เมื่อเนเธอร์แลนด์พลิกวิกฤตน้ำมัน จนกลายเป็นเมืองจักรยาน


รอบโลก

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

แชร์

เมื่อเนเธอร์แลนด์พลิกวิกฤตน้ำมัน จนกลายเป็นเมืองจักรยาน

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3796

เมื่อเนเธอร์แลนด์พลิกวิกฤตน้ำมัน จนกลายเป็นเมืองจักรยาน

เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน เกิดวิกฤตน้ำมัน (Oil Crisis ปี 1973) จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและขาดแคลนอย่างหนัก ผู้คนเข้าคิวซื้อน้ำมันตามปั๊มทั่วโลก

รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ต้องหาวิธีลดการพึ่งพารถยนต์ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันระยะยาว การใช้จักรยานจึงกลายเป็นทางเลือกที่ดีและประหยัด แม้ว่าตอนแรกจะถูกต่อต้านจากประชาชนผู้ใช้รถยนต์จำนวนมาก

มีคำถามว่า เนเธอร์แลนด์ทำยังไงถึงสำเร็จได้ และต่อมาได้กลายเป็นแบบอย่างของหลายเมืองทั่วโลก

คำตอบคือ รัฐบาลได้ใช้เวลานานในการออกแบบและเปลี่ยนวิธีคิดในการเดินทางของประชาชน โดยเริ่มจาก

การวางผังเมืองใหม่ (Urban Planning) ด้วยการ

1.สร้างเลนจักรยานโดยเฉพาะ ด้วยการแยกทางจักรยานออกจากรถยนต์ เลนจักรยานถูกแยกจากรถยนต์ด้วยขอบฟุตบาท เกาะกลางถนน 

2.ออกแบบเมืองให้ปั่นจักรยานสะดวกและปลอดภัยไม่ใช่แค่เส้นสีบนถนน เพื่อทำให้คนทุกวัย เด็กและผู้สูงอายุกล้าขี่จักรยาน

3.ออกแบบทางจักรยาน “ทั้งระบบ” มีไฟจราจรสำหรับจักรยาน มีที่จอดจักรยานขนาดใหญ่ (เช่นที่สถานีรถไฟ) และถนนบางประเภทให้จักรยาน “มาก่อนรถ” เพื่อทำให้จักรยานกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบคมนาคมจริง ๆ

4.เชื่อมทางจักรยานกับขนส่งสาธารณะ ทำให้สามารถปั่นจักรยานไปสถานีรถไฟ → นั่งรถไฟ → ปั่นต่อ  และ มีที่จอดจักรยานมหาศาลหน้าสถานี ทำให้เดินทางไกลก็ยังใช้จักรยานร่วมได้

5.ออกกฎหมายให้ “เอื้อจักรยาน” เพิ่มความปลอดภัยเชิงกฎหมาย ทำให้รถยนต์ต้องระวังจักรยานเป็นพิเศษ หากเกิดอุบัติเหตุ รถมักมีความผิดมากกว่า

6.รัฐบาลลงทุนต่อเนื่องการสร้างระบบทางจักรยานเป็นเวลาหลายสิบปี ไม่ใช่ทำปีเดียวแล้วจบ โดยใช้งบประมาณต่อเนื่อง มีการปรับปรุงเส้นทางจักรยานตลอดเวลา ส่วนหนึ่งของความสำเร็จจึงเกิดจาก “ความสม่ำเสมอ” ของหน่วยงานรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบทางจักรยานอย่างต่อเนื่อง

ในที่สุดรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ใช้เวลาหลายสิบปี ก่อนจะทำให้รถจักรยานกลายเป็นพาหนะในการเดินทาง ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับและเห็นด้วย

ทุกวันนี้เนเธอร์แลนด์ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนขี่จักรยาน เป็นประเทศที่มีจำนวนจักรยานพอ ๆ กับจำนวนประชากรคือประมาณ 17 ล้านคัน พวกเขาขี่จักรยานเพื่อใช้ในชีวิตจริง ไม่ใช่ขี่เที่ยวเล่น และได้รับการยกย่องว่ามีทางจักรยานสวยและปลอดภัยที่สุด 

แต่ละปีปริมาณรถจักรยานบนท้องถนนก็เพิ่มมากขึ้น ไปที่ไหนก็มีแต่คนขี่จักรยาน คนที่นั่นอาศัยการเดินทางจากระบบขนส่งมวลชน รถจักรยาน ส่วนรถเก๋งส่วนตัวนั้นเป็นของฟุ่มเฟือย เพราะราคาและภาษีรถแพงมาก

ผลที่ตามมา คือ เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีอากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

  • ไม่มีปัญหาการจราจรติดขัด ปริมาณการสั่งซื้อน้ำมันจากภายนอกลดลงมาก ลดปัญหาโลกร้อน 
  • ที่จอดรถหลายแห่งร้างจนต้องทุบทิ้งสร้างเป็นสวนสาธารณะ
  • อากาศดีขึ้น ผู้คนได้ออกกำลังกายจากการปั่นจักรยาน 
  • สุขภาพจิตของผู้คนก็ดีขึ้น
  • แต่ละปียอดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนลดลงอย่างมีนัยะสำคัญ  ทำให้รัฐบาลประหยัดเงินได้มหาศาล
  • การจราจรลื่นไหล 
  • สามารถขายคาร์บอนเครดิตได้ด้วย จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลง
  • และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นดินแดนของคนอายุยืน เป็นประเทศที่มีจำนวนคนสูงอายุมากที่สุดในโลก

ทางจักรยานอาจเป็นทางเลือกน่าสนใจระยะยาว ในการพัฒนาประเทศในช่วงที่ทั่วโลกประสบวิกฤตพลังงานน้ำมันและก๊าซ อยู่ที่ว่ารัฐบาลใดจะมีวิสัยทัศน์และกล้าตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในระยะยาว

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เนเธอร์แลนด์วิกฤตน้ำมันน้ำมันจักรยาน
วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

ผู้เขียน: วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นักเขียนสารคดี เจ้าของรางวัลศรีบูรพา พ.ศ. 2554 อดีตผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี สนใจประเด็นด้านการเมืองภาคประชาชน สิ่งแวดล้อม ชุมชน และการพัฒนา ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.)

บทความ NOW แนะนำ