เข้าใจ Golden Time ช่วงเวลา “ผู้ป่วยสโตรก” รักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

จิราภพ ทวีสูงส่ง

แชร์

เข้าใจ Golden Time ช่วงเวลา “ผู้ป่วยสโตรก” รักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3997

เข้าใจ Golden Time ช่วงเวลา “ผู้ป่วยสโตรก” รักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

โรคหลอดเลือดสมอง หรือ “สโตรก” (Stroke) นั้นเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของโลก และเป็นสาเหตุที่สำคัญของอัมพฤกษ์-อัมพาต ข้อมูลทางสถิติพบว่า ในแต่ละปีมีผู้ป่วยสโตรกเกิดใหม่ทั่วโลกราว 10 - 15 ล้านคน ในจำนวนนี้ 5 ล้านคนเสียชีวิต และอีก 5 ล้านคนกลายเป็นคนพิการอย่างถาวร โดยในประเทศไทยสถิติจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่า สโตรกเป็นสาเหตุการเสียชีวิต หรือพิการสูงเป็นอันดับ 3 ในเพศชาย รองจากโรคเอดส์ (AIDS) และอุบัติเหตุ และสูงเป็นอันดับ 2 ในเพศหญิงรองจากโรคเอดส์ ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่า สโตรกเป็นโรคที่คุกคามต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชากรทั่วโลก

ด้วยเหตุนี้ หากพบเจอผู้ป่วยที่กำลังเกิดอาการสโตรก Golden Time มีความสำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่ต้องแข่งกับเวลาหลังจากหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตัน เพื่อให้ชีวิตกลับมาปกติได้มากที่สุด โดยจะมีสาระอะไรน่าสนใจบ้างนั้นตามมาอ่านกันได้เลย

รู้จัก “BEFAST” วิธีการสังเกตสโตรก (โรคหลอดเลือดสมอง)

โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องเข้ารับการรักษาให้เร็วที่สุด เพราะอาการมักเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและกะทันหัน การสังเกตอาการโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดเฉียบพลันสามารถทำตามได้ง่าย ๆ ด้วยหลักการ “BEFAST” ซึ่งก็คือ

“B” หรือ “Balance” ก็คือการทรงตัว เดินเซ ล้มง่าย

“E” หรือ “Eyes” ก็คือการมองเห็น ตามัว มองเห็นภาพซ้อน

“F” หรือ “Face” ก็คือใบหน้า เนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองแบบขาดเลือดมักจะมีผลต่อสมองเพียงซีกเดียว ผู้ป่วยจึงมักแสดงอาการเพียงข้างใดข้างหนึ่ง ใบหน้าคือหนึ่งในการแสดงออกที่ชัดเจนที่สุดเนื่องจากถูกควบคุมโดยเส้นประสาทสมอง (Cranial Nerves) อาการคือ การแสดงออกทางสีหน้าไม่สมมาตร เช่น ยิ้มแล้วมุมปากอีกด้านตก เป็นต้น

“A” คือ “Arm” หรือแขนอ่อนแรง ซึ่งเกิดจากการที่สมองซีกใดซีกหนึ่งขาดเลือด และไม่สามารถสั่งการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากแขนแล้วยังอาจส่งผลต่อขาอีกด้วย วิธีการทดสอบเบื้องต้นคือการให้ผู้ป่วยยกแขนขึ้นทั้งสองข้างและดูว่าแขนข้างใดอ่อนแรงลง หรือการให้ผู้ป่วยบีบมือทั้งสองข้างกับผู้ทดสอบ และดูว่ามีแขนข้างใดที่บีบได้อ่อนแรงกว่าหรือไม่

“S” คือ “Speech” หรือสูญเสียความสามารถในการพูด เมื่อสมองซีกใดซีกหนึ่งขาดเลือด การพูดซึ่งอาศัยการทำงานร่วมกันของสมองทั้งสองซีก และกล้ามเนื้อในการเปล่งเสียง จะได้รับผลกระทบไปด้วย ผู้ป่วยมักจะพูดไม่ชัด สูญเสียความสามารถในการพูด (Expressive Aphasia) หรือแม้แต่การเข้าใจภาษา (Receptive Aphasia) ดังนั้นหากพูดกับผู้ป่วยแล้วผู้ป่วยเหม่อลอยไม่เข้าใจสิ่งที่พูด ก็อาจเป็นอาการของโรคหลอดเลือดสมองได้

