน
ประเทศไทย ได้อะไรจากเครื่องวัดนี้?
ไทยจะได้ในเรื่องของ “วิศวกรรม” ช่วยให้ “วิศวกรไทยไทย” ได้ฝึกที่จะสร้างเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องวัด หรือชิ้นส่วนต่าง ๆ ซึ่งเป็นสาขาที่ไม่ค่อยมีในประเทศไทย แต่ก่อนเทคโนโลยีอวกาศ ไทยต้องซื้อจากต่างประเทศ ถือเป็นก้าวแรกที่จะเริ่มผลิตเอง ในอนาคตไทยอาจเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีอวกาศได้
ในอนาคตจะสร้างเครื่องวัดรังสีคอสมิกให้กับฉางเอ๋อ 8
อุปกรณ์ที่จะสร้างขึ้นในอนาคต จะเป็นเครื่องที่ใช้ในยานฉางเอ๋อ 8 โดยจะลงที่พื้นผิวดวงจันทร์ด้วย เน้นการวัดรังสีคอสมิกที่ชนกับดวงจันทร์แล้วอนุภาคกระเด้งขึ้นมา เราต้องวัดสิ่งนี้ซึ่งสำคัญเพราะเป็นกัมมันตรังสีที่จะกระทบกับมนุษย์มากเป็นพิเศษ เพื่อเป็นความรู้พื้นฐาน อีกส่วนหนึ่งวัดผลกระทบ-ติดตามสภาพอวกาศที่เกิดจากดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ “พายุสุริยะ” ซึ่งส่งผลกระทบหลายอย่างกับมนุษย์ เช่น แม่เหล็กไฟฟ้าทำให้ไฟดับ แต่ส่วนใหญ่ก็จะกระทบกับดาวเทียม การสื่อสารใช้ไม่ได้ เป็นต้น

ทำไม? ต้องวัดรังสีคอสมิก
เมื่อรังสีคอสมิกชนกับชั้นบรรยากาศโลก แล้วมีอนุภาคลงมาถึงพื้นดิน ทุกวันนี้เราอยู่ท่ามกลางรังสีคอสมิกถึง 100 ตัวต่อนาที ที่สามารถรบกวน DNA ซึ่งสืบทอดไปยังลูกหลาน วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิตของมนุษย์ได้
บนพื้นโลก จะมีตัวป้องกัน 2 ชั้นคือ สนามแม่เหล็กโลก และชั้นบรรยากาศโลก แต่เมื่อมนุษย์ออกไปในอวกาศจะโดนรังสีคอสมิกเต็ม ๆ การศึกษานี้เป็นเรื่องที่สำคัญในอนาคต เพราะถ้ามนุษย์พยายามไปดาวดวงอื่น รังสีคอสมิกจะเป็นปัญหาที่สำคัญมาก
ทำไม? ไทยต้องพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ
เพราะไม่อย่างนั้น เทคโนโลยีอวกาศที่ต้องการไทยจะต้องซื้อทั้งหมด ไทยสร้างอุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์ “CE-7 MATCH” เองยังอยู่ในระดับร้อยล้านบาท แต่ถ้าจะซื้อจากต่างประเทศอาจอยู่ในหลักพันล้านบาทเลยทีเดียว ดังนั้น หากไทยพัฒนาเองได้ก็จะสามารถประหยัดได้เป็นอย่างมาก และยังเป็นการพัฒนาความสามารถนักวิทยาศาสตร์ไทย-วิศกรไทย เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นสร้างเทคโนโลยีอวกาศอื่น ๆ ที่ไทยต้องการในอนาคต
📌อ่าน : รังสีคอสมิกกระตุ้นกลายพันธุ์! จีนส่ง “กุหลาบอวกาศ” กลับโลก มุ่งปรับปรุงพันธุ์พืช
📌อ่าน : NASA ประกาศสั่งปิดเครื่องมือวิทยาศาสตร์บนยานวอยเอเจอร์ทั้งสองลำเพิ่มเติม
📌อ่าน : การท่องอวกาศ "แรงโน้มถ่วงต่ำ-รังสีอวกาศ" เร่งให้สเต็มเซลล์แก่เร็วขึ้น
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









