กำลังค้นหาฟอสซิลปลา แต่เจอ “แรปเตอร์” สายพันธุ์ใหม่แทน! ผลการศึกษาได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Annals of Carnegie Museum เปิดเผยว่า ได้ค้นพบ “Jian changmaensis” แรปเตอร์สายพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะคล้าย “ปีก” สี่ปีก แม้ว่าจะไม่ได้ใช้สำหรับบินเหมือนนกก็ตาม แต่พวกมันอาจจะร่อนได้เหมือน “กระรอกบิน”
ในปี 1981 นักวิทยาศาสตร์บังเอิญค้นพบแหล่งฟอสซิลนกจากยุคครีเทเชียสตอนต้นในหมู่บ้าน Changma ประเทศจีน ในขณะกำลังค้นหาฟอสซิลปลา ซึ่งการค้นพบนี้กลายเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะได้โครงกระดูกนกมากกว่า 100 โครง บางโครงยังมีขนและหนังที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ การค้นพบล่าสุดจากแหล่งนี้เป็นสิ่งที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง เพราะได้พบกับไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ที่ไม่ใช่นก และฟอสซิลนี้อาจอธิบายบางสิ่งที่แปลกประหลาดเกี่ยวกับกระดูกนกโบราณได้
ภาพวาด Jian changmaensis ภาพจาก Lewis LaRosa ลงสีโดย Jão Canola
Jingmai O’Connor ผู้ช่วยภัณฑารักษ์ด้านซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลื้อยคลานแห่งพิพิธภัณฑ์ฟิลด์ในชิคาโก หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์พบกลุ่มกระดูกนกที่แตกหักแปลกประหลาดในบริเวณนี้ ตอนแรกเราคิดว่าเป็นนกเช่นเดียวกับฟอสซิลอื่น แต่กลับกลายเป็นไดโนเสาร์ไมโครแรปเตอร์ชนิดใหม่ที่มีชื่อว่า “Jian changmaensis” ไดโนเสาร์เพียงชนิดเดียวที่พบในบริเวณนี้ที่ไม่ใช่นก มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และมีขนาดใหญ่กว่าสิ่งอื่น ๆ ที่เราพบที่นั่นมาก
โดยชื่อ “Jian changmaensis” ถูกตั้งตามนกมีปีกเดียวที่รู้จักกันในเทพนิยายจีน และพื้นที่ที่พบฟอสซิลนี้ได้รับการอธิบายจากกระดูกอกด้านซ้าย ซึ่งเป็นกระดูกไหล่ของไดโนเสาร์ และแขนหน้า ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในหินโคลน
ตัวอย่างฟอสซิลถูกสแกนด้วยเครื่อง CT Scan เพื่อให้นักวิจัยได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อต่อและรายละเอียดของฟอสซิล ซึ่งนำไปสู่การจำแนกสายพันธุ์ใหม่นี้ว่าเป็น “microraptorine dromaeosaurid theropod” หมายความว่ามันอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าไมโครแรปเตอร์ ซึ่งอยู่ในวงศ์ Dromaeosauridae ซึ่งรวมถึงเวโลซีแรปเตอร์ (Velociraptor) นิยมเรียก “แรปเตอร์” ด้วย การวิเคราะห์ยังช่วยให้สามารถจัดกลุ่มตัวอย่างนี้เข้ากับไมโครแรปเตอร์ชนิดอื่น ๆ ที่รู้จักกันได้ ทีมวิจัยคิดว่ามันอาจมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอีกสายพันธุ์หนึ่งที่เรียกว่า Microraptor zhaoianus
ภาพฟอสซิล Jian changmaensis ภาพจาก Zhou et al
O’Connor เปิดเผยเพิ่มเติมว่า โดยทั่วไปแล้วไมโครแรปเตอร์จะมีขนาดเล็ก แต่สายพันธุ์ใหม่นี้มีขนาดใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด “Jian changmaensis” เป็นหนึ่งในตัวอย่างไมโครแรปเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา โดยชิ้นส่วนกระดูกต้นแขนที่เราพบนั้นยาวประมาณ 4 นิ้ว ดังนั้น ไดโนเสาร์ทั้งตัวน่าจะมีปีกกว้างประมาณ 4 ฟุต
นอกจากนี้ นักวิจัยยังคิดว่ามันน่าจะมีลักษณะคล้าย “ปีก” สี่ปีก แม้ว่าจะไม่ได้ใช้สำหรับบินเหมือนนกก็ตาม “Jian changmaensis” และไมโครแรปเตอร์ตัวอื่น ๆ อาจจะไม่สามารถบินได้ แต่พวกมันอาจร่อนได้เหมือนกระรอกบิน
เราจะไม่สามารถเข้าใจชีวิตบนโลกในปัจจุบันได้ หากไม่มองย้อนกลับไปที่ต้นกำเนิด นกเป็นกลุ่มสัตว์มีกระดูกสันหลังที่อาศัยอยู่บนบกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบนโลกในปัจจุบัน การเรียนรู้เกี่ยวกับนกยุคแรกและญาติใกล้ชิดของพวกมันอย่างไดโนเสาร์ที่ไม่ใช่นก อาจช่วยให้เราเข้าใจได้ดีขึ้นว่า อะไรที่ทำให้นกรอดชีวิตมาได้จนถึงปัจจุบัน
📌อ่าน : ปลาตัวแรก ๆ ที่คลานขึ้นมาอาศัยบนบก? ฟอสซิลอายุ 380 ล้านปี ที่อาจช่วยอธิบายต้นกำเนิดสัตว์บก
📌อ่าน : 10 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ “ทีเร็กซ์” (Tyrannosaurus Rex)
📌อ่าน : ไม่ได้มีแค่ทีเร็กซ์บนบก! ค้นพบ “ทีเร็กซ์” แห่งท้องทะเล ดุร้ายกว่าโมซาซอร์อื่น ๆ มาก
📌อ่าน : ทำไม? “ทีเร็กซ์” ถึงมีแขนเล็กจิ๋ว นักวิทยาศาสตร์อาจรู้คำตอบแล้ว
📌อ่าน : ญาติใกล้ชิด “T-Rex” ที่สุด! อาจเป็น “ไก่” และ “นกกระจอกเทศ”
📌อ่าน : รู้จัก "นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส" ไดโนเสาร์ไทย ชนิดใหม่ของโลก
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : iflscience
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