“T” คือ “Time” เวลา เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หากสงสัยว่าผู้ป่วยอาจมีภาวะสมองขาดเลือด ให้รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเพื่อการรักษาทันที เพราะเวลาที่เสียไปคือเนื้อสมองที่ค่อย ๆ เสียหายมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ควรจดเวลาคร่าว ๆ ที่ผู้ป่วยแสดงอาการหรือเวลาที่เห็นผู้ป่วยแสดงอาการ เนื่องจากมีผลต่อการรักษาทางการแพทย์ในการประเมินความเสียหายของสมองของผู้ป่วย

“สโตรก” จะอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงเวลาช่วย “สมอง” ต้องรักษาให้เร็วที่สุด

“สโตรก” หรืออาการสมองขาดเลือด เกิดได้จากการที่มีเลือดออกในหลอดเลือดสมอง ในบางรายอาจจะเกิดจากหลอดเลือดนั้นตีบหรืออุดตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ได้ เซลล์สมองจึงขาดออกซิเจน เรียกได้ว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของผู้ป่วยสโตรกได้ในพริบตา

เพราะหากขาดเลือดไปเลี้ยงแม้เพียงไม่กี่นาที เซลล์สมองก็จะเริ่มเสียหายไปเรื่อย ๆ ในผู้ป่วยบางรายสมองอาจเสียหาย หรือตายอย่างถาวร เพราะฉะนั้นทุก ๆ วินาทีที่ผ่านไปของผู้ป่วย หรือผู้เสี่ยงที่จะเป็นสโตรกยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อที่จะพิการ หรืออาจส่งผลให้เสียชีวิตได้นั่นเอง

รู้จัก Golden Period for Stroke หรือ Stroke Fast Track

สำหรับ Golden Period for Stroke หรือ Stroke Fast Track หมายถึง การรักษาแบบเร่งด่วนสำหรับผู้ป่วยสโตรก โดยจะนับตั้งแต่ตอนที่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการของโรค ไปจนถึงการรักษาเมื่อถึงโรงพยาบาล แน่นอนว่าหลาย ๆ คนรู้ว่าต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลหลังจากเริ่มมีอาการของสโตรก ภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง เมื่อมาถึงโรงพยาบาล จะมีเวลาทอง ซึ่งก็คือ 15 นาทีแรกที่มีการนำตัวผู้ป่วยส่งถึงมือแพทย์

ช่วงเวลา 5 นาทีแรก ของ Stroke Fast Track ถือได้ว่าสำคัญมาก เพราะจะได้พบแพทย์เฉพาะทางโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งทีมแพทย์จะทำการตรวจและวินิจฉัยเบื้องต้นอย่างดีที่สุด

ช่วงเวลา 10 นาทีหลังจากนั้นผู้ป่วย Stroke จะได้รับการทำ MRI Rapid Perfusion เทคโนโลยีวินิจฉัย ซึ่งจุดนี้ถือได้ว่าสำคัญไม่แพ้กัน เพราะสามารถเพิ่มโอกาสการรักษา Stroke ได้อย่างรวดเร็ว

ช่วงเวลา 15 นาทีทอง หรือระยะ Door to needle time เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นตอนที่ผู้ป่วยสโตรกจะได้รับยาละลายลิ่มเลือด ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดให้ผู้ป่วยได้รับยาภายใน 30 นาที

เหตุผลที่ Stroke Fast Track สำคัญ และมีค่าต่อผู้ป่วย Stroke ที่สุด

โดยปกติแล้วผู้ป่วยสโตรก อาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะได้รับการรักษา แต่ด้วยระบบ Stroke Fast Track กระบวนการต่าง ๆ สามารถทำได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาภายในไม่กี่นาที ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การรักษาที่รวดเร็วช่วยให้สมองได้รับออกซิเจน และสารอาหารที่จำเป็นอย่างเร็วที่สุด ทำให้เซลล์สมองที่ได้ความเสียหายมีโอกาสฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้ รวมถึงลดอัตราของการเสียชีวิต และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

ถ้าผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูสุขภาพตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็สามารถที่จะดีขึ้นจนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

รู้จัก 3 Golden Period คืออะไร

หลังจากเกิด “Stroke” ร่างกายยังมีช่วงสำคัญที่เรียกว่า “3 Golden Period” 3 ช่วงเวลาทองของการฟื้นฟู ถ้าเริ่มเร็ว ไว และถูกวิธี อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยจะกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด โดย Golden Period คือ 3 ช่วงระยะ ช่วง 0 – 6 เดือนแรกหลัง Stroke เพราะในช่วงนี้สมองยังมีความยืดหยุ่นสูงสามารถ “เรียนรู้ใหม่” และ “สร้างเส้นทางประสาทใหม่”เพื่อทดแทนส่วนที่เสียหายได้ดีที่สุด ยิ่งเริ่มฟื้นฟูเร็ว โอกาสฟื้นตัวก็ยิ่งมาก

ในการฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรก (Stroke) เน้นช่วง 6 เดือนแรก หลังอาการคงที่เพื่อกระตุ้นสมองสูงสุด ได้แก่

3 ช่วงสำคัญของ Golden Period

1. ระยะเฉียบพลัน (0-7 วันแรก) ช่วงเพิ่งผ่านวิกฤต

ลักษณะ : ผู้ป่วยอาการยังไม่คงที่ ต้องดูแลใกล้ชิด สามารถเริ่มฟื้นฟูเบื้องต้นได้ในโรงพยาบาลทันทีที่อาการคงที่

การฟื้นฟู : ขยับตัวบนเตียงเพื่อกระตุ้นสมอง ลดภาวะแทรกซ้อนและทำกายภาพป้องกันการติดยึดของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อฝ่อ ปอดแฟบ

2. ระยะฟื้นตัว (1-3 เดือน) คือช่วงที่สำคัญในการฟื้นฟูระยะต้น

ลักษณะ : ผู้ป่วยอาการเริ่มคงที่ และเป็นเวลาที่สมองตอบสนองต่อการฟื้นฟูได้ดี

การฟื้นฟู : เน้นกายภาพบำบัดอย่างเต็มที่ เพื่อให้ร่างกายและสมอง“ฝึกเดินใหม่ เรียนรู้ใหม่” ระยะนี้ผู้ป่วยมักเห็นพัฒนาการที่ชัดเจน

3. ระยะทรงตัว (หลัง 3-6 เดือนขึ้นไป) หลัง 3-6 เดือน การฟื้นตัวจะช้าลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดพัฒนา

ลักษณะ : ผู้ป่วยยังสามารถทำกายภาพอย่างต่อเนื่อง หากได้รับการกระตุ้มที่เหมาะสม

การฟื้นฟู : พร้อมปรับตัวให้เข้ากับความสามารถที่เหลืออยู่ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

เลยช่วง Golden Period ไปแล้วยังฟื้นฟูได้ไหม?

ผู้ป่วยสโตรกยังสามารถฟื้นฟูได้ สมองยังสามารถฟื้นฟูได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลานานขึ้น และต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะร่างกายยังสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้เสมอ

เทคโนโลยีช่วยฟื้นฟูการเดินสำหรับผู้ป่วยสโตรก สำคัญอย่างไร?

ในช่วง 1–3 เดือนแรก การฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่มีบทบาทมากขึ้นโดยเฉพาะ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยก้าวเดิน Angel Robot มีความสำคัญดังนี้

     - ฝึกเดินได้เร็วขึ้น
     - เดินได้มั่นคงขึ้น
     - ลดความเสี่ยงพิการถาวร
     - กระตุ้นระบบประสาทและสมอง
     - ส่งเสริมการสร้างเส้นทางประสาทใหม่
     - คืนคุณภาพชีวิตที่ดีในการก้าวเดินให้กับผู้ป่วย และการใช้ชีวิตประจำวันกับครอบครัว

เทคโนโลยีหุ่นยนต์ระบบช่วยก้าวเดิน เปรียบเหมือน “ผู้ช่วยสำคัญ” ที่ทำให้การเดินกลับมาใกล้เคียงปกติเป็นไปได้มากขึ้น

การฟื้นฟูหลังโรคหลอดเลือดสมอง ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอเวลาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย “การเริ่มต้นให้ถูกช่วง” เพราะสมองยังมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีที่สุดในช่วง “3 Golden Period” และการฟื้นฟูที่ถูกต้องภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และนักกายภาพต่อเนื่อง จะช่วยลดความพิการ และเพิ่มโอกาสการกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์, โรงพยาบาลพญาไท, theworldmedicalhospital 


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หลอดเลือดสมองโรคหลอดเลือดสมองสโตรกอาการสโตรกStrokeGolden Timeวิทยาศาสตร์Thai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech Science
จิราภพ ทวีสูงส่ง

ผู้เขียน: จิราภพ ทวีสูงส่ง

"เซบา บาสตี้" เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover (ติดต่อ jiraphobT@thaipbs.or.th)

บทความ NOW แนะนำ