อากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะเด็ก ผู้มีอำนาจเห็นภาพเด็ก ๆ มีเลือดออกทางจมูก แล้วไม่รู้สึกอะไรจริง ๆ หรือ
อากาศบริสุทธิ์เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ปัญหาหมอกควันพิษในภาคเหนือ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นมานานเป็นประจำทุกปี และปีนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ทำอันตรายต่อร่างกาย ทำให้เป็นโรคทางเดินหายใจ โรคด้านสมอง โดยเฉพาะวัยเด็ก ทุกวันนี้ฝุ่นเกินค่ามาตรฐานไปนานแล้ว คนเดินถนนแสบจมูก หายใจไม่ออก เด็กเล็กจำนวนมากป่วยเข้าโรงพยาบาลมานับอาทิตย์แล้ว

แต่รัฐบาลทำอะไรบ้าง เตรียมการล่วงหน้าอะไรบ้าง ?
- เราไม่ต้องการรัฐบาลที่จัดการปัญหาแบบ เกิดเหตุทีก็ส่ง รมต. บินไปตรวจพื้นที่แล้วกลับ
- เราไม่ต้องการปลัดกระทรวงที่ไม่เข้าใจปัญหาไฟป่าอย่างถ่องแท้ ไปถึงก็ออกคำสั่งห้ามชาวบ้านเข้าป่าทุกคน
- เราไม่ต้องการผู้นำที่บินมา ถ่ายรูปแล้วบินกลับ
- เราต้องการผู้นำที่มาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนทางเหนือ แก้ปัญหาไปด้วยกัน
หากเป็นเมืองนอก รัฐบาลจะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ สั่งการเด็ดขาดบางเรื่อง เพื่อบรรเทาปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งงบประมาณและบุคคล แต่รัฐบาลไม่กล้ากระทั่งประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ด้วยเหตุผลแสนตื้นเขินคือกลัวนักท่องเที่ยวหาย แต่ไม่ห่วงสุขภาพของประชาชนที่สูดดมทุกลมหายใจ เพราะคิดอยู่ในห้องแอร์ว่า ว่าปัญหายังไม่ร้ายแรง เดี๋ยวก็ผ่านไป และกลัวกระทบตัวเลขทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ประชาชนทางเหนือแทบจะพึ่งอะไรรัฐบาลไม่ได้เลย ต้องหาทางป้องกันตัวเองจากควันพิษทุกวัน ทุกวันนี้รัฐบาลยังวิเคราะห์ปัญหามลพิษแบบไม่ซีเรียส มีความเชื่อว่าเป็นภาวะชั่วคราว รอให้ฝนตก ไม่มีมาตรการระยะสั้นหรือระยะยาวออกมาเลย
ซ้ำร้ายกว่านั้น ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง ประกาศไม่เห็นด้วยกับ พรบ.อากาศสะอาด เพราะมีมาตรการทางกฎหมายหลายอย่างในการจัดการกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม ที่เป็นตัวการสร้างปัญหาควันพิษมายาวนาน
เราไม่ได้ต้องการอากาศบริสุทธิ์สดชื่นอะไรมากมาย ขอเพียงอากาศดีพอจะไม่ทำให้เราป่วยตายระยะยาว และเราไม่อยากตายอย่างโง่ ๆ เพราะสูดควันพิษ

ข้อมูลจาก Institute for Health and Evaluation มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ชี้ว่ามลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยร่วมที่เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ เนื่องจากมีส่วนประกอบของสารเคมีหลายชนิด จึงเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจขาดเลือด โรคมะเร็งปอด และโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจส่วนล่าง ก่อให้เกิดการตายก่อนวัยอันควรในประเทศไทย ประมาณ 50,000 คนต่อปี
การแก้ปัญหาหมอกควันพิษ ไม่สามารถสร้างภาพได้ เหมือนกับการแจกของน้ำท่วม หรือไปช่วยคนจากน้ำท่วม
แนวทางการแก้ปัญหาหมอกควันพิษที่ชัดเจนที่สุด รัฐบาลต้องทะเลาะกับผู้คนจำนวนหนึ่งแน่นอน เพราะถึงที่สุดทุกคนต้องยอมเสียผลประโยชน์ ต้องเสียสละกันบ้าง

รัฐบาลต้องยอมรับว่า ปัญหาหมอกควันพิษเป็นวิกฤตร้ายแรงที่เกิดขึ้นตลอดทุกปี และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่คิดว่าเป็นแค่ภาวะชั่วคราว เดี๋ยวก็ผ่านไป
เมื่อคิดว่าเป็นวิกฤตที่ต้องแก้ไขให้ได้ ก็ต้องทำอย่างเคร่งครัด
การออก พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่มีเนื้อหาปกป้องอากาศบริสุทธิ์อย่างชัดเจน และมีหน่วยงานอิสระที่มีอำนาจจัดการขั้นเด็ดขาดกับพวกทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เหมือนกับที่สหรัฐอเมริกา มี EPA (Environment Protection Agency) อันเป็นหน่วยงานกลางที่บรรดากลุ่มอุตสาหกรรม กลัวสุดขีด และทำให้มลพิษในสหรัฐอเมริกาลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

แน่นอนว่ามาตรการทุกอย่างต้องทะเลาะกับผู้คนแน่นอน ตัวเลขความเจริญทางเศรษฐกิจอาจลดลง อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะกล้าหาญไหม เพื่ออากาศบริสุทธิ์ของทุกคน
จะรอให้มีคนป่วยตายก่อนหรือ โดยเฉพาะเด็ก ๆ
ที่เป็นเหยื่อรายแรก ๆ ของ PM 2.5
เพราะความโกรธแค้นของคนเดินถนน วันหนึ่งคงต้องมีที่ระบาย
เพราะผู้คนไม่อดทนอีกต่อไป ได้เวลาทวงคืนอากาศบริสุทธิ์แล้ว…
อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ









