ฝันใหญ่..ไปให้ถึง หลังประสบความสำเร็จในภารกิจ Artemis II นาซา (NASA) มีแผนจะสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ ให้แล้วเสร็จภายในปี 2032 เพื่อไปสู่ก้าวสำคัญครั้งต่อไป นั่นคือการ “สำรวจดาวอังคาร”
แคปซูลโอไรออน พาลูกเรือ Artemis II กลับสู่พื้นโลกเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ NASA กำลังมุ่งมั่นทำงานสำรวจดวงจันทร์ต่อไป รวมถึงการส่งมนุษย์ไปลงจอดบนดวงจันทร์ในปี 2028 ด้วย
โดยภารกิจต่อไปคือ Artemis III ซึ่งเดิมทีวางแผนไว้เป็นภารกิจส่งมนุษย์ไปลงจอดบนดวงจันทร์ แต่ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Jared Isaacman ผู้บริหารนาซาได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงการ Artemis โดย Artemis III จะโคจรอยู่ในวงโคจรของโลก เพื่อทดสอบความสามารถของยานโอไรออนในการเชื่อมต่อกับยานลงจอดบนดวงจันทร์ที่มีมนุษย์ควบคุม หนึ่งหรือสองลำของโครงการ ได้แก่ Starship ของ SpaceX และ Blue Moon ของ Blue Origin
นาซา (NASA) ตั้งเป้าที่จะปล่อยภารกิจนี้ในช่วงกลางปี 2027 หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี Artemis 4 จะส่งนักบินอวกาศลงจอดใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยใช้ยานอวกาศโอไรออนและยานลงจอดบนดวงจันทร์ที่พัฒนาโดยภาคเอกชน ในช่วงปลายปี 2028
จากนั้น ภารกิจ Artemis ที่มีมนุษย์ควบคุมจะยังคงดำเนินต่อไป เพื่อช่วยสร้างฐานบนดวงจันทร์ให้แล้วเสร็จภายในปี 2032 นักบินอวกาศจะอาศัยและทำงานอยู่ที่ฐานแห่งนี้เป็นเวลานานหลังจากนั้น โดยจะสอนทักษะและเทคนิคต่าง ๆ ที่ NASA ต้องการ เพื่อไปสู่ก้าวสำคัญครั้งต่อไป นั่นคือการ “สำรวจดาวอังคาร”
โดยทั้งหมดนี้คือแผนการ อย่างไรก็ตาม ก็มีเหตุผลบางประการที่ทำให้หวังว่ามันจะเกิดขึ้นจริงได้ เพราะโครงการ Artemis I และ Artemis II ประสบความสำเร็จ และขณะนี้โครงการ Artemis III ก็กำลังดำเนินการอยู่

Jared Isaacman กล่าวว่า จากข้อมูลที่เรา (NASA) มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งได้ข้อเสนอแนะจากหลายฝ่าย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่นาซามองว่าสามารถทำได้ โดยหนึ่งในคำถามสำคัญก็คือ วงโคจรเริ่มต้นของภารกิจ Artemis III จะเป็นอย่างไร ตัวเลือกสำหรับภารกิจนี้ คือวงโคจรต่ำของโลก (LEO) และวงโคจรสูงของโลก ซึ่งจะมีลูกเรือร่วมเดินทางไปด้วย
โดยขณะนี้ NASA ได้มีความคืบหน้าอย่างมากในการพัฒนาฮาร์ดแวร์ของโครงการ Artemis III ตามที่ Amit Kshatriya รองผู้บริหารของนาซาได้ให้ข้อมูล โดยชิ้นส่วนบางส่วนของ จรวด SLS (Space Launch System) สำหรับภารกิจนี้ ได้ถูกส่งไปยังสถานที่ปล่อยจรวด ศูนย์อวกาศเคนเนดี ในรัฐฟลอริดาแล้ว และชิ้นส่วนอื่น ๆ จะถูกส่งออกจากโรงงานประกอบของนาซาในปลายเดือนนี้
ทั้งนี้ คาดว่าจะได้ทราบชื่อของนักบินอวกาศ Artemis III ในเร็ว ๆ นี้ แต่ก็ยังมีอุปสรรคใหญ่ ๆ อีกหลายอย่างที่ต้องเอาชนะ เช่น ยานลงจอด HLS (ยานลงจอดบนดวงจันทร์สำหรับมนุษย์ Human Landing System) ทั้งสองลำยังไม่ได้รับการพิสูจน์ประสิทธิภาพ
ยานบลูมูนยังไม่เคยขึ้นบิน ส่วนยานสตาร์ชิปได้ทำการทดสอบบินในวงโคจรย่อยไปแล้ว 11 ครั้ง โดยสองครั้งล่าสุดประสบความสำเร็จ แต่ยานขนาดยักษ์ลำนี้ยังไม่เคยขึ้นสู่วงโคจร ยังไม่เคยสาธิตการเติมเชื้อเพลิงนอกโลก (ซึ่งจำเป็นต้องทำในภารกิจไปยังดวงจันทร์หรือดาวอังคาร) และยังไม่มีการติดตั้งระบบช่วยชีวิตในยาน
นอกจากนี้ยังมีปัญหาบางอย่างที่ต้องแก้ไขสำหรับยานโอไรออนในอนาคต เช่น ระบบขับเคลื่อนของยานที่เกิดการรั่วไหลของฮีเลียมระหว่างภารกิจ Artemis II
ปัญหาอื่น ๆ ย่อมจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เมื่อภารกิจดำเนินไปสู่เป้าหมายอันท้าทายของโครงการ Artemis เพราะยังไม่เคยมีมนุษยชาติไปสร้างฐานที่มั่นบนดาวเคราะห์ดวงอื่นนอกจากโลกมาก่อน ดังนั้นการบรรลุวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่นั้นจึงเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง แต่ Isaacman มั่นใจว่านาซาสามารถรับมือกับความท้าทายนี้ได้ โดยชี้ให้เห็นถึงหลักฐาน ซึ่งก็คือความสำเร็จของ Artemis II
โดย Isaacman ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น นาซาจะกลับมาปฏิบัติภารกิจเช่นนี้บ่อยขึ้น ทำภารกิจไปยังดวงจันทร์ จนกว่านาซาจะลงจอดบนดวงจันทร์ได้ในปี 2028 และเริ่มสร้างฐานบนดวงจันทร์ให้สำเร็จ
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : space
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









