เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน เกิดวิกฤตน้ำมัน (Oil Crisis ปี 1973) จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและขาดแคลนอย่างหนัก ผู้คนเข้าคิวซื้อน้ำมันตามปั๊มทั่วโลก

รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ต้องหาวิธีลดการพึ่งพารถยนต์ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันระยะยาว การใช้จักรยานจึงกลายเป็นทางเลือกที่ดีและประหยัด แม้ว่าตอนแรกจะถูกต่อต้านจากประชาชนผู้ใช้รถยนต์จำนวนมาก
มีคำถามว่า เนเธอร์แลนด์ทำยังไงถึงสำเร็จได้ และต่อมาได้กลายเป็นแบบอย่างของหลายเมืองทั่วโลก
คำตอบคือ รัฐบาลได้ใช้เวลานานในการออกแบบและเปลี่ยนวิธีคิดในการเดินทางของประชาชน โดยเริ่มจาก
การวางผังเมืองใหม่ (Urban Planning) ด้วยการ
1.สร้างเลนจักรยานโดยเฉพาะ ด้วยการแยกทางจักรยานออกจากรถยนต์ เลนจักรยานถูกแยกจากรถยนต์ด้วยขอบฟุตบาท เกาะกลางถนน
2.ออกแบบเมืองให้ปั่นจักรยานสะดวกและปลอดภัยไม่ใช่แค่เส้นสีบนถนน เพื่อทำให้คนทุกวัย เด็กและผู้สูงอายุกล้าขี่จักรยาน
3.ออกแบบทางจักรยาน “ทั้งระบบ” มีไฟจราจรสำหรับจักรยาน มีที่จอดจักรยานขนาดใหญ่ (เช่นที่สถานีรถไฟ) และถนนบางประเภทให้จักรยาน “มาก่อนรถ” เพื่อทำให้จักรยานกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบคมนาคมจริง ๆ
4.เชื่อมทางจักรยานกับขนส่งสาธารณะ ทำให้สามารถปั่นจักรยานไปสถานีรถไฟ → นั่งรถไฟ → ปั่นต่อ และ มีที่จอดจักรยานมหาศาลหน้าสถานี ทำให้เดินทางไกลก็ยังใช้จักรยานร่วมได้

5.ออกกฎหมายให้ “เอื้อจักรยาน” เพิ่มความปลอดภัยเชิงกฎหมาย ทำให้รถยนต์ต้องระวังจักรยานเป็นพิเศษ หากเกิดอุบัติเหตุ รถมักมีความผิดมากกว่า
6.รัฐบาลลงทุนต่อเนื่องการสร้างระบบทางจักรยานเป็นเวลาหลายสิบปี ไม่ใช่ทำปีเดียวแล้วจบ โดยใช้งบประมาณต่อเนื่อง มีการปรับปรุงเส้นทางจักรยานตลอดเวลา ส่วนหนึ่งของความสำเร็จจึงเกิดจาก “ความสม่ำเสมอ” ของหน่วยงานรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบทางจักรยานอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุดรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ใช้เวลาหลายสิบปี ก่อนจะทำให้รถจักรยานกลายเป็นพาหนะในการเดินทาง ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับและเห็นด้วย
ทุกวันนี้เนเธอร์แลนด์ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนขี่จักรยาน เป็นประเทศที่มีจำนวนจักรยานพอ ๆ กับจำนวนประชากรคือประมาณ 17 ล้านคัน พวกเขาขี่จักรยานเพื่อใช้ในชีวิตจริง ไม่ใช่ขี่เที่ยวเล่น และได้รับการยกย่องว่ามีทางจักรยานสวยและปลอดภัยที่สุด
แต่ละปีปริมาณรถจักรยานบนท้องถนนก็เพิ่มมากขึ้น ไปที่ไหนก็มีแต่คนขี่จักรยาน คนที่นั่นอาศัยการเดินทางจากระบบขนส่งมวลชน รถจักรยาน ส่วนรถเก๋งส่วนตัวนั้นเป็นของฟุ่มเฟือย เพราะราคาและภาษีรถแพงมาก

ผลที่ตามมา คือ เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีอากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
- ไม่มีปัญหาการจราจรติดขัด ปริมาณการสั่งซื้อน้ำมันจากภายนอกลดลงมาก ลดปัญหาโลกร้อน
- ที่จอดรถหลายแห่งร้างจนต้องทุบทิ้งสร้างเป็นสวนสาธารณะ
- อากาศดีขึ้น ผู้คนได้ออกกำลังกายจากการปั่นจักรยาน
- สุขภาพจิตของผู้คนก็ดีขึ้น
- แต่ละปียอดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนลดลงอย่างมีนัยะสำคัญ ทำให้รัฐบาลประหยัดเงินได้มหาศาล
- การจราจรลื่นไหล
- สามารถขายคาร์บอนเครดิตได้ด้วย จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลง
- และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นดินแดนของคนอายุยืน เป็นประเทศที่มีจำนวนคนสูงอายุมากที่สุดในโลก
ทางจักรยานอาจเป็นทางเลือกน่าสนใจระยะยาว ในการพัฒนาประเทศในช่วงที่ทั่วโลกประสบวิกฤตพลังงานน้ำมันและก๊าซ อยู่ที่ว่ารัฐบาลใดจะมีวิสัยทัศน์และกล้าตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในระยะยาว
อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ









